นิสสัน จีที-อาร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นิสสัน จีที-อาร์ (R35)
Nissan GT-R 01.JPG
นิสสัน จีที-อาร์ (ญี่ปุ่น)
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิต นิสสัน
เริ่มผลิตเมื่อ ค.ศ. 2007–ปัจจุบัน
แหล่งผลิต คามิโนกาวะ, โทชิงิ, ญี่ปุ่น[1]
ผู้ออกแบบ ภายนอก: Hirohisa Ono
ภายใน: Akira Nishimura
หัวหน้าการออกแบบ: Hiroshi Hasegawa
ผู้อำนวยการออกแบบ: Shiro Nakamura
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภท รถยนต์นั่งสมรรถนะสูง (Sports car)
รูปแบบตัวถัง 2 ประตู (2+2 ที่นั่ง) แบบคูเป
โครงสร้าง เครื่องวางลำหน้า, ขับเคลื่อนสี่ล้อ
แพลตฟอร์ม Premium Midship
จำนวนประตู 2 แบบบานเปิดธรรมดา
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์ 3.8 L VR38DETT ทวินเทอร์โบร์ วี6 (V6)
กำลัง
  • 473 แรงม้า (2550–2554)
  • 523–542 แรงม้า (2554–2560)
  • 562 แรงม้า (2560–ปัจจุบัน)
  • 592 แรงม้า (นิสโม)
ระบบเกียร์ เกียร์อัตโนมัติดูโอคลัช 6 จังหวะ
มิติ
ระยะฐานล้อ 2,780 มม. (109.4 นิ้ว)
ความยาว
  • ค.ศ. 2009–2010: 183.3 นิ้ว (4,656 มม.)
  • ค.ศ. 2011 – ปัจจุบัน: 183.9 นิ้ว (4,671 มม.)
ความกว้าง
  • ค.ศ. 2009–2010 & 2013-: 74.6 นิ้ว (1,895 มม.)
  • ค.ศ. 2011–2012: 74.9 นิ้ว (1,902 มม.)
ความสูง
  • ค.ศ. 2009–2010 & 2013–: 53.9 นิ้ว (1,369 มม.)
  • ค.ศ. 2011–2012: 54.0 นิ้ว (1,372 มม.)
น้ำหนัก 1,740 กก. (3,800 ปอนด์)
ระยะเหตุการณ์
รุ่นก่อนหน้า นิสสัน สกายไลน์ จีที-อาร์

นิสสัน จีที-อาร์ (อังกฤษ:Nissan GT-R)[2] หรือชื่อในทางเทคนิค R35 เป็นรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง เครื่องยนต์ลำหน้า ขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) 2 ประตู 2+2 ที่นั่ง ผลิตโดยบริษัทนิสสันจากประเทศญี่ปุ่น จีที-อาร์ เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 6 ธันวาคม ปี ค.ศ. 2007 ที่ประเทศญี่ปุ่น และที่สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 1 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 2008 ส่วนประเทศอื่นๆ ในเดือน มีนาคม ปี ค.ศ. 2009 ได้รับการออกแบบโดย ชิโร นากามูระ (Shiro Nakamura)

นิสสัน จีที-อาร์ จึงอาจกล่าวได้ว่า เป็นรถซูเปอร์คาร์ ไม่กี่คันที่มาจาก ประเทศญี่ปุ่น ที่สามารถเทียบชั้นได้กับ ซูเปอร์คาร์ยี่ห้อดังในยุโรปเช่น เฟอร์รารี่,ลัมโบร์กีนี,ปอร์เช่ เป็นต้น จึงทำให้ภาพพจน์รถยนต์ของญี่ปุ่นดูสูงขึ้นมาก เพราะนิสสันจีที-อาร์ เป็นรถคันเดียวของญี่ปุ่นที่สามารถเป็นรถคูเป ที่เร็วที่สุดของโลกได้ เมื่อเทียบกับแต่ก่อนที่ รถจากญี่ปุ่นขึ้นชื่อเป็นรถราคาถูก ด้อยคุณภาพ ไม่สามารถเทียบชั้นได้กับ รถในสหรัฐ และ รถในยุโรป [3]นิสสัน จีที-อาร์ ได้รับการบันทึกในกินเนสบุ๊ค ปี ค.ศ. 2011 ว่า เป็นรถสี่ที่นั่งที่มีอัตราเร่งเร็วที่สุดในโลก (Fastest 0–60 mph acceleration by a four seater production car) แต่ถึงอย่างไรก็ดีปัจจุบันสถิตินี้ถูกลบไปแล้ว โดยเฟอร์รารี่ เอฟ12เบอร์ลิเนตต้า ที่เข้ามาครองอันดับ 1 แทน

