บาลด์วินที่ 1 เคานต์แห่งฟลานเดอส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ชาร์ลผู้ศีรษะล้าน กษัตริย์ของชาวแฟรงก์ แต่งตั้งบาลด์วินที่ 1 เป็นมาร์เกรฟแห่งฟลานเดอส์คนแรก

บาลด์วินที่ 1 หรือ บาลด์วินแขนเหล็ก (อังกฤษ: Baldwin Iron Arm, ฝรั่งเศส: Bras de Fer) เป็นขุนนางฝรั่งเศสและเป็นเคานต์แห่งฟลานเดอส์คนแรกในปี ค.ศ. 863

หน้าที่การงาน[แก้]

บิดาของบาลด์วินมีชื่อว่าออดาเซอร์ แต่ไม่มีใครรู้ข้อมูลของเขา[1] ครอบครัวของเขามีความเกี่ยวข้องกับเคานต์แห่งล็อง[1] ก่อนจะครองฟลานเดอส์ บาลด์วินเป็นเคานต์อยู่แล้ว อาจจะที่เกนต์[1]

บาลด์วินอยู่ในซ็องลีส์ในปี ค.ศ. 862 ที่เขาตัดสินใจรับจูดิธ พระธิดาของชาร์ลส์ผู้ศีรษะล้าน เป็นภรรยา[2] จูดิธเคยเป็นพระมเหสีของกษัตริย์อังกฤษสองคน เอเธลวูล์ฟกับเอเธลบาลด์[3] ตอนที่กลับมาฝรั่งเศสและยังคงอยู่ในช่วงวัยรุ่น พระองค์ถูกพระบิดากักบริเวณไว้ที่ปราสาทซ็องลีส์[4] บาลด์วินพาจูดิธหนีไปอยู่ที่ราชสำนักของโลแธร์ที่ 2 กษัตริย์แห่งโลร์แรน ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของจูดิธ[2] เมื่อทั้งคู่ปลอดภัยจากเงื้อมมือของพระบิดาของจูดิธ บาลด์วินแต่งงานกับพระองค์ในราวปี ค.ศ. 863[3]

พระเจ้าชาร์ลส์ให้บิชอปของพระองค์ตัดขาดสองสามีภรรยาออกจากศาสนา พระองค์ยังเรียกร้องให้พระนัดดา (ลูกของพี่น้อง) คืนตัวบาลด์วินกับพระธิดา จูดิธ มาให้พระองค์ บาลด์วินกับจูดิธจึงหนีไปโรม เพื่อขอร้องพระสันตะปาปานิโคลัสที่ 1 ให้ช่วยเกลี่ยกล่อมชาร์ลส์และทำให้การแต่งงานถูกต้องตามกฎหมาย[2] บาลด์วินตั้งใจจะไปเข้าร่วมกับชาวไวกิงหากการแต่งงานไม่ได้รับอนุญาต ในขณะนั้นชาวไวกิงเป็นภัยคุกคามในฝรั่งเศสเหนือ พระสันตะปาปาจึงตัดสินให้การแต่งงานของทั้งคู่ถูกต้องตามกฎหมายและให้บิชอปถอนการตัดขาดทั้งคู่ออกจากศาสนา

ชาร์ลส์ผู้ศีรษะล้านถูกบีบบังคับให้ยอมรับบาลด์วินเป็นราชบุตรเขย[2] สองสามีภรรยาแต่งงานกันครั้งที่สองต่อหน้าสาธารณชน พระบิดาของจูดิธไม่ได้เข้าร่วมแต่ส่งคนของพระองค์ไปเป็นสักขีพยานในการแต่งงาน[5] พระองค์ให้เกียรติบาลด์วินตามที่พระสันตะปาปาแนะนำ[5]

