ข้ามไปเนื้อหา

บั้นเฮ็ก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บั้นเฮ็ก (ว่าน ยฺวี่)
萬彧
อัครมหาเสนาบดีขวา (右丞相 โย่วเฉิงเซี่ยง)
(คู่กับลู่ ข่าย)
ดำรงตำแหน่ง
ป. ตุลาคม ค.ศ. 266  ค.ศ. 272 (272)
กษัตริย์ซุนโฮ
ก่อนหน้าเอียงเหียง
ถัดไปเตี๋ยวเค้า
นายทหารม้ามหาดเล็กกลาง
(散騎中常侍 ซ่านฉีจงฉางชื่อ)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 264 (264)  ค.ศ. 266 (266)
กษัตริย์ซุนโฮ
ผู้จัดการทัพซ้าย (左典軍 จั๋วเตี่ยนจฺวิน)
ดำรงตำแหน่ง
?–?
กษัตริย์ซุนฮิว
นายอำเภอออเสง (烏程令 อูเฉิงลิ่ง)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 258 หรือหลังจากนั้น  ?
กษัตริย์ซุนฮิว
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิดไม่ทราบ
เสียชีวิตป. กันยายน ค.ศ. 272
นครหนานจิง มณฑลเจียงซู
อาชีพขุนนาง

บั้นเฮ็ก[1] (เสียชีวิต ป. กันยายน ค.ศ. 272[a]) มีชื่อในภาษาจีนกลางว่า ว่าน ยฺวี่ (จีน: 萬彧; พินอิน: Wàn Yù) เป็นขุนนางของรัฐง่อก๊กในช่วงปลายยุคสามก๊ก (ค.ศ. 220-280) ของจีน

รับราชการกับซุนฮิว

[แก้]

ชาติกำเนิดของบั้นเฮ็กไม่มีบันทึกในประวัติศาสตร์ บั้นเฮ็กรับราชการเป็นนายอำเภอ (令 ลิ่ง) ของอำเภอออเสง (烏程縣 อูเฉิงเซี่ยน; ปัจจุบันคือนครหูโจว มณฑลเจ้อเจียง) ในรัชสมัยของซุนฮิว (ครองราชย์ ค.ศ. 258–264) จักรพรรดิลำดับที่ 3 ของง่อก๊ก ในช่วงเวลานั้นบั้นเฮ็กเป็นพระสหายสนิทกับซุนโฮซึ่งในเวลานั้นทรงดำรงฐานันดรศักดิ์เป็นโหวแห่งออเสง (烏程侯 อูเฉิงโหว)[3][4] ภายหลังบั้นเฮ็กได้เลื่อนขึ้นเป็นผู้จัดการทัพซ้าย (左典軍 จั๋วเตี่ยนจฺวิน)

ในปี ค.ศ. 264 เมื่อซุนฮิวประชวรหนัก พระองค์ฝากฝังซุนเปียน (孫𩅦 ซุน วาน) พระโอรสองค์โตและรัชทายาทของพระองค์ให้เอียงเหียง (濮陽興 ผูหยาง ซิง) อัครมหาเสนาบดีของพระองค์ช่วยค้ำชู อย่างไรก็ตามหลังการสวรรคตของซุนฮิว เอียงเหียงไม่ได้ช่วยเหลือซุนเปียนที่ยังทรงพระเยาว์ให้ขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิองค์ใหม่ ในช่วงเวลานั้นง่อก๊กกำลังเผชิญหน้ากับภัยคุกคามหลายอย่าง (เช่นการรุกรานจากภายนอก และการก่อกบฏภายใน) เหล่าข้าราชการหวังจะให้จักรพรรดิที่มีพระชนมายุและเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้เป็นผู้นำพวกตน บั้นเฮ็กจึงใช้โอกาสนี้ในการเสนอกับเอียงเหียงและเตียวปอ (張布 จาง ปู้) ที่เป็นผู้สำเร็จราชการร่วมในช่วงไร้จักรพรรดิให้ตั้งซุนโฮเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่ โดยบั้นเฮ็กนั้นแอบหวังว่าตนจะได้รับบำเหน็จจากซุนโฮในภายหลัง บั้นเฮ็กบอกกับเอียงเหียงและเตียวปอว่าซุนโฮทรงเฉลียวฉลาด มีความเด็ดขาด และคล้ายคลึงกับซุนเซ็ก (ผู้วางรากฐานของรัฐง่อก๊ก) แล้วพยายามโน้มน้าวให้ทั้งสองสนับสนุนซุนโฮ ด้านเอียงเหียงและเตียวปอก็สามารถทูลโน้มน้าวจักรพรรดินีจูพระมเหสีม่ายของซุนฮิวให้ทรงอนุญาตให้ซุนโฮขึ้นสืบราชบัลลังก์เป็นผลสำเร็จ[5]

