นกอัลบาทรอสคิ้วดำ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
นกอัลบาทรอสคิ้วดำ
Thalassarche melanophrys in flight - SE Tasmania.jpg
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Aves
อันดับ: Procellariiformes
วงศ์: Diomedeidae
สกุล: Thalassarche
สปีชีส์: T.  melanophrys
ชื่อทวินาม
Thalassarche melanophrys
(Temminck, 1828)
Black-browed Albatross-map-localisation-fr.svg
แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์
ชื่อพ้อง[1]
  • Diomedea melanophris Temminck, 1828

นกอัลบาทรอสคิ้วดำ (อังกฤษ: Black-browed albatross; ชื่อวิทยาศาสตร์: Thalassarche melanophrys หรือ melanophris[2]) เป็นนกทะเลขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง จำพวกนกอัลบาทรอส (Diomedeidae)

นกอัลบาทรอสคิ้วดำ เป็นนกอัลบาทรอสขนาดกลาง มีส่วนหัวที่ใหญ่กว่าลูกเบสบอลเล็กน้อย มีคิ้วสีดำที่โดดเด่นคาดเหนือดวงตาสีดำขลับ จะงอยปากยาวประมาณ 10 เซนติเมตร มีโทนสีไล่กันจากโคนสีเหลืองนวลเป็นสีชมพูอ่อนและชมพูเข้มตอนปลาย นกในช่วงวัยรุ่นจะมีจะงอยปากสีเข้ม [3] นกขนาดโตเต็มที่มีความยาวลำตัว 80–95 เซนติเมตร (31–37 นิ้ว) ความกว้างปีก 200–240 เซนติเมตร (79–94 นิ้ว) น้ำหนักโดยเฉลี่ย 2.9–4.7 กิโลกรัม (6.4–10 นิ้ว) และมีอายุขัยได้มากกว่า 70 ปี[4]

นกอัลบาทรอสคิ้วดำ กระจายพันธุ์อยู่ในซีกโลกใต้ ทั้งมหาสมุทรแอตแลนติก และแปซิฟิก โดยเฉพาะในหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ และอาจพบได้ถึงเกาะแคมป์เบลล์ ในนิวซีแลนด์ นกวัยรุ่นจะกลับเข้าหาฝั่งเป็นครั้งแรกหลังจากใช้ชีวิตอยู่ในทะเลนาน 4-5 ปี เพื่อหาคู่ โดยจะอวดท่วงท่าลีลา รำแพนหาง และส่งเสียงขันคู หรือโก่งคอเข้าหาคู่และเอียงจะงอยปากแนบกัน เพื่อแสดงความพร้อมในการผสมพันธุ์ การหาคู่มักใช้เวลานานราว 2 ปี นกที่เข้าคู่กันได้ดีและนั่งอยู่ด้วยกันเป็นเวลานาน เพื่อทำความรู้จักและเข้าคู่กัน เพราะการเลี้ยงลูกต้องอาศัยทั้งตัวผู้และตัวเมีย โดยทำรังบนหน้าผาชายฝั่ง [3]

นกอัลบาทรอสคิ้วดำ จำนวน 399,000 คู่ หรือ 2 ใน 3 ของนกอัลบาทรอสคิ้วดำทั่วโลกจะบินมาวางไข่ที่หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ แต่จำนวนของนกลดลงอย่างน่าใจหาย เนื่องจากการประมงเบ็ดราวและอวนลากในมหาสมุทรของซีกโลกใต้ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 2003 สหภาพระหว่างประเทศว่าด้วยการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ประกาศให้เป็นสัตว์อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน[3]

นกอัลบาทรอสคิ้วดำ ได้รับการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ครั้งแรกว่า Diomedea melanophris โดย คอนราด จาค็อบ แทมมินค์ นักสัตววิทยาชาวดัตช์ ในปี ค.ศ. 1828 โดยได้ต้นแบบมาจากแหลมกูดโฮป[5]

โดยที่คำว่า melanophrus มาจากภาษากรีก 2 คำ คือ "melas" หรือ "melanos" หมายถึง "ดำ" และ "ophrus" หมายถึง "คิ้ว" ที่หมายถึงขนสีดำคล้ายคิ้วรอบดวงตานก[6]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 จาก IUCN
  2. จาก itis.gov
  3. 3.0 3.1 3.2 หน้า 135-137, เหินร่อนหวงหาวกับเจ้าเวหา อัลบาทรอส โดย คาร์ล ซาฟินา, National Geographic ฉบับภาษาไทย: ฉบับที่ 77 ธันวาคม 2550 ISSN 1513-9840
  4. Arata, J.; Robertson, G.; Valencia, J.; Lawton, K (2003). "The Evangelistas Islets, Chile: a new breeding site for black-browed albatrosses". Polar Biology (26) : 687–690.
  5. Robertson, G.; Moreno, C. A.; Lawton, K.; Arata, J.; Valencia, J.; Kirkwood, R. (2007). "An estimate of the population sizes of Black-browed (Thalassarche melanophrys) and Grey-headed (T. chrysostoma) Albatross breeding in the Diego Ramírez Archipelago, Chile". Emu (107) : 239–244.
  6. Gotch, A. F. (1995) [1979]. "Albatrosses, Fulmars, Shearwaters, and Petrels". Latin Names Explained A Guide to the Scientific Classifications of Reptiles, Birds & Mammals. New York, NY: Facts on File. p. 191. ISBN 0-8160-3377-3.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]