ข้ามไปเนื้อหา

บาซีกัร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก บาซีกะร์)
บาซีกัร
กำกับอับบาส–มัสตาน
เขียนบทโรบิน ภัฏฏ์
อากาศ ขุรานา
จาเวด สิดดีกี
อำนวยการสร้างคเณศ ไชน
จัมปัก ไชน
นักแสดงนำชาห์รุข ข่าน
กาโจล
ศิลปา เศฏฏี
ทลีป ตาหิล
ราขี
จอห์นนี เลเวอร์
กำกับภาพโธมัส เอ. ซาเวียร์
ตัดต่อฮุสเซน เอ. บะมาร์วาลา
ดนตรีประกอบเพลง:
อนุ มะลิก
ดนตรีประกอบ:
ศยาม สุเรนทร
บริษัทผู้สร้าง
วีนัส มูฟวี่ส์
ผู้จัดจำหน่ายอีโรส อินเทอร์เนชันแนล
วันฉาย
  • 12 พฤศจิกายน ค.ศ. 1993 (1993-11-12)
ความยาว182 นาที
ประเทศอินเดีย
ภาษาฮินดี
ทุนสร้าง30 ล้าน[1]
ทำเงินประมาณ 150 ล้าน[2]

บาซีกัร (อังกฤษ: Baazigar; ฮินดี: बाज़ीगर; อูรดู: بازیگر; แปลว่านักเดิมพัน) เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญอาชญากรรมภาษาฮินดีของอินเดียปี ค.ศ. 1993 กำกับโดย อับบาส–มัสตาน และผลิตโดย วีนัส มูฟวี่ส์ นำแสดงโดย ชาห์รุข ข่าน, กาโจล, ศิลปา เศฏฏี, ทลีป ตาหิล และ ราขี เพลงประกอบโดย อนุ มะลิก ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าเรื่องราวของชายหนุ่ม (รับบทโดย ชาห์รุข ข่าน) ที่ต้องการแก้แค้นให้กับการล่มสลายของครอบครัวด้วยการตามฆ่าผู้คนที่ขวางทางล้างแค้นเขา

ภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากเค้าโครงภาพยนตร์เรื่อง จูบมรณะ (A Kiss Before Dying) ในปี ค.ศ. 1991 ซึ่งดัดแปลงมาจากนวนิยาย รักหฤโหด ซึ่งมีชื่อเดียวกันในภาษาอังกฤษของ ไอรา เลวิน ในปี ค.ศ. 1953 [3] บาซีกัร เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ชาห์รุข ข่านรับบทตัวเอก (และเป็นครั้งแรกที่เขารับบทเป็นตัวเอกร้าย) นอกจากนี้ยังเป็นความสำเร็จเชิงพาณิชย์ครั้งแรกของกาโจล และเป็นการรับบทในภาพยนตร์ครั้งแรกของเศฏฏีอีกด้วย[4][5]

บาซีกัร เข้าฉายเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ค.ศ. 1993 ซึ่งตรงกับเทศกาลทีปาวลี[6] ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างด้วยงบประมาณ 30 ล้านรูปี และประสบความสำเร็จอย่างมากในบ็อกซ์ออฟฟิศ โดยทำรายได้ทั่วโลก 150 ล้านรูปี ติดอันดับภาพยนตร์ภาษาฮินดีที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับสี่ของปี[7] นอกจากนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังกลายเป็นภาพยนตร์คัลท์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากความระทึกขวัญ เนื้อเรื่อง บทภาพยนตร์ เพลงประกอบ และการแสดงของนักแสดง[8] ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังเป็นการร่วมงานครั้งแรกระหว่างชาห์รุข ข่าน และ กาโจล ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นคู่ขวัญบนจอภาพยนตร์ที่โด่งดังที่สุดคู่หนึ่งของอินเดีย และช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับชาห์รุข ข่าน กาโจล เศฏฏี และมะลิก ในวงการภาพยนตร์ภาษาฮินดี นอกจากนี้เพลงประกอบภาพยนตร์ยังมียอดขายมากกว่า 10 ล้านชุด ทำให้กลายเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดแห่งปี[9]