บาลด์วินได้ปกครองฟลานเดอส์ในตำแหน่งมาร์เกรฟ (เคานต์ของพื้นที่ชายแดน) แห่งฟลานเดอส์[6] เขาปกป้องฟลานเดอส์จากชาวไวกิงตลอดสิบห้าปีต่อมา และเป็นที่รู้จักจากการปฏิบัติอย่างรุนแรงต่อใครก็ตามก็โจมตีฟลานเดอส์จนทำให้ได้รับฉายาว่า "บาลด์วินแขนเหล็ก"[6]

ในปี ค.ศ. 867 บาลด์วินสร้างปราสาทที่เกนต์เพื่อป้องกันการรุกรานของชาวไวกิง[7] เมืองถูกสร้างขึ้นรอบๆ ปราสาท เกนต์กลายเป็นที่อยู่ของเคานต์[7] บาลด์วินยังสร้างปราสาทที่บรูช เมืองท่าติดทะเลเหนือ เพื่อหยุดการปล้นชิงทรัพย์ของชาวไวกิง[8]

เมื่อชาร์ลส์สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 877 บาลด์วินสนับสนุนพระโอรสของพระองค์ หลุยส์ผู้ติดอ่าง ด้วยความซื่อสัตย์ ช่วยให้พระองค์ได้เป็นกษัตริย์ของชาวแฟรงก์[6]

บาลด์วินตายในปี ค.ศ. 879[6]

ครอบครัว[แก้]

บาลด์วินแต่งงานกับจูดิธ พระธิดาของชาร์ลส์ผู้ศีรษะล้าน กษัตริย์ของชาวแฟรงก์และจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์[9] ทั้งคู่มีบุตรด้วยกัน คือ

  • บาลด์วินที่ 2 (ค.ศ. 865 – 918) สืบทอดตำแหน่งเคานต์ต่อจากบิดา[9]
  • ราอูล (หรือรูดอล์ฟ) (ตาย ค.ศ. 896) เคานต์แห่งค็อมเบร[9]
  • กีนิดิลดา แต่งงานกับวิเฟรโดที่ 1 เคานต์แห่งบาร์เซโลนา[10]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 David Nicholas, Medieval Flanders, (New York: Longman, 1992), p. 16
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 Patricia Carson, The Fair Face of Flanders (Tielt, Belgium: Drukkerij Lannoo NV, 2001), p. 29
  3. 3.0 3.1 Philip Grierson, 'The Relations between England and Flanders before the Norman Conquest', Transactions of the Royal Historical Society, Fourth Series, Vol. 23 (1941), p. 84
  4. Eleanor Shipley Duckett, Carolingian Portraits; A Study in the Ninth Century (Ann Arbor: The University of Michigan Press, 1988), p. 220
  5. 5.0 5.1 Eleanor Shipley Duckett, Carolingian Portraits; A Study in the Ninth Century (Ann Arbor: The University of Michigan Press, 1988), p. 222
  6. 6.0 6.1 6.2 6.3 The Oxford Encyclopedia of Medieval Warfare and Military Technology, Vol. 1, ed. Clifford Rogers (New York: Oxford University Press, 2010), p. 105
  7. 7.0 7.1 Randall Fegley, The Golden Spurs of Kortrijk: How the Knights of France Fell to the Foot Soldiers of Flanders in 1302 (Jefferson, NC; London: McFarland, 2002), p. 78
  8. Randall Fegley, The Golden Spurs of Kortrijk: How the Knights of France Fell to the Foot Soldiers of Flanders in 1302 (Jefferson, NC; London: McFarland, 2002), pp. 5-6
  9. 9.0 9.1 9.2 Detlev Schwennicke, Europäische Stammtafeln: Stammtafeln zur Geschichte der Europäischen Staaten, Neue Folge, Band II (Marburg, Germany: J. A., Stargardt, 1984) Tafel 82
  10. Detlev Schwennicke, Europäische Stammtafeln: Stammtafeln zur Geschichte der Europäischen Staaten, Neue Folge, Band II (Marburg, Germany: J. A., Stargardt, 1984) Tafel 68