ประวัติ[แก้]

ระหว่างปี 2512–2517 และระหว่างปี 2532–2545 นิสสันได้ผลิตรถที่มีสมรรถนะสูงที่ต่อยอดมาจากนิสสัน สกายไลน์ คูเป้ ได้ใช้ชื่อว่านิสสัน สกายไลน์ จีที-อาร์ โดยรถคันนี้ได้พิสูจน์ว่าเป็นสัญลักษณ์ของนิสสัน[4][5] และได้ประสบผลสำเร็จทางด้านชื่อเสียงและรางวัลมากมายไม่ว่าจะอยู่บนถนนหรืออยู่ในสนามแข่ง นิสสัน จีที-อาร์ เป็นรุ่นที่ไม่ได้สร้างอยู่บนพื้นฐานของสกายไลน์อีกต่อไป แต่ได้การวิวัฒนาการมาจากนิสสัน สกายไลน์ จีที-อาร์ (โดนนิสสัน สกายไลน์นั้น เปลี่ยนมาเป็นรถบ้านและได้ขายในชื่ออินฟินิตี้ จี35)

นิสสัน จีที-อาร์ เป็นรถรุ่นใหม่ที่ได้รับการออกแบบรูปแบบตัวรถให้คล้ายกับรุ่นสกายไลน์ จีที-อาร์ คือขับเคลื่อนสี่ล้อ เครื่องยนต์เทอร์โบคู่ 6 สูบและมีไฟท้ายเป็นวงกลมสี่วง ส่วนระบบเลี้ยวทั้งสี่ล้อ HICAS ของสกายไลน์ จีที-อาร์ได้ถูกถอดออกไป และเครื่องยนต์เก่าของสกายไลน์ จีที-อาร์ RB26DETT ก็ได้ถูกแทนที่ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ VR38DETT.[6] เมื่อจีที-อาร์นั้น ได้ออกแบบให้คล้ายคลึงกับสกายไลน์แล้ว รหัสตัวถึงก็จึงคล้ายกันกับสกายไลน์คือ CBA-R35,[7] หรือเรียกสั้นๆ ว่า 'R35' (CBA เป็นคำนำหน้าสำหรับมาตรฐานการปล่อยมลพิษ) ซึ่งรหัสนี้เป็นรูปแบบการตั้งรหัสที่คล้ายกันกับสกายไลน์ จีที-อาร์รุ่นก่อนๆ และจีที-อาร์ รุ่นนี้ก็ยังได้รับฉายาตามรุ่นพี่สกายไลน์คือ ก็อตซิลล่า[8] โดยฉายานี้ได้รับการแต่งตั้งให้โดยนิตยสาร Wheels จากประเทศออสเตรเลียในฉบับเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2532

คอนเซ็ปต์[แก้]

จีที-อาร์ โปรโตไทป์ ที่งานโตเกียว ออโต้โชว์ 2001
จีที-อาร์ โปรโตไทป์ ที่งานโตเกียว ออโต้โชว์ 2005

