บีแอลที

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แซนด์วิชบีแอลที
BLT sandwich (1).jpg
แซนด์วิชบีแอลทีในขนมปังปิ้ง
ชื่ออื่นBacon, lettuce, and tomato (เบคอน ผักกาดหอม และมะเขือเทศ)
ส่วนผสมหลักเบคอน ผักกาดหอม มะเขือเทศ และขนมปัง
รูปแบบอื่นคลับแซนด์วิช
พลังงาน
(ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค)
352[1] กิโลแคลอรี
โปรตีน16.2[2] กรัม
ไขมัน34[2] กรัม
คาร์โบไฮเดรต42.5[2] กรัม

บีแอลที (อังกฤษ: BLT) เป็นแซนด์วิชชนิดหนึ่ง ตั้งชื่อตามอักษรย่อจากในคำภาษาอังกฤษของส่วนผสมหลักคือ เบคอน (bacon) ผักกาดหอม (lettuce) และมะเขือเทศ (tomato) ทำได้หลากหลายสูตรตามความชอบส่วนตัว มีหลากหลายรูปแบบเช่นการใช้ผักกาดหอมประเภทต่าง ๆ ปิ้งหรือไม่ปิ้งขนมปัง หรือเพิ่มมายองเนส รูปแบบที่โดดเด่นกว่านั้นเช่นการใช้เบคอนไก่งวงหรือใช้เต้าหู้แทนเบคอน หรือนำผักกาดหอมออกทั้งหมด

ประวัติ[แก้]

แม้ว่าส่วนผสมของบีแอลทีจะมีมาหลายปีแล้ว แต่ก็มีหลักฐานเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับสูตรของแซนด์วิชบีแอลทีก่อนหน้าปี ค.ศ. 1900

ในหนังสือ Good Housekeeping Everyday Cook Book ในปี ค.ศ. 1903 สูตรสำหรับทำคลับแซนด์วิช ประกอบด้วยเบคอน ผักกาดหอม มะเขือเทศ มายองเนส และเนื้อไก่งวงหั่นหนึึ่งแผ่น ใช้ขนมปังสองแผ่นประกบอยู่หว่างกลาง[3] ในขณะที่หนังสือ Seven Hundred Sandwiches ในปี ค.ศ. 1928 โดย Florence A. Cowles มีส่วนเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับแซนด์วิชเบคอน ในสูตรมักใส่ผักดองแต่ไม่ใส่มะเขือเทศ[4]

บีแอลทีได้รับความนิยมหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของซูเปอร์มาร์เก็ต ทำให้มีวัตถุดิบจำหน่ายตลอดทั้งปี อักษรย่อที่ใช้แทนคำว่า "เบคอน ผักกาดหอม มะเขือเทศ" (bacon, lettuce, tomato) คาดว่าจะเริ่มต้นในอุตสาหกรรมร้านอาหารของสหรัฐอเมริกา โดยใช้เป็นชื่อย่อของแซนด์วิช แต่ก็ไม่แน่ชัดว่าคำย่อนี้เป็นที่รู้จักในระดับสาธารณชนเมื่อใด[5] ตัวอย่างเช่น ในนิตยสาร Saturday Evening Post ฉบับปี ค.ศ. 1951 บรรยายถึงแซนด์วิชโดยไม่ได้ใช้ชื่อย่อว่า: "บนถาดมีชามซุป แซนด์วิชปิ้งใส่เบคอน ผักกาดหอมและมะเขือเทศ และมิลค์เชคช็อกโกแลตอยู่เป็นนิจ" ("On the tray, invariably, are a bowl of soup, a toasted sandwich of bacon, lettuce and tomato, and a chocolate milk shake.")[6]

นิตยสาร Modern Hospital ฉบับปี ค.ศ. 1954 มีคำแนะนำเรื่องอาหารซึ่งรวมไปถึง: "ซุปถั่ว แซนด์วิชปิ้งใส่เบคอน ผักกาดหอมและมะเขือเทศ ผักดอง สลัดกล้วยเยลลี่ น้ำสลัดครีม และเค้กปอนด์" ("Bean Soup, Toasted Bacon Lettuce and Tomato Sandwich, Pickles, Jellied Banana Salad, Cream Dressing, and Pound Cake.")[7] ในปี ค.ศ. 1958 Hellmann's Mayonnaise โฆษณาผลิตภัณฑ์ของตนว่า "แบบดั้งเดิมบนแซนด์วิชเบคอน ผักกาดหอม และมะเขือเทศ" ( "traditional on bacon, lettuce, and tomato sandwiches") ซึ่งบ่งชี้ว่าการผสมผสานส่วนประกอบเช่นนี้มีมาระยะหนึ่งแล้ว[8] อย่างไรก็ตาม มีการอ้างอิงถึง "B.L.T." หลายครั้งในช่วงต้นทศวรรษ 1970 รวมถึงบทวิจารณ์ละครเวทีของบรูซ เจย์ ฟรีดแมนที่เรียกว่า Steambath ชื่อเรื่อง "A B.L.T. for God – hold the mayo." อักษรย่อที่ใช้ในชื่ออ้างอิงถึงบทพูดในละครเวทีที่พระเจ้าตะโกนว่า "ส่งแซนด์วิชเบคอน ผักกาด และมะเขือเทศขึ้นมา ถือมายองเนสไว้ เจ้าเผาขนมปังปิ้ง ข้าจะฟันเจ้าด้วยดาบอันรวดเร็วและน่ากลัวของข้า" ("Send up a bacon and lettuce and tomato sandwich, hold the mayo. You burn the toast, I'll smite you down with my terrible swift sword.")[9]