รับราชการกับซุนโฮ

[แก้]

หลังซุนโฮขึ้นครองราชย์ ซุนโฮทรงแต่งตั้งให้บั้นเฮ็กเป็นนายทหารม้ามหาดเล็กกลาง (散騎中常侍 ซ่านฉีจงฉางชื่อ) ร่วมกับหวาง ฝาน (王蕃), โหลว เสฺวียน (樓玄) และกัว ชัว (郭逴)[6] ต่อมาไม่นานซุนโฮทรงกลายเป็นจักรพรรดิที่โหดเหี้ยม สุรุ่ยสุร่าย และประพฤติตนไม่เหมาะสม เอียงเหียงและเตียวปอจึงเสียใจกับการตัดสินใจของพวกตนที่ตั้งให้ซุนโฮขึ้นครองราชย์ บั้นเฮ็กได้ยินคำบ่นของทั้งสองจึงลอบทูลรายงานซุนโฮ ซุนโฮจึงมีรับสั่งให้ประหารชีวิตเอียงเหียงและเตียวปอพร้อมกับครอบครัว[7][8] ในบรรดาเพื่อนขุนนาง บั้นเฮ็กเข้ากับหลัว เสฺวียนได้ดีที่สุด แต่เข้ากับหวาง ฝานได้น้อยที่สุด บั้นเฮ็กเกลียดชังหวาง ฝานเป็นพิเศษเพราะเห็นว่าหวาง ฝานใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจักรพรรดิซุนโฮเพื่อให้ได้รับความโปรดปรานจากซุนโฮ[9] บั้นเฮ็กและขุนนางอีกคนชื่อเฉิน เชิง (陳聲) มักจะใส่ร้ายหวาง ฝานต่อหน้าซุนโฮ เมื่อเวลาผ่านไป ซุนโฮก็ทรงเกลียดหวาง ฝานมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะหวาง ฝานมักทูลตำหนิพฤติกรรมรุนแรงของพระองค์ ในที่สุดซุนโฮจึงหาข้ออ้างในการประหารชีวิตหวาง ฝานในปี ค.ศ. 266[10]

ในปี ค.ศ. 266 ซุนโฮทรงแบ่งสำนักอัครมหาเสนาบดีเป็น 2 ฝ่าย ทรงแต่งตั้งบั้นเฮ็กเป็นอัครมหาเสนาบดีขวา (右丞相 โย่วเฉิงเซี่ยง) และแต่งตั้งลู่ ข่าย (陸凱) เป็นอัครมหาเสนาบดีซ้าย (左丞相 จั่วเฉิงเซี่ยง) เหตุผลที่ซุนโฮทรงแบ่งสำนักอัครมหาเสนาบดีเป็น 2 ฝ่ายนั้นเป็นเพราะพระองค์ทรงมีพระประสงค์ให้บั้นเฮ็กถ่วงดุลอำนาจกับลู่ข่ายที่มีอิทธิพลมากกว่าและอาวุโสมากกว่า ในฤดูใบไม้ผลิ ค.ศ. 267 ซุนโฮทรงมีรับสั่งให้บั้นเฮ็กรับผิดชอบดูแลราชการทหารในมณฑลเกงจิ๋ว (荊州 จิงโจว) และประจำการอยู่ที่ปากิ๋ว (巴丘 ปาชิว; ปัจจุบันคือนครเยฺว่หยาง มณฑลหูหนาน) แทนที่ลู่ ข่ายซึ่งทำหน้าที่นี้มาหลายปี

