ธาตุหายาก


ธาตุหายาก ("REEs") หรือ ธาตุแรร์เอิร์ท หมายถึง ธาตุทั้ง 17 ธาตุซึ่งเป็นธาตุทุกธาตุในหมู่แลนทาไนด์ทั้ง 15 ธาตุ รวมถึงสแกนเดียมและอิตเทรียม [2] สแกนเดียมและอิตเทรียมจัดเป็นโลหะเบาที่หายาก เนื่องจากพวกมันมีแนวโน้มว่าจะเกิดในสินแร่เหล็กเช่นเดียวกับธาตุในหมู่แลนทาไนด์และมีสมบัติทางเคมีคล้ายกัน โดยสารประกอบที่มีธาตุแรร์เอิร์ทเป็นองค์ประกอบมีการใช้งานที่หลากหลาย เช่น ในอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์, เลเซอร์, กระจก, วัสดุแม่เหล็ก และกระบวนการทางอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างไรก็ตาม ธาตุแรร์เอิร์ทควรแยกให้แตกต่างจาก “แร่ธาตุสำคัญ” (critical minerals) ซึ่งหมายถึงวัสดุที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์หรือเศรษฐกิจ โดยแต่ละประเทศอาจให้คำนิยามต่างกัน รวมถึง “แร่แรร์เอิร์ท” (rare-earth minerals) ซึ่งหมายถึงแร่ที่มีธาตุแรร์เอิร์ทอย่างน้อยหนึ่งชนิดเป็นองค์ประกอบหลักของโลหะในแร่นั้น
คำว่า “แรร์เอิร์ท” เป็นคำที่ใช้ไม่ถูกต้องนัก เพราะธาตุเหล่านี้ไม่ได้หายากจริง ๆ แต่ถูกเรียกเช่นนั้นเนื่องจากมักพบในรูปของสารประกอบ ไม่ได้อยู่ในรูปของโลหะบริสุทธิ์ และมีความยากในการแยกสกัดและทำให้บริสุทธิ์ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ธาตุแรร์เอิร์ทมักกระจายอยู่ในปริมาณเล็กน้อยในรูปสิ่งเจือปน การจะได้ธาตุแรร์เอิร์ทที่มีความบริสุทธิ์เพียงพอต่อการใช้งานจึงจำเป็นต้องแปรรูปและสกัดจากสินแร่ปริมาณมหาศาล ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก
สแกนเดียมและอิตเทรียมถูกจัดว่าเป็นธาตุแรร์เอิร์ท เนื่องจากมักพบอยู่ร่วมกับแลนทาไนด์ในแหล่งสินแร่ชนิดเดียวกัน และมีสมบัติทางเคมีที่คล้ายคลึงกัน แต่มีสมบัติทางไฟฟ้าและแม่เหล็กที่แตกต่างออกไป ไอโซโทปทั้งหมดของโพรมีเทียมเป็นกัมมันตรังสี และไม่พบตามธรรมชาติในชั้นเปลือกโลก ยกเว้นเพียงร่องรอยเล็กน้อยที่เกิดจากการสลายตัวแบบฟิชชันของยูเรเนียม-238 ธาตุเหล่านี้มักพบในแร่ที่มีทอเรียม และในบางกรณีพบร่วมกับยูเรเนียมด้วย
เนื่องจากสมบัติทางธรณีเคมีของธาตุแรร์เอิร์ท ธาตุเหล่านี้มักกระจายตัวอยู่ทั่วไปและไม่ค่อยพบในรูปที่มีความเข้มข้นสูงในแร่แรร์เอิร์ท ดังนั้น แหล่งแร่ที่สามารถขุดได้อย่างคุ้มค่าทางเศรษฐกิจจึงมีอยู่น้อย แร่แรร์เอิร์ทชนิดแรกที่ถูกค้นพบ (ในปี พ.ศ. 2330) คือแร่แกโดลิไนต์ ซึ่งเป็นแร่สีดำที่ประกอบด้วยซีเรียม อิตเทรียม เหล็ก ซิลิกอน และธาตุอื่นๆ แร่ชนิดนี้ถูกขุดจากเหมืองในหมู่บ้านอิตเตอร์บี ประเทศสวีเดน ธาตุแรร์เอิร์ทสี่ชนิดได้รับการตั้งชื่อตามสถานที่แห่งนี้ โดยการผลิตเชิงพาณิชย์ในยุคปัจจุบันนิยามปริมาณสำรองของธาตุแรร์เอิร์ทในรูปของ “ออกไซด์ของแรร์เอิร์ท” (Rare-Earth Oxides: REOs) ซึ่งเป็นสารประกอบออกไซด์ที่มีส่วนผสมของธาตุแรร์เอิร์ทหลายชนิดรวมกัน
การใช้งาน การประยุกต์ใช้ และความต้องการธาตุแรร์เอิร์ทได้ขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในปี พ.ศ. 2558 ธาตุแรร์เอิร์ทส่วนใหญ่ถูกใช้ในกระบวนการผลิตตัวเร่งปฏิกิริยา และแม่เหล็ก การเปลี่ยนผ่านของโลกไปสู่เทคโนโลยีพลังงานทดแทน เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EVs) และกังหันลม รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง การใช้งานทางการทหาร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคอย่างสมาร์ทโฟน ล้วนทำให้ความต้องการใช้ธาตุแรร์เอิร์ทเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
จีนครองตำแหน่งผู้นำโลกทั้งในด้านปริมาณสำรองและการผลิตธาตุแรร์เอิร์ท; ในปี พ.ศ. 2562 จีนจัดส่งผงแรร์เอิร์ททั้ง 17 ธาตุประมาณ 90% ของความต้องการทั่วโลก โดยรัฐบาลจีนได้กำหนดข้อจำกัดในการจัดหาