บริกเกิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
บริกเกิน *
Welterbe.svg  แหล่งมรดกโลกโดยยูเนสโก
Bryggen, Bergen3.JPG
พิกัด60°23′50″N 5°19′23″E / 60.39722°N 5.32306°E / 60.39722; 5.32306พิกัดภูมิศาสตร์: 60°23′50″N 5°19′23″E / 60.39722°N 5.32306°E / 60.39722; 5.32306
ประเทศธงของประเทศนอร์เวย์ นอร์เวย์
ภูมิภาค **ยุโรปและอเมริกาเหนือ
ประเภทมรดกทางวัฒนธรรม
เกณฑ์พิจารณา(iii)
อ้างอิง59
ประวัติการขึ้นทะเบียน
ขึ้นทะเบียนพ.ศ. 2522 (คณะกรรมการสมัยที่ 3)
* ชื่อตามที่ได้ขึ้นทะเบียนในบัญชีแหล่งมรดกโลก
** ภูมิภาคที่จัดแบ่งโดยยูเนสโก

บริกเกิน เป็นท่าเรือเก่าของเมืองบาร์เกิน ที่เป็นหลักฐานแสดงความสำคัญของเมืองในฐานะส่วนหนึ่งของจักรวรรดิการค้าของสันนิบาตฮันเซอ ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 14 จนถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 เคยเกิดเพลิงไหม้เผาทำลายบ้านไม้อันสวยงามของบริกเกิน มาแล้วหลายครั้ง โดยครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2498 แต่โครงสร้างหลักยังคงสภาพดีอยู่ มีอาคารหลงเหลืออยู่ 58 หลัง ปัจจุบันหลายหลังถูกใช้เป็นห้องทำงานของศิลปิน

ในสภาพปัจจุบัน ส่วนนี้ของเมืองซึ่งมีอาคารไม้แบบโบราณ เป็นสถานที่ที่หลงเหลือจากหนึ่งในท่าเรือการค้าขนาดใหญ่ที่เก่าแก่ที่สุดของยุโรปเหนือ และเป็นสถานีการค้านอกสันนิบาตฮันเซอเพียงแห่งเดียวที่มีโครงสร้างดั้งเดิมหลงเหลืออยู่ภายในอาณาเขตของเมือง

ท่าเรือของบาร์เกินก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 1643-1652 โดย King Olav the Peaceful (Olav Kyrre) แรกเริ่มนั้นเป็นของขุนนางชาวนอร์เวย์ที่ถือสิทธิผูกขาดการค้าปลา ในช่วงเวลานี้มีเรื่องเล่าขานถึงย่าน Bryggen ว่าเป็นถิ่นฐานของพ่อค้าจากตระกูลขุนนางโรมันโบราณ อย่างเช่นเรื่องเล่าของ King Sverre กระทั่งประมาณ พ.ศ. 1893-1902 สันนิบาตฮันเซอได้มีอำนาจเหนือบาร์เกิน และริเริ่มการค้าอาหารบรรจุหีบห่อภายในเวลาไม่นาน โดยย่านบริกเกินเป็นถิ่นที่อาศัยของชาวอาณานิคมเยอรมัน และมีลักษณะเด่นที่การก่อสร้างอาคารเรียงรายไปตามถนนแคบๆที่ทอดตัวขนานไปกับท่าเรือ

Urban unit ตั้งเรียงรายอยู่รอบ Couryard (the Gard) ซึ่งจะเป็นบ้านไม้สามชั้นที่มีหน้าจั่วและผนังข้างมุงด้วยแผ่นไม้ ส่วนด้านหลังของ the Gard มีโกดังหรือห้องเก็บของขนาดเล็ก (kjellere) ที่สร้างด้วยหินเพื่อป้องกันบริเวณนี้จากเหตุเพลิงไหม้ โครงสร้างอาคารลักษณะนี้ถูกปรับให้เข้ากับสภาพการดำรงชีวิตของชาวอาณานิคมในสถานีการค้าของสันนิบาตฮันเซอ

ย่านนี้เคยประสบกับความเสียหายมาหลายศตวรรษ ตัวอย่างเหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายมากที่สุดคือ เหตุเพลิงไหม้เมื่อ พ.ศ. 2019 และ พ.ศ. 2245 แต่ย่านนี้ยังคงรักษารูปแบบในยุคกลางไว้ได้ อันเนื่องมาจากการสร้างใหม่อยู่เสมอ โดยสอดคล้องกับแผนผังดั้งเดิมและใช้เทคนิคแบบโบราณ ใน พ.ศ. 2498 เหตุเพลิงไหม้อีกครั้งหนึ่งสร้างความเสียหายต่อเมืองเป็นบริเวณกว้าง พื้นที่หนึ่งในสามของเมืองถูกทำลาย หลังจากภัยพิบัติครั้งสุดท้ายนี้ บ้าน 58 หลังที่ยังคงอยู่ได้รับการซ่อมแซม และด้วยการขุดค้นอย่างมีแบบแผน ได้เผยให้เห็นร่องรอยการก่อสร้างหลายระดับชั้นในย่านนี้ ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 12-18 ด้วยโอกาสนี้จึงได้มีการศึกษาการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ชุมชนริมฝั่งทะเลซึ่งเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าชุมชนบนภาคพื้นดิน

ใน พ.ศ. 2522 บริกเกินรับการขึ้นทะเบียนโดยยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ด้วยลักษณะเฉพาะและความเก่าแก่ของย่านคลังสินค้าที่สร้างด้วยไม้ อันเป็นตัวอย่างชั้นเยี่ยม

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

Short video of a walk through Bryggen
Panoramic view of Bryggen