ในปี ค.ศ. 268 ซุนโฮทรงตัดสินพระทัยทำศึกกับราชวงศ์จิ้นซึ่งเป็นรัฐอริของง่อก๊ก พระองค์จึงมีรับสั่งให้บั้นเฮ็กและชือ จี (施績) นำทัพง่อก๊กในมณฑลเกงจิ๋วเข้าโจมตีราชวงศ์จิ้น บั้นเฮ็กนำพลเข้าโจมตีเมืองซงหยง (襄陽郡 เซียงหยางจฺวิ้น; ปัจจุบันคือนครเซียงหยาง มณฑลหูเป่ย์) แต่พ่ายแพ้ให้กับเฮาเหลก (胡烈 หู เลี่ย) ขุนพลราชวงศ์จิ้นและถูกตีล่าถอยไป หลังลู่ ข่ายเสียชีวิตในปี ค.ศ. 269 ซุนโฮส่งเรียกตัวบั้นเฮ็กกลับมาเกี๋ยนเงียบ (建康 เจี้ยนเย่; ปัจจุบันคือนครหนานจิง มณฑลเจียงซู) นครหลวงของง่อก๊กในปีถัดมา ในช่วงเวลานั้น บั้นเฮ็กเสนอชื่อหลัว เสฺวียนให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าราชองครักษ์

ในฤดูหนาวของปี ค.ศ. 270/271 ซุนโฮทรงเปิดการการรบกับราชวงศ์จิ้นแม้ว่าเหล่าขุนนางจะคัดค้านอย่างหนัก โดยพระองค์ทรงนำทัพออกจากงิวจู๋ (牛渚 หนิวจู่; ปัจจุบันคืออำเภอตางถู มณฑลอานฮุย) ระหว่างการเดินทัพ ทหารง่อก๊กต้องเผชิญหน้ากับพายุหิมะและไม่สามารถรุดหน้าได้ ในช่วงเวลานั้นเหล่าทหารง่อก๊กเริ่มบ่นด้วยความไม่พอใจ ถึงขนาดมีการพูดคุยกันว่าจะแปรพักตร์ไปเข้าด้วยราชวงศ์จิ้น ก่อนที่ซุนโฮจะทรงมีรับสั่งให้ถอยทัพกลับง่อก๊ก บั้นเฮ็กก็แอบมีการตกลงกันอยู่ก่อนกับขุนพลเตงฮองและหลิว ผิง (留平) ว่าจะกลับไปง่อก๊กโดยไม่ทูลแจ้งจักรพรรดิให้ทรงรับทราบ เมื่อซุนโฮทรงทราบเรื่องนี้ก็กริ้วหนัก แต่พระองค์ยังไม่ทรงดำเนินการใด ๆ กับบั้นเฮ็กและคนอื่น ๆ ในทันที เพราะทั้งสามคนดำรงตำแหน่งสำคัญในราชสำนักของพระองค์ หลังเตงฮองเสียชีวิตด้วยอาการป่วยในภายหลังในปีเดียวกันนั้น ซุนโฮก็มีรับสั่งให้เนรเทศครอบครัวของเตงฮองไปเมืองหลินชฺวาน (臨川郡 หลินชฺวานจฺวิ้น; อยู่บริเวณเขตหลินชฺวาน นครฝู่โจว มณฑลเจียงซีในปัจจุบัน) ในปีถัดมา ซุนโฮทรงลอบมีรับสั่งกับข้ารับใช้ให้นำสุราเจือพิษไปรินให้บั้นเฮ็กดื่ม แต่ข้ารับใช้เจือพิษลงไปในสุราน้อยเกินไป บั้นเฮ็กจึงรอดชีวิตมาได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อบั้นเฮ็กตระหนักว่าจักรพรรดิทรงต้องการให้ตนตาย บั้นเฮ็กจึงฆ่าตัวตาย หนึ่งเดือนต่อมา หลิว ผิงก็เสียชีวิตเช่นกันด้วยความตรอมใจและความผิดหวัง[11] ซุนโฮทรงเนรเทศครอบครัวของบั้นเฮ็กไปเมืองหลูหลิง (廬陵郡 หลูหลิงจฺวิ้น; อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอำเภอไท่เหอ มณฑลเจียงซีในปัจจุบัน)