รถคอนเซ็ปต์ของจีที-อาร์ มี 2 คันที่ได้แสดงให้ชมในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ก่อนที่จะเผยโฉมจริง คอนเซ็ปต์แรกนั้นได้ไปแสดงที่งานโตเกียว มอเตอร์โชว์เมื่อปี ค.ศ. 2001 โดยคอนเซ็ปต์แรกของจีที-อาร์นั้นมีรูปร่างที่ทันสมัยเพื่อให้ทราบว่าจีที-อาร์ในศตวรรษที่ 21 จะมีการออกแบบคล้ายๆ แบบนี้[9] ต่อมาในปี ค.ศ. 2005 ที่งานโตเกียว มอเตอร์โชว์ นิสสันได้เผยโฉมคอนเซ็ปต์จีที-อาร์รุ่นที่ 2 โดยนิสสันได้กล่าวว่าจีที-อาร์เวอร์ชันผลิตจริงจะมีพื้นฐานและรูปร่างคล้ายกับคอนเซ็ปต์นี้ประมาณ 80–90%[10]

โฉมผลิตจริง[แก้]

รุ่นโฉมผลิตจริง[แก้]

โฉมผลิตจริงของจีที-อาร์นั้น ได้เผิดตัวครั้งแรกในงานโตเกียว มอเตอร์โชว์ ปี ค.ศ. 2007 และเริ่มทำการตลาดในตลาดญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 6 เดือนธันวาคม ค.ศ. 2007 หลังจากทำการตลาดที่ญี่ปุ่นเป็นเวลา 6 เดือน ประเทศสหรัฐอเมริกาก็ได้เริ่มทำการตลาดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ค.ศ. 2008 ส่วนประเทศแคนาดาได้ทำการตลาดในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2008 และประเทศฝั่งยุโรปได้ทำการตลาดเมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 2009

การออกแบบ[แก้]

ด้านหลังของจีที-อาร์มีไฟท้ายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งได้รู้จักกันจากสกายไลน์ ซี110 ปี 1972

Shirō Nakamura หัวหน้าแผนกการออกแบบของนิสสัน ได้ทำให้จีที-อาร์รุ่นนี้มีลักษณะคล้ายไจแอนท์โรบอตจากการ์ตูนเรื่องกันดั้ม[11] Nakamura ได้กล่าวไว้ว่า: "จีที-อาร์เป็นรถที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื่องจากไม่ได้มีการลอกเลียนการออกแบบแบบรถสปอร์ตฝั่งยุโรป และรถรุ่นนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงประเพณีของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง"

โพลีโฟนีดิจิตัล สตูดิโอผู้สร้างเกมแข่งรถ แกรนทัวริสโม ได้ถูกจ้างให้มีส่วนร่วมในการออกแบบหน้าจอมัลติฟังก์ชันของนิสสัน จีที-อาร์[12]

หน้าจอมัลติฟังก์ชันของจีที-อาร์
ภายในนิสสัน จีที-อาร์ ปี 2014

2017 ยกหน้า[แก้]

GT-R ปี 2017

บริษัท นิสสัน มอเตอร์ เปิดตัวรถสปอร์ตตัวแม่ GT-R ใหม่ โมเดล 2017 เปิดตัวครั้งแรกที่งาน New York International Auto Show (NYIAS) Nissan GT-R เปิดซูปเปอร์คาร์สู่ตลาดในปี 2007 ดีไซน์ภายนอกสำหรับ นิสสัน GT-R ได้รับการปรับโฉมใหม่ให้ทันสมัยขึ้น แต่ก็มีเค้าเดิมที่เป็นเอกลักษณ์อยู่ กระโปรงและกระจังหน้าเงาด้านแบบวีโมชั่นใหม่ใหญ่ขึ้นเพื่อระบายความร้อน เปลี่ยนลายกระจังเป็นช่องถี่มากขึ้น ส่วนล่างของกันชนทั้งด้านหน้าและหลัง ดีไซน์ใหม่ทั้งหมด ได้กลิ่นรถแข่งมาแต่ไกล โครงสร้างตัวถังการออกแบบให้อากาศไหลผ่านได้ดีขึ้น มีช่องระบายอากาศด้านข้าง ถัดไปจากปลายท่อไอเสีย โดยไฟท้ายแบบนิสสันรูปวงแหวน 4 ดวง ถูกต้องตามหลักแอร์โรไดนามิกส์ สำหรับเครื่องยนต์ใส่วี 6 ขนาด 3.8 ลิตร กำลัง 565 แรงม้า ม้าเพิ่มมา 20 ตัว จากรุ่นก่อน GT-R 2016 ที่มี 545 แรงม้า และระบบเทอร์โบคู่ ระบบเกียร์แบบดูอัลคลัทช์ 6 สปีด ระบบระบายไอเสียเป็นท่อไอเสียใช้ไทเทเนียม ดีไซน์ภายในห้องโดยสาร GT-R 2017 แผงคอนโซลหน้าและหน้าปัดใช้วัสดุหนังชั้นดี ตัดเย็บด้วยความประณีตโดยทีมช่างฝีมือ Takumi สไตล์ Horizontal Flow มีระบบอินโฟเทนเมนท์รุ่นใหม่ หน้าจอดีสเพลย์แบบทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว ปรับลดสวิตช์ปุ่มเหลือเพียง 11 ปุ่ม ทำให้การใช้งานง่ายขึ้น รวมถึงแพดเดิ้ลชิฟท์ที่พวงมาลัย