ในงานประกาศรางวัลฟิล์มแฟร์ครั้งที่ 39 ภาพยนตร์เรื่อง บาซีกัร ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง 10 สาขา รวมถึงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม และนักแสดงหญิงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม (ทั้งสองสาขาหลังสำหรับเศฏฏี) และได้รับรางวัล 4 สาขา รวมถึงสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (ชาห์รุข ข่าน) และผู้กำกับดนตรียอดเยี่ยม (มะลิก)[10]

เนื้อเรื่อง

[แก้]

อชัย ศรรมา มีความแค้นกับตระกูลโจปรา เนื่องจาก มะทัน โจปรา ซึ่งเคยถูกจำคุกเพราะยักยอกเงินบริษัทของวิศวนาถ พ่อของเขา และต่อมามะทันก็ได้แสร้งขอความเมตตาจากวิศวนาถเพื่อวางแผนหักหลังและฮุบบริษัทของวิศวนาถเป็นของตัวเองรวมถึงไล่เขาออกจากบ้านด้วย วิศวนาถอยู่อย่างแร้นแค้นกับครอบครัวของเขาจนกระทั่งตายไปเพราะหัวใจล้มเหลวขณะที่ลูกสาวคนเล็กก็ตายไปด้วยเช่นเดียวกันทำให้อชัย ศรรมา เกิดความแค้นและสาบานว่าจะทำลายตระกูลโจปราให้พินาศ พร้อมทั้งหาเลี้ยงดูแลโศภา มารดาของเขาซึ่งป่วยจากสุขภาพทั้งกายและใจด้วยการทำอาชีพเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การล้างจานข้างถนนหรือการขัดรองเท้า

เมื่อเติบโตขึ้น อชัยได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยในเมืองมุมไบ เขาได้รู้จักและเป็นคนรักของสีมา ลูกสาวคนเล็กของมะทัน โดยหวังจะเข้าหามะทันเพื่อล้างแค้น แต่การมาของปริยาลูกสาวคนโต ทำให้อชัยต้องเปลี่ยนแผน เขาใช้ชื่อเพื่อนของเขา วิกกี มัลโหตรา ในการตบตาและเข้าร่วมแข่งขันรถแข่ง และแสร้งเป็นแพ้เพื่อหวังชนะใจมะทัน โดยกล่าวว่า "ยอมแพ้บางสิ่งเพื่อให้ชนะบางสิ่ง" ขณะที่ปริยาเข้าหาตัวอชัย โดยเขาบอกว่าเขาตั้งใจแพ้พ่อของเธอเพื่อเธอโดยเฉพาะ และกล่าวว่าเขาคือนักเดิมพันผู้ยอมแพ้การแข่งขันเพื่อเอาชนะใจเธอ การเข้าหาปริยาทำให้สีมาหมดประโยชน์ ประกอบกับเธอถูกหมั้นหมายกับผู้ชายอีกคน ทำให้เธอเรียกร้องให้อชัยช่วยเหลือ เนื่องจากสีมารู้ตัวตนที่แท้จริงของอชัย ทำให้อชัยฉวยโอกาสหลอกให้เธอเขียนจดหมายลาตายก่อนที่จะวางแผนผลักเธอตกลงที่พื้นเสียชีวิตและอำพรางว่าเธอฆ่าตัวตายเพื่อหนีจากเรื่องการหมั้นหมายเอง แต่มะทัน ผู้เป็นบิดา เลือกปิดบังเรื่องอื้อฉาวที่จะตามมาด้วยการให้ตำรวจปิดคดีอย่างรวดเร็ว ถึงกระนั้น ปริยาสงสัยการตายของน้องสาวเธอ เนื่องจากติดใจที่ว่าน้องสาวเธอกลัวความสูงมาก จึงไม่น่าฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดลงมาจากที่สูงได้ จึงได้ติดต่อกับสารวัตร กรัณ สักเสนา ผู้เป็นเพื่อนเก่าเธอ ในการสืบคดี