ความนิยม[แก้]

แซนด์วิชที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเป็นอันดับ 6 ในสหรัฐอเมริการองจากแซนด์วิชแฮม[10] แซนด์วิชเนื้อย่าง แซนด์วิชไก่งวง แซนด์วิชไก่ย่าง และแซนด์วิชชีสย่าง การสำรวจความคิดเห็นโดย OnePoll ในปี ค.ศ. 2008 แสดงให้เห็นว่าบีแอลทีเป็นแซนด์วิชที่ "คนทั้งประเทศชื่นชอบ" ("nation's favourite") ในประเทศสหราชอาณาจักร[11] แซนด์วิชบีแอลทีเป็นที่นิยมโดยเฉพาะในฤดูร้อน หลังจากการเก็บเกี่ยวมะเขือเทศ[12] ในประเทศสหรัฐอเมริกา ฤดูกาลของบีแอลทีเกี่ยวข้องกับการขึ้นราคาของหมูสามชั้นซึ่งใช้แปรรูปเป็นเบคอน[13]

ในวัฒนธรรมประชานิยม[แก้]

ภาพระยะใกล้ของแซนด์วิชบีแอลที

สหรัฐ[แก้]

ในปี ค.ศ. 1963 แคลส์ โอลเดนเบิร์ก ประติมากรศิลปะประชานิยม ได้สร้าง บีแอลทียักษ์ (Giant BLT) ซึ่งเป็นประติมากรรมนุ่มแสดงถึงตัวแทนของแซนด์วิช ปัจจุบันอยู่ในคอลเล็กชันของพิพิธภัณฑ์ศิลปะอเมริกันวิตนีย์[14][15] มีขนาด 32 x 39 นิ้ว (81 x 99 เซนติเมตร) ทำจากไวนิล นุ่น และไม้ ทาสีอะคริลิก ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้ายจะต้องวางซ้อนกันใหม่ ซึ่งหมายความว่าจะได้ลักษณะที่แตกต่างกันไปในแต่ละนิทรรศการ ศิลปินกล่าวว่าเขาไม่ได้ตั้งประติมากรรมด้วยตนเองตั้งแต่เริ่มสร้างสรรค์ในปี ค.ศ. 1963[16]

ในปี ค.ศ. 2003 มิเชล แอนนา จอร์แดน (Michele Anna Jordan) สร้างสถิติของบีแอลทีที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีความยาว 108 ฟุต (33 เมตร)[17] ถูกเตรียมขึ้นในเทศกาลมะเขือเทศในปี ค.ศ. 2003 ในอำเภอโซโนมา รัฐแคลิฟอร์เนีย ด้วยพื้นที่ทั้งหมด 14,976 ตารางนิ้ว (96,620 ตารางเซนติเมตร)[18] ในปี ค.ศ. 2008 มารี กานิสเตอร์ (Marie Ganister) และเกล็นดา คาสเทลลี (Glenda Castelli) สร้างบีแอลทีความยาว 146 ฟุต (45 เมตร) – เป็นแซนด์วิชซึ่งเดิมวางแผนร่วมกับจอร์แดน[18] สถิติถูกทำลายอีกครั้งโดยร้านอาหารไอรอนบาร์เลย์ (Iron Barley) ใน เซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี ด้วยบีแอลทีที่มีความยาว 179 ฟุต (55 เมตร) สถิติปัจจุบันเป็นของเบ็นต์ลีย์ไดนิงเซอร์วิส (Bentley Dining Services) เมื่อปี ค.ศ. 2009 โดยมีความยาว 209 ฟุต 1 นิ้ว (63.73 เมตร)[19]

สหราชอาณาจักร[แก้]