Nissan GT-R 2017 ภายในเพิ่มความหรูหราด้วยการใช้หนัง Nappa หุ้มแดชบอรด์ ห้องโดยสารมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ น้ำตาล ราคุดา แทน, แดง แอมเบอร์ เรด และ ครีม ไอวอรี่ สำหรับกำหนดการส่งมอบ Nissan GT-R 2017 ประมาณช่วงกลางปี 2020 ไม่นานเกินรอ...

จำนวนที่ผลิตในแต่ละปี[แก้]

จีทีอาร์ ในลอนดอน
ปี (ค.ศ.) จำนวนรถที่ผลิต
2008 1890
2009 1534
2010 877
2011 1294
2012 1442
2013
2014
2015
2016
2017
รวมทั้งหมด 6,877

ข้อมูลทางเทคนิค[แก้]

  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. : 2.8 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด : 195.0 ไมล์/ชม. (313.8 กม./ชม.)
  • อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน : 12/100 กม. (รุ่นเก่า) , 11.8/100 กม. (รุ่นปี 2012)
  • เครื่องยนต์ : V6 ขนาด 3.8 ลิตร
  • แรงม้า : 530 ที่ 6400 รอบ/นาที (รุ่นเก่า) ,550 แรงม้า ที่ความเร็วรอบเดิม(รุ่นปี 2016)[13]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "NISSAN – CORPORATE INFORMATION – Outline of Company – Facilities in Japan". สืบค้นเมื่อ October 4, 2014. 
  2. http://www.autoweek.com/apps/pbcs.dll/article?AID=/20071017/FREE/71017001
  3. http://men.mthai.com/car/content/1836
  4. "Nissan Skyline GT-R". evo.co.uk. p. 1. สืบค้นเมื่อ October 9, 2008. 
  5. "Nissan Skyline GT-R". Zimbio. p. 1. สืบค้นเมื่อ October 9, 2008. 
  6. "Under the hood of the Nissan GT-R". Autoblog. September 11, 2007. สืบค้นเมื่อ September 11, 2007. 
  7. "Nissan GT-R Press Information – Specifications". Nissan. สืบค้นเมื่อ November 1, 2007. 
  8. Blackburn, Richard (February 29, 2008). "Nissan GT-R: 'Godzilla' returns...". drive.com.au. p. 1. สืบค้นเมื่อ August 26, 2008. 
  9. "2001 Nissan GT-R Concept". JB car pages. สืบค้นเมื่อ June 22, 2008. 
  10. "TOKYO NEWS: Nissan Reveals Juicy Tidbits About 2007 GT-R Sports car". edmunds.com. October 18, 2005. p. 1. Archived from the original on October 17, 2007. สืบค้นเมื่อ August 26, 2008. 
  11. Matt Vella (November 26, 2007). "Nissan Redesigns a Japanese Icon". BusinessWeek. สืบค้นเมื่อ October 27, 2008. 
  12. "Edmunds Inside Line: A Day in Germany With the GT-R Engineers". Archived from the original on October 18, 2007. 
  13. http://www.autospinn.com/2011/11/new-nissan-gt-r-jdm-2012-%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B9%82%E0%B8%89%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%AB/


แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]