นิวออร์เดอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นิวออร์เดอร์
แหล่งกำเนิด แมนเชสเตอร์, อังกฤษ
แนวเพลง ซินธ์ป็อป, แดนซ์ร็อก,
โพสต์พังก์, นิวเวฟ,
ออลเทอร์นาทิฟแดนซ์, อิเล็กโทรนิกา
ช่วงปี 1980–1993, 1998-2007, 2011-ปัจจุบัน
ค่ายเพลง Factory, London, Qwest,
Warner Bros., Reprise, Mute
ส่วนเกี่ยวข้อง Joy Division, Electronic, Monaco, Revenge, The Other Two
สมาชิก Bernard Sumner
Stephen Morris
Gillian Gilbert
Phil Cunningham
Tom Chapman
อดีตสมาชิก Peter Hook

นิวออร์เดอร์ (อังกฤษ: New Order) เป็นวงดนตรีร็อกจากเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1980 หลังการเสียชีวิตของเอียน เคอร์ติส นักร้องนำวงจอยดิวิชัน โดยสมาชิกที่เหลือ 3 คน ได้แก่ เบอร์นาร์ด ซัมเนอร์, สตีเฟน มอร์ริสและปีเตอร์ ฮุก ตั้งวงดนตรีนี้ขึ้นร่วมกับกิลเลียน กิลเบิร์ตในตำแหน่งมือคีย์บอร์ด

ประวัติ[แก้ไขต้นฉบับ]

ปีเตอร์ ฮุกและเบอร์นาร์ด ซัมเนอร์ร่วมกันก่อตั้งวงจอยดิวิชัน วงดนตรีแนวโพสต์พังก์ที่มีเพลงดังอย่าง "Love Will Tear Us Apart" หลังจากเอียน เคอร์ติส นักร้องนำของวงฆ่าตัวตายในปี 1980 ฮุกและซัมเนอร์ได้ชักชวนมือกลองของวงคือ สตีเฟน มอร์ริสและกิลเลียน กิลเบิร์ต สมาชิกใหม่ในตำแหน่งมือคีย์บอร์ดตั้งวงนิวออร์เดอร์ขึ้น

ในเดือนมีนาคม 1981 นิวออร์เดอร์ออกซิงเกิลแรก "Ceremony" ซึ่งเดิมทีเป็นงานที่แต่งไว้ตั้งแต่ทำวงจอยดิวิชัน หลังจากนั้นไม่กี่เดือน วงก็ออกอัลบั้มแรก Movement ที่มีแนวเพลงคล้าย ๆ กับสมัยจอยดิวิชัน หลังจากนั้นได้ออกซิงเกิลใหม่คือ "Everything's Gone Green"

ซิงเกิล "Temptation" ในปี 1982 ก็ออกมาในแนวเดียวกันและได้รับความนิยมจากผู้ที่ชอบเที่ยวคลับ หลังจากนั้นนิวออร์เดอร์ก็หยุดพักไป 1 ปีและกลับมาอีกครั้งในปี 1983 ด้วยเพลงอย่าง "Blue Monday" ซึ่งเป็นซิงเกิล 12 นิ้ว ที่มียอดขายกว่า 3 ล้านแผ่นทั่วโลก ในปีเดียวกันพวกเขาออกอัลบั้มที่ 2 Power, Corruption and Lies และออกอัลบั้มที่ 3 Low-Life ในปี 1985

ปี 1986 วงออกอัลบั้มที่ 4 Brotherhood พร้อมซิงเกิล "Bizarre Love Triangle" ที่เจาะตลาดเพลงป็อปได้สำเร็จ ปีถัดมา นิวออร์เดอร์ออกอัลบั้มรวมเพลง Substance งานชุดนี้ทำให้นิวออร์เดอร์เป็นที่รู้จักทั่วไป โดยติดท็อป 40 ของอันดับประเภทอัลบั้มด้วย มีเพลงใหม่ในอัลบั้มที่ถูกตัดเป็นซิงเกิลด้วยคือ "True Faith" ซึ่งขึ้นถึงอันดับ 32 ในตารางเพลงบิลบอร์ดของอเมริกา ส่วนซิงเกิล "Blue Monday" ถูกนำมารีมิกซ์และออกจำหน่ายใหม่อีกครั้งในชื่อ "Blue Monday 1988" ส่วนในปี 1989 นิวออร์เดอร์ออกอัลบั้มที่ 5 Technique ซึ่งเน้นแนวดนตรีแดนซ์

นิวออร์เดอร์ได้บันทึกเสียงเพลงธีมประจำการแข่งขันฟุตบอลโลกให้ประเทศอังกฤษในปี 1990 คือ "World In Motion" (ซึ่งต่อมาในปี 2002 เพลงนี้ก็ถูกตัดเป็นซิงเกิลขายใหม่)

หลังจากความนิยมเริ่มถดถอยในยุค 90 สมาชิกหลายคนไปประสบความสำเร็จกับโปรเจกต์ส่วนตัว ซัมเนอร์ร่วมกับจอห์นนี มาร์ อดีตมือกีตาร์วง The Smiths ตั้งวงชื่อ Electronic ขณะที่ฮุกไปได้ดีกับโปรเจกต์อย่าง Revenge และ Monaco ขณะที่สองสมาชิกที่เหลือของวงก็ไปตั้งวงเฉพาะกิจอย่าง The Other Two ในปี 1993 วงออกอัลบั้มชุดที่ 6 Republic ที่เกือบจะติดท็อป 10 ในอเมริกา ก่อนจะแยกวง

นิวออร์เดอร์กลับมาอีกครั้งในปี 1998 และออกอัลบั้มที่ 7 Get Ready ในปี 2001 และอัลบั้มที่ 8 Waiting for the Siren's Call เมื่อปี 2005 ที่เข้าอันดับ 5 ในชาร์ตของอังกฤษ ในปี 2007 ฮุกเผยแพร่ข้อความในมายสเปซของเขาว่านิวออร์เดอร์ได้แยกวงอีกครั้ง[1] ด้านซัมเนอร์ได้ก่อตั้งวงใหม่คือวง Bad Lieutenant และออกซิงเกิลแรก "Sink Or Swim" ในปีเดียวกัน

ในปี 2011 นิวออร์เดอร์กลับมารวมวงอีกครั้ง โดยได้ทอม แชปแมนมาเป็นมือเบสแทนฮุก[2] ในปี 2013 พวกเขาออกอัลบั้มที่ 9 และอัลบั้มรวมเพลงชื่อ Lost Sirens ต่อมาในปี 2015 นิวออร์เดอร์ออกอัลบั้มที่ 10 คือ Music Complete

ผลงาน[แก้ไขต้นฉบับ]

  • 1981 - Movement
  • 1983 - Power, Corruption & Lies
  • 1985 - Low-Life
  • 1986 - Brotherhood
  • 1989 - Technique
  • 1993 - Republic
  • 2001 - Get Ready
  • 2005 - Waiting for the Sirens' Call
  • 2013 - Lost Sirens
  • 2015 - Music Complete

อ้างอิง[แก้ไขต้นฉบับ]

  1. "New Order has split up, bassist Peter Hook claims". The Guardian. 10 May 2007. สืบค้นเมื่อ 23 April 2017. 
  2. "New Order reunite without Peter Hook". The Guardian. 6 September 2011. สืบค้นเมื่อ 23 April 2017.