นิคมญี่ปุ่นในประเทศไมโครนีเซีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
นิคมญี่ปุ่นในประเทศไมโครนีเซีย
ประชากรทั้งหมด
114 (2007)[1][fn 1]
ภูมิภาคที่มีประชากรอย่างสำคัญ
โปนเปย์ (โกโลเนียและปาลีกีร์), ชุก (ดุบลนและโตล)[2]
ภาษา
ตระกูลภาษาไมโครนีเซีย (ได้แก่ ชุก, โปนเปย์, แยป, โกชาเอ), อังกฤษ, ญี่ปุ่น[3]
ศาสนา
โรมันคาทอลิกและโปรเตสแตนต์;[4] ชินโต, มหายาน, วิญญาณนิยม
กลุ่มชาติพันธุ์ที่เกี่ยวข้อง
ชาวไมโครนีเซีย, ชาวญี่ปุ่น, ชาวโอกินาวะ

นิคมญี่ปุ่นในดินแดนที่ปัจจุบันนี้เป็นประเทศไมโครนีเซีย[fn 2] สามารถย้อนไปได้ถึงช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมื่อพ่อค้าและนักสำรวจชาวญี่ปุ่นเข้ามาตั้งถิ่นฐานบริเวณตอนกลางและตะวันออกของหมู่เกาะแคโรไลน์ หลังจากที่จักรวรรดิญี่ปุ่นเข้าครอบครองหมู่เกาะใน ค.ศ. 1914 ชาวญี่ปุ่นได้ย่ายถิ่นฐานมาแคโรไลน์เป็นจำนวนมากในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1920–1930 รัฐบาลญี่ปุ่นกระตุ้นให้มีการย้ายถิ่นมาสู่หมู่เกาะที่เป็นส่วนหนึ่งของแปซิฟิกใต้ในอาณัติ

ผู้อพยพยุคแรก ๆ เป็นพ่อค้า แม้ว่าในระยะต่อมาผู้เข้ามาตั้งถิ่นฐานจะทำงานเป็นชาวประมง เกษตรกร หรือแรงงานเกณฑ์[6] ผู้อพยพส่วนใหญ่ตั้งถิ่นฐานที่โปนเปย์และชุก ส่วนเกาะอื่น ๆ มีจำนวนชาวญี่ปุ่นเพียงจำนวนน้อยเท่านั้น ใน ค.ศ. 1945 มีประชากรชาวญี่ปุ่นรวมกันกว่า 100,000 คน ผู้อพยพญี่ปุ่นในหมู่เกาะแคโรไลน์กลางและตะวันออก ประกอบด้วย ชาวญี่ปุ่น ชาวโอกินาวะ และชาวเกาหลีจำนวนหนึ่ง[7] ผู้ตั้งถิ่นฐานนำศาสนาชินโตและพุทธเข้ามาสู่หมู่เกาะแห่งนี้ แม้ว่าการนับถือศาสนาดังกล่าวจะไม่เป็นที่นิยมสำหรับชาวพื้นเมือง ใน ค.ศ. 1945 ภาษาญี่ปุ่นได้เข้ามาแทนที่ภาษาในตระกูลไมโครนีเซียในฐานะภาษาที่ใช้สนทนาในชีวิตประจำวัน

ความสัมพันธ์ระหว่างเชื้อชาติของชาวญี่ปุ่น (ผู้ตั้งถิ่นฐานและเจ้าหน้าที่รัฐ) กับชาวไมโครนีเซียเป็นไปอย่างเป็นมิตรและการสมรสต่างพวกระหว่างชาวญี่ปุ่นกับชาวไมโครนีเซียได้รับการสนับสนุน แม้ว่าความสัมพันธ์จะเริ่มแย่ลงเมื่อรัฐบาลอาณานิคมญี่ปุ่นออกนโยบายที่ให้ประโยชน์แก่ชาวญี่ปุ่นมากกว่า รวมถึงแสดงการไม่ให้ความสำคัญต่อบรรทัดฐานแบบไมโครนีเซีย หลังจากการยอมจำนนของญี่ปุ่นใน ค.ศ. 1945 ชาวญี่ปุ่นทุกคนถูกส่งกลับญี่ปุ่น ขณะที่ประชากรเชื้อสายญี่ปุ่น-ไมโครนีเซียได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อไป ซึ่งโดยส่วนมากเลือกอยู่ต่อ พวกเขาเหล่านั้นจำนวนมากได้รับตำแหน่งสำคัญทางการเมือง ภาครัฐ และภาคธุรกิจหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ประชากรกลุ่มนี้นับได้ว่าเป็นประชากรกลุ่มน้อยที่มีจำนวนมากในสหพันธรัฐไมโครนีเซีย[8] ประเทศไมโครนีเซียเริ่มมีความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นด้านการค้าและวัฒนธรรมนับตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1970 และได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตใน ค.ศ. 1988 อันเป็นระยะเวลาสองปีหลังจากที่ประเทศไมโครนีเซียได้รับเอกราช

