ธาร
ธาร | |
|---|---|
| พิกัด: 22°35′50″N 75°18′15″E / 22.59722°N 75.30417°E | |
| ประเทศ | |
| รัฐ | มัธยประเทศ |
| อำเภอ | ธาร |
| การปกครอง | |
| • ประเภท | องค์การเทศบาล |
| • องค์กร | องค์การเทศบาลนครธาร |
| ความสูง | 559 เมตร (1,834 ฟุต) |
| ประชากร (2011) | |
| • ทั้งหมด | 93,917 คน |
| เขตเวลา | UTC+5:30 (IST) |
| ทะเบียนพาหนะ | MP-11 |
| เว็บไซต์ | dhar |
ธาร (ฮินดี: धार; Dhar) เป็นนครในอำเภอธาร ภูมิภาคมาฬวา รัฐมัธยประเทศ ประเทศอินเดีย ศูนย์กลางการปกครองของอำเภอธาร และอดีตราชธานีของรัฐธาร ในเมืองเก่าธารเป็นที่ตั้งของซากและอาคารสิ่งปลูกสร้างที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ จำนวนมาก[1] เมืองเก่าธารล้อมด้วยป้อมปราการที่สร้างจากหินทราย ตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ย ป้อมปราการธารนั้นเชื่อว่าสร้างขึ้นโดยโมฮัมมัด บิน ตุฆลุก สุลต่านแห่งเดลี และน่าจะสร้างขึ้นบนซากของอดีตธาราคีรีที่ปรากฏในเอกสารเก่า[2] นอกจากป้อมปราการแล้ว สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมืองธาร ยังรวมถึง มัสยิดลาฏ ตั้งอยู่ทางใต้ของเมือง สร้างขึ้นเป๋นมัสยิดจามีโดยทิลวาร ข่าน ในปี 1405[3] และเป็นที่รู้จักจากทั้งสถาปัตยกรรมและโลหสตมภ์ที่ตั้งอยู่ภายในเขตมัสยิด[4][5]
ชื่อมืองธารมาจากชื่อเดิมว่า ธารานคร ('นครปลายดาบ') ปรากฏการกล่าวถึงครั้งแรกในจารึกอีศวรวรรมันที่ค้นพบในเชานปุระจากสมัยเมาขรี (ศตวรรษที่ 6)[6] ธารกลายมาเป็นเมืองที่มีความสำคัญในฐานะราชธานีของผู้นำปรมารมาฬวา โดย ไวริสิงห์ (Vairisiṃha, ประมาณ ค.ศ. 920-45) ซึ่งย้ายราชธานีมาจากอุชไชนะ ในสมัยปกครองของปรมาร ธารมีฐานะเป็นศูนย์กลางการศึกษาและวัฒนธรรม[1] โดยเฉพาะในรัชสมัยของกษัตริย์โภช (ประมาณ ค.ศ. 1000–1055) จาลุกยะแห่งกลยาณภายใต้การนำของโสเมศวรที่หนึ่ง (ประมาณ ค.ศ. 1042–68) เข้ายึดครองและเผาทำลายล้างเมืองธารในสมัยศตวรรษที่ 11[7] ตามด้วยถูกโจมตีและทำลายโดยจาลุกยะแห่งคุชราตภายใต้การนำของชยสิงหะ สิทธราชะ[8] และเมื่ออาลาอุดดีน ขิลจี สุลต่านแห่งเดลี ปล่อยกองทัพเข้ายึดครองมาฬวาในศตวรรษที่ 14 จึงถูกยึดครองและผนวกเป็นส่วนหนี่งของรัฐสุลต่านเดลีได้โดยง่าย โดยธารได้รับเลือกเป็นเมืองหลวงของแคว้นมาฬวา โดยมีอัยน์ อัลมุล์ก มูลตานี เป็นผู้ว่าการจนถึงปี 1313[9] ในสมัยของอักบัร ธารถูกยึดครองเป็นของจักรวรรดิโมกุล และอยู่ใต้ปกครองของโมกุลจนปี 1730 ซึ่งถูกยึดครองโดยมราฐา[1]
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 3
ประโยคหรือส่วนของบทความก่อนหน้านี้ ประกอบด้วยข้อความจากสิ่งพิมพ์ซึ่งปัจจุบันเป็นสาธารณสมบัติ: Chisholm, Hugh, บ.ก. (1911). . สารานุกรมบริตานิกา ค.ศ. 1911. Vol. 8 (11 ed.). สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์. p. 142. - ↑ K. K. Lele, in Dikshit, Pārijātamañjarī, p. xxi, n. 1,
- ↑ Annual Report on Indian Epigraphy (1971-72): 81, no. D. 73
- ↑ Smith, V. A. "The Iron Pillar of Dhār". Journal of the Royal Asiatic Society. 1898: 143–46.
- ↑ Ray, Amitava; Dhua, S. K.; Prasad, R. R.; Jha, S.; Banerjee, S. (1997). "The ancient 11th century iron pillar at Dhar, India: a microstructural insight into material characteristics". Journal of Materials Science Letters. 16 (5): 371–375. doi:10.1023/A:1018550529070. S2CID 134653889.
- ↑ J. F. Fleet, Inscriptions of the Early Gupta Kings and their Successors, Corpus Inscriptionum Indicarum, vol. 3 (Calcutta, 1888): 228 (line 6). Hans T. Bakker, 'The So-Called Jaunpur Inscription of Īśvaravarman', Indo-Iran Journal 2009; 50: 207-16 shows that inscription belongs not to Īśvaravarman but to Īśānavarman or one of his successors. Online abstract: http://booksandjournals.brillonline.com/content/10.1163/001972409x12525778274224
- ↑ G. Yazdani, ed., The Early History of the Deccan, 2 vols. (London, 1960) 1: 331 according to the Nander inscription (dated CE 1047) and Nāgai inscription (dated CE 1058).
- ↑ A. K. Majumdar, Chalukyas of Gujarat (Bombay, 1956): 72-3.
- ↑ Iqtidar Husain Siddiqui, Authority and Kingship under the Sultans of Delhi (Delhi, 2006): 283-84.