เบาะแสแรกอยู่ที่รวิ ซึ่งเป็นคนรักเก่าของสีมา แต่รวิยืนยันว่าเขาไม่ได้เป็นคนรักของสีมาแล้ว แต่บอกเพียงแค่ว่ามีรูปถ่ายของสีมาและคนรักใหม่เธอเท่านั้น ซึ่งทำให้อชัยจำต้องตามไปฆ่ารวิอีกคนก่อนจัดฉากว่ารวิฆ่าตัวตายทั้งรับสารภาพว่าเป็นคนฆ่าสีมาก่อนฆ่าตัวตายตาม ขณะเดียวกัน มะทันก็เริ่มจัดงานหมั้นระหว่างอชัย (ในฐานะวิกกี) และ อัญชลี เพื่อนของสีมาได้พบว่าตัวจริงของวิกกีคืออชัยซึ่งเป็นคนรักของสีมาและพยายามโทรหามะทันขณะที่เขาจัดงานหมั้นให้กับปริยา แต่อชัยรู้ทันเสียก่อนจึงตามไปฆ่าอัญชลีเป็นศพที่สามก่อนตัดสินใจยัดศพของเธอลงในกระเป๋าเดินทางและโยนลงแม่น้ำ ขณะเดียวกัน ปริยาเริ่มสงสัยในตัววิกกี (หรือ อชัย) มากขึ้น ขณะที่มะทันตัดสินใจยกบริษัทให้อชัยและอชัยก็ได้ทำการล้างแค้นด้วยการฮุบบริษัทกลับมาซึ่งเป็นวิธีการเดียวกับที่มะทันเคยใช้กับพ่อของเขา

หลังจากที่วิกกีตัวจริงได้ทักทายเพื่อนเก่าเขาจนพบว่าเขาถูกเพื่อนเก่าเขาใช้ชื่อและนามสกุลในการหลอกลวงผู้หญิง ปริยาจึงได้เดินทางไปพบกับวิกกีตัวจริงและพบว่าผู้แอบอ้างชื่อของวิกกีที่เธอคบอยู่คืออชัย จึงเดินทางไปที่บ้านเกิดของอชัยและได้รู้ความจริง ขณะเดียวกัน มะทันและลูกสมุนก็ได้มาพร้อมยิงทำร้ายอชัย ข่มขู่ให้อชัยโอนบริษัทคืน อชัยถูกซ้อมและโศภาได้ยินเสียงมะทัน จึงได้เรียกร้องให้มะทันเลิกซ้อมบุตรชายของตน แต่มะทันได้ตบหน้าและทำให้โศภาได้รับบาดเจ็บ อชัยจึงสู้และฆ่าลูกน้องของมะทัน จากนั้นก็ตามล่ามะทันไปถึงป้อมปราการโบราณและหมายจะเอาชีวิตมะทัน แต่สารวัตรกรัณกล่าวว่าให้อชัยหยุดทำร้ายมะทันเพราะโศภาได้ขอไว้ แต่มะทันไม่ยอมง่าย ๆ ได้ใช้เหล็กแทงเข้าจุดตายของอชัย อชัยจึงใช้เหล็กนั้นแทงเข้าจุดตายของมะทันด้วยเช่นเดียวกัน ก่อนที่เขาจะเดินไปหาแม่และล้มลง และสิ้นใจในอ้อมกอดของแม่เขาอย่างสงบท่ามกลางความโศกเศร้าของสารวัตรกรัณและปริยา