ในปี 2547 นิตยสาร นิวสเตตแมน (New Statesman) รายงานว่าแซนด์วิชที่นักการเมืองเลือกให้เป็น "ของโปรด" นั้นเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ทางการเมือง ตัวอย่างเช่น เสนอว่าแซนด์วิชไก่ทิกก้าจะเป็น "การพยักหน้าอย่างอ่อนโยนต่ออดีตของจักรวรรดิและคำแถลงที่มั่นคงเกี่ยวกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมในปัจจุบันและอนาคต" บทความอธิบายต่อไปว่า วิลเลียม เฮก ผู้นำฝ่ายค้านในขณะนั้นกล่าวหาโทนี แบลร์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นว่าเป็นคนแสแสร้งในเรื่องอาหาร โดยบอกสังคมส่วนหนึ่งว่าอาหารโปรดของเขาคือฟิชแอนด์ชิปส์ และบอกสังคมอีกส่วนหนึ่งบอกว่าอาหารโปรดของเขาคือเฟตตุชชีเนสด บทสรุปของบทความคือแบลร์เลือกบีแอลทีเป็นแซนด์วิชที่เขาโปรดปราน ซึ่งถูกใจคนทุกชนชั้น[20]

อ้างอิง[แก้]

  1. Bricklin, Mark (1994). Prevention Magazine's Nutrition Advisor: The Ultimate Guide to the Health-Boosting and Health-Harming Factors in Your Diet. Rodale. p. 454. ISBN 0-87596-225-4.
  2. 2.0 2.1 2.2 "Sandwich, BLT (5 strips bacon, 2 tbsp mayo) w. 3 oz Bread". Calorie King. CalorieKing Wellness Solutions, Inc. สืบค้นเมื่อ 15 June 2018.
  3. Gordon Curtis, Isabel (1903). Good Housekeeping Everyday Cook Book. ISBN 1-58816-210-9.
  4. Cowles, Florence (1928). Seven Hundred Sandwiches. New York: Little, Brown & Company. pp. 31–35.
  5. Mariani, John F. (1999). The Encyclopedia of American Food & Drink. New York: Lebhar Freidman. p. 190. ISBN 978-0867307849.
  6. Martin, Harold H. (27 January 1951). "Lightning Joe, the GI's General". The Saturday Evening Post. 223: 21.
  7. "Modern Hospital". Modern Hospital. 83: 122. July 1954.{{cite journal}}: CS1 maint: date and year (ลิงก์)
  8. For example, see the version that ran in Life magazine on 20 October 1958. Hellmann's Mayo Ad. 20 October 1958. สืบค้นเมื่อ 25 March 2013.
  9. Friedman, Bruce Jay (1971). Steambath. New York: Knopf. ISBN 9780573615818.
  10. Pruess, Joanna; Lape, Bob; Cole, Liesa (2006). Seduced by Bacon: Recipes & Lore about America's Favorite Indulgence. Globe Pequot. pp. 80–81. ISBN 1-59228-851-0.
  11. "BLT is named nation's favourite sandwich". Daily Record. Glasgow. 27 October 2008. สืบค้นเมื่อ 3 February 2011.
  12. McFerron, Whitney (4 August 2010). "Bacon Price Surge May Last Through August as Herd Cutbacks Tighten Supply". Bloomberg.com. สืบค้นเมื่อ 28 November 2011.
  13. Mason, Rowenna; White, Garry (15 August 2010). "Meat prices set to jump after wheat crop failures". The Daily Telegraph. London. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 6 February 2011. สืบค้นเมื่อ 3 February 2011.
  14. "Whitney Focus presents Claes Oldenburg's "Giant BLT"". Whitney Museum of American Art. สืบค้นเมื่อ 28 August 2014.
  15. "Claes Oldenburg / Giant BLT (Bacon, Lettuce, and Tomato Sandwich)". AMICA library. สืบค้นเมื่อ 3 February 2011.
  16. Kino, Carol (15 May 2009). "Going Softly Into a Parallel Universe". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 3 February 2011.
  17. Bonne, Jon (12 September 2006). "Secrets to a perfect BLT sandwich". MSNBC. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 11 September 2010. สืบค้นเมื่อ 3 February 2011.
  18. 18.0 18.1 "There's a beef over that 146-foot BLT". PressDemocrat. 9 September 2008. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 31 December 2019. สืบค้นเมื่อ 18 February 2011.
  19. Schultz, Brian (5 November 2009). "Bentley cooks up world record BLT". Eagle Eye. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 13 July 2011. สืบค้นเมื่อ 3 February 2011.
  20. Vigor, Anthony (12 April 2004). "Exposed by his sandwich". New Statesman. สืบค้นเมื่อ 11 February 2011.