ดูเพิ่ม

[แก้]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. เจี้ยนคางฉือลู่ (建康實錄) ระบุว่าบั้นเฮ็กเสียชีวิตในเดือน 8 ของศักราชเฟิ่งหฺวาง (鳳凰) ปีที่ 1 เทียบได้กับช่วงเวลาระหว่างวันที่ 10 กันยายนถึง 8 ตุลาคม ค.ศ. 272 ในปฏิทินจูเลียน[2]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ("ขณะนั้นบั้นเฮ็กเตียวเป๋าขุนนางผู้ใหญ่จึงปรึกษาว่า ซึ่งจะยกซุนเปียนผู้เปนพระราชบุตรขึ้นว่าราชการเมืองนั้นก็ชอบอยู่ แต่ทว่าซุนเปียนนี้มีสติปัญญาน้อยยังเยาว์แก่ความนัก เห็นจะว่าราชการไปมิตลอด ขอให้เอาซุนโฮซึ่งเปนหลานพระเจ้าซุนกวน อันเปนบุตรของซุนเหลียงนั้นครอบครองราชสมบัติเถิด ด้วยมีสติปัญญาหลักแหลมเห็นจะปกป้องอาณาประชาราษฎรได้") "สามก๊ก ตอนที่ ๘๗". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ April 5, 2025.
  2. (...改明年为凤皇元年。秋八月,左丞相万彧以泄禁中语,因会饮毒,不死,自杀。) เจี้ยนคางฉือลู่ เล่มที่ 4.
  3. (孫休立,封皓爲烏程侯,遣就國。) สามก๊กจี่ เล่มที่ 48.
  4. (休薨,是時蜀初亡,而交阯攜叛,國內震懼,貪得長君。左典軍萬彧昔爲烏程令,與皓相善。) สามก๊กจี่ เล่มที่ 48.
  5. (休薨,是時蜀初亡,而交阯攜叛,國內震懼,貪得長君。左典軍萬彧昔爲烏程令,與皓相善,稱皓才識明斷,是長沙桓王之疇也,又加之好學,奉遵法度,屢言之於丞相濮陽興、左將軍張布。興、布說休妃太后朱,欲以皓爲嗣。朱曰:「我寡婦人,安知社稷之慮,苟吳國無損,宗廟有賴可矣。」於是遂迎立皓,時年二十三。) สามก๊กจี่ เล่มที่ 48.
  6. (孫皓即位,與王蕃、郭逴、萬彧俱為散騎中常侍。) สามก๊กจี่ เล่มที่ 65.
  7. (皓旣得志,麤暴驕盈,多忌諱,好酒色,大小失望。興、布竊悔之。或以譖皓,十一月,誅興、布。) สามก๊กจี่ เล่มที่ 48.
  8. (俄彧譖興、布追悔前事。十一月朔入朝,皓因收興、布,徙廣州,道追殺之,夷三族。) สามก๊กจี่ เล่มที่ 64.
  9. (孫皓初。復入為常侍,與萬彧同官。彧與皓有舊,俗士挾侵,謂蕃自輕。) สามก๊กจี่ เล่มที่ 65.
  10. (甘露二年,丁忠使晉還,皓大會群臣,蕃沉醉頓伏。皓疑而不悅,舉蕃出外。頃之請還,酒亦不解。蕃性有威嚴,行止自若,皓大怒,呵左右於殿下斬之。) เล่มที่ 65.
  11. (初皓游華里,彧與丁奉、留平密謀曰:「此行不急,若至華里不歸,社稷事重,不得不自還。」此語頗泄。皓聞知,以彧等舊臣,且以計忍而陰銜之。後因會,以毒酒飲彧,傳酒人私減之。又飲留平,平覺之,服他藥以解,得不死。彧自殺。平憂懣,月餘亦死。) อรรถาธิบายจากเจียงเปี่ยวจฺว้านในสามก๊กจี่ เล่มที่ 48.

บรรณานุกรม

[แก้]