บิลลี จีน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
"Billie Jean"
ซิงเกิล โดย Michael Jackson
จากอัลบั้ม Thriller
หน้าบี "It's the Falling in Love"/"Can't Get Outta the Rain"
ออกจำหน่าย January 2, 1983
รูปแบบ 7" single
บันทึกเสียง 1982
แนวเพลง Dance-pop, R&B, Funk
ความยาว 4:54
ค่ายเพลง Epic Records
ผู้ประพันธ์ Michael Jackson
โปรดิวเซอร์ Quincy Jones
รางวัล Platinum
ลำดับซิงเกิลของ Michael Jackson
"The Girl Is Mine"
(1982)
"Billie Jean"
(1983)
"Beat It"
(1983)

บิลลี จีน (อังกฤษ: Billie Jean) เป็นเพลงแดนซ์-ป็อป อาร์แอนด์บีโดยไมเคิล แจ็กสัน เพลงนี้แต่งโดยแจ็กสัน และโปรดิวซ์โดยควินซี โจนส์ บรรจุอยู่ในอัลบั้ม Thriller (1982) อัลบั้มที่หกของไมเคิล แจ็กสัน เนื้อเพลงกล่าวถึงประสบการณ์จริงของไมเคิล แจ็กสัน ที่ถูกคุกคามโดยแฟนเพลงสาว ที่เป็นผู้ป่วยทางจิตและอ้างว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ลูกแฝดของไมเคิล [1][2]

ในตอนแรก เพลงนี้เกือบไม่ได้บรรจุอยู่ในอัลบั้ม เนื่องจากควินซี โจนส์ไม่ชอบเพลงนี้ และเสนอแนะให้เปลี่ยนชื่อเพลง เพื่อไม่ให้ผู้ฟังสับสนว่าเนื้อเพลงกล่าวถึงบิลลี จีน คิง (Billie Jean King) นักเทนนิสหญิงอเมริกัน อดีตมืออันดับหนึ่งของโลก แต่แจ็กสันยังยืนยันที่จะให้บรรจุเพลงนี้ไว้ในอัลบั้ม เพลงนี้ถูกตัดเป็นซิงเกิลเมื่อวันที่ 2 มกราคม ค.ศ. 1983 เป็นเพลงที่สองในอัลบั้ม ขึ้นถึงอันดับหนึ่งจากการจัดอันดับของนิตยสารบิลบอร์ด และอยู่ในอันดับนาน 7 สัปดาห์

มิวสิกวิดีโอของเพลงบิลลี จีน ออกอากาศทางเอ็มทีวี ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นสถานีโทรทัศน์ช่องเล็ก ในครั้งแรกเอ็มทีวีปฏิเสธที่จะออกอากาศ เนื่องจากนโยบายการเหยียดผิว แต่ด้วยอิทธิพลของผู้บริหารของซีบีเอส ต้นสังกัดของไมเคิล แจ็กสัน เป็นผู้กดดันให้เอ็มทีวีต้องตัดสินใจยอมออกอากาศในที่สุด [3] นับเป็นผลงานชิ้นแรกของศิลปินผิวดำที่ได้ออกอากาศผ่านทางเครือข่าย [4] และได้รับความนิยม ทำให้สถานีนี้เริ่มได้รับความนิยม

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 1983 ไมเคิล แจ็กสันได้รับเชิญให้ร่วมแสดงดนตรีเนื่องในงานฉลองครบรอบ 25 ปีของโมทาวน์ Motown 25: Yesterday, Today, Forever เขาแสดงร่วมกันกับพี่ชายสี่คนจากเดอะ แจ็กสัน ไฟฟ์เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี แล้วจบท้ายด้วยการแสดงเดี่ยวกับเพลงบิลลี จีน โดยที่ไม่มีใครคาดหวัง ใครๆ ต่างก็คิดว่าไมเคิลจะเต้นด้วยท่าเต้นธรรมดา ในการแสดงครั้งนี้ไมเคิล แจ็กสันได้เต้นด้วยท่าแบ็กสไลด์ ต่อหน้าสาธารณชนเป็นครั้งแรก การแสดงท่าทางเหมือนเดินไปข้างหน้า แต่ในความเป็นจริงร่างกายกลับถอยไปข้างหลัง กลายเป็นความแปลกใหม่ ทำให้เขากลายเป็นที่สนใจต่อสาธารณชน สื่อมวลชนเรียกชื่อท่าเต้นนี้ว่า มูนวอล์ก (moonwalk) และกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขากลายเป็นศิลปินที่ได้รับความนิยมในระดับโลก [5][6]

การแสดงที่โมทาวน์ในคืนนั้น มีผู้ชมทางโทรทัศน์กว่า 50 ล้านคน ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเอมมี [7][8] และยอดขายของอัลบั้ม Thriller สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนติดอันดับอัลบั้มที่มียอดขายสูงที่สุดในโลก

ไฟล์:Billie Jean music video.jpg
ไมเคิลในมิวสิกวิดีโอเพลง บิลลี จีน

อ้างอิง[แก้]

  1. Taraborrelli, pp. 223–224
  2. Murphy, Sport (January 27, 2008). "Man in the moonwalk". New York Post. สืบค้นเมื่อ February 15, 2009. 
  3. "The 500 Greatest Songs Since You Were Born: Number 1". Blender. (October, 2005). 
  4. Campbell, p. 58
  5. Leopold, Todd (June 6, 2005). "Michael Jackson: A life in the spotlight". CNN. สืบค้นเมื่อ February 15, 2009. 
  6. Cannon, Bob. "A Giant Step for Jackson". Entertainment Weekly. สืบค้นเมื่อ February 15, 2009. 
  7. "A Glance at the Career of Michael Jackson". Fox News Channel. (June 14, 2005). สืบค้นเมื่อ February 15, 2009. 
  8. Harris, Chris (January 14, 2008). "Michael Jackson, Akon Are 'Startin' Somethin' On Thriller 25 Track". MTV. สืบค้นเมื่อ February 15, 2009. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

มิวสิก วิดีโอ[แก้]