เชิงอรรถ[แก้]

  1. จำนวนนี้ไม่รวมพลเมืองไมโครนีเซียเชื้อสายญี่ปุ่น-ไมโครนีเซีย
  2. สหพันธรัฐไมโครนีเซียก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ. 1979 และได้รับเอกราชใน ค.ศ. 1986 บทความนี้จะกล่าวถึงนิคมญี่ปุ่นในรัฐแยป, ชุก, โปนเปย์ และโกชาเอ ซึ่งประกอบกันเป็นประเทศไมโครนีเซียในปัจจุบันเท่านั้น โดยแหล่งอ้างอิงอย่างน้อยหนึ่งแหล่งโดยพีตตีได้อ้างถึงแยปและชุกในภูมิภาคกลางของหมู่เกาะแคโรไลน์ ขณะที่โปนเปย์และโกชาเอถูกจัดเป็นหมู่เกาะแคโรไลน์ตะวันออก[5]

อ้างอิง[แก้]

  1. 第5回 太平洋・島サミット開催![ลิงก์เสีย], Plaza for International Cooperation, Official Development Assistance, Office of the Ministry of Foreign Affairs, Japan, retrieved October 17, 2009
  2. Price (1935), p. 542
  3. Crocombe (2007), p. 402
  4. Federated States of Micronesia, CIA World Factbook, retrieved October 2, 2009
  5. Peattie (1988), p. 158
  6. Myers (1987), p. 198
  7. Chuuk State: 1989 Census of Population and Housing (p. 24/223) Archived 2015-09-24 at the Wayback Machine. PacificWeb, retrieved October 10, 2009
  8. Peattie (1988), p. 317

บรรณานุกรม[แก้]

  • Baker, Byron; Wenkam, Robert, Micronesia: The Breadfruit Revolution, East-West Center Press, 1971, ISBN 0-8248-0102-4
  • Crocombe, R. G., Asia in the Pacific Islands: Replacing the West, 2007, ISBN 982-02-0388-0
  • Davidson, James Wightman, Pacific Island: Geographical Handbook Series, Volume 4 of Pacific Islands, Naval Intelligence Division, 1945
  • Edmonds, I. G., Micronesia: America's Outpost in the Pacific, Bobbs-Merrill, 1974, ISBN 0-672-51815-5
  • Hezel, Francis X., Strangers in Their Own Land: A Century of Colonial Rule in the Caroline and Marshall Islands (Issue 13 of Pacific Islands Monograph Ser. 13), University of Hawaii Press, 2003, ISBN 0-8248-2804-6
  • Hiery, Hermann, The Neglected War: The German South Pacific and The Influence of World War I, University of Hawaii Press, 1995, ISBN 0-8248-1668-4
  • Myers, Ramon H.; Peattie, Mark R., The Japanese Colonial Empire, 1895–1945, Princeton University Press, 1987, ISBN 0-691-10222-8
  • National Research Council (U.S.). Pacific Science Board, CIMA report, Issue 5, 1950
  • Oliver, Douglas L., The Pacific Islands, University of Hawaii Press, 1989, ISBN 0-8248-1233-6
  • Pacific Magazine Corp, "Special Report on Japanese Investment in the Pacific Islands", Pacific Magazine, Volume 10, pp. 34–37, 1985
  • Peattie, Mark R., Nanʻyō: The rise and fall of the Japanese in Micronesia, 1885–1945, University of Hawaii Press, 1988, ISBN 0-8248-1480-0
  • Poyer, Lin; Falgout, Suzanne; Carucci, Laurence Marshall, The Typhoon of War: Micronesian Experiences of the Pacific War, University of Hawaii Press, 2001, ISBN 0-8248-2168-8
  • Price, Willard, The South Sea Adventure: Through Japan's Equatorial Empire, The Hokuseido Press, 1936
  • Price, Willard, Japan's new outposts, Harper's Magazine, Volume 171, pp. 537–546, 1935
  • Rainbird, Paul, The Archaeology of Micronesia: Cambridge World Archaeology, Cambridge University Press, 2004, ISBN 0-521-65630-3
  • Shuster, Donald R., State Shinto in Micronesia during Japanese Rule, 1914–1945, Brigham Young University—Hawaii Campus, Pacific Studies, Volumes 5 (2), pp. 20–43, 1981
  • The Statesman's Year-book, St. Martin's Press, 1923
  • United States. Office of the Chief of Naval Operations, East Caroline Islands: Civil Affairs Handbook, Office of the Chief of Naval Operations, Navy Dept., 1946