นักแสดง

[แก้]
  • ชาห์รุข ข่าน เป็น อชัย ศรรมา / วิกกี มัลโหตรา ตัวปลอม
  • กาโจล เป็น ปริยา โจปรา, พี่สาวของสีมา
  • ศิลปา เศฏฏี เป็น สีมา โจปรา, น้องสาวของปริยา
  • ทลีป ตาหิล เป็น มะทัน โจปรา, พ่อของปริยาและสีมา
  • ราขี กุลซาร เป็น โศภา ศรรมา, แม่ของอชัย (บทรับเชิญ)
  • สิทธารัถ ราย เป็น สารวัตร กรัณ สักเสนา
  • จอห์นนี เลเวอร์ เป็น บาบูลาล
  • อนันท์ มหาเทวัน เป็น วิศวนาถ ศรรมา, พ่อของอชัย
  • ฑับบู มะลิก เป็น รวิ ศุกลา
  • ทิเนศ หิงคู เป็น พาโชริยา เสฐ
  • อาทิ อิรานี เป็น วิกกี มัลโหตรา ตัวจริง
  • กิกู ศารทา เป็น ร็อคโก
  • เรศาม เฏปณิส เป็น อัญชสี สิงหา, เพื่อนของสีมา
  • อมรุต ปเฏล เป็น คนขับรถของสีมา
  • ปฤถวี ซุตศี เป็น สุเรศ เทสาอี
  • มะเมาจี เป็น ตาลียา
  • ศารัท สานกลา เป็น ชาลี
  • ราจู ศรีวาสตวะ เป็น เพื่อนของชาลี
  • หัรปาล สิงห์ เป็น พ่อครัวโมฏู
  • อนุ มะลิก เป็น ตัวเอง ในฐานะนักดนตรีในงานหมั้น (บทรับเชิญ)
  • วิโนท ราโฐฑ เป็น ตัวเอง ในฐานะนักร้องในงานหมั้น (บทรับเชิญ)
  • สุมีท ปาฐัก เป็น อชัยในวัยเด็ก

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Not Shah Rukh Khan, but this star kid was Abbas-Mustan's first choice for Baazigar". DNA India. สืบค้นเมื่อ 5 August 2024.
  2. "Player Box Office". Bollywood Hungama. 12 November 1993. สืบค้นเมื่อ 5 August 2024.
  3. M.K. Raghavendra (15 December 2014). Seduced by the Familiar: Narration and Meaning in Indian Popular Cinema. OUP India. p. 258. ISBN 978-0-19-908798-3. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 11 February 2023. สืบค้นเมื่อ 8 April 2021.
  4. "From 'Baazigar' to 'Dilwale' - A look at SRK and Kajol's on-screen magic". The Express Tribune. 13 June 2015. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 7 July 2018. สืบค้นเมื่อ 2016-07-23.
  5. Taliculam, Sharmila (4 April 1997). "Rediff On The Net, Movies: An interview with Bollywood actress Shilpa Shetty". Rediff.com. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 31 March 2007. สืบค้นเมื่อ 2016-07-23.
  6. "Baazigar to Krrish 3: Diwali hits, misses and clashes from Bollywood". Firstpost. 22 October 2014. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 January 2015. สืบค้นเมื่อ 2016-07-23.
  7. "Fan trailer tonight: 5 times Shah Rukh Khan wowed us with his 'dark side'". Daily News & Analysis (ภาษาอังกฤษ). 29 February 2016. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 4 May 2016. สืบค้นเมื่อ 2016-07-23.
  8. Katiyar, Arun (30 April 1994). "What the stars don't foretell". India Today. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 9 April 2017. สืบค้นเมื่อ 23 July 2016.
  9. "Bollywood hinges on Hindi film music industry, fans soak up wacky new sounds". India Today. 31 October 1994. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 10 December 2018. สืบค้นเมื่อ 17 July 2013.
  10. "Shah Rukh Khan Filmfare Awards 1992 - 2009". YouTube. 30 May 2009. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 9 July 2015. สืบค้นเมื่อ 2016-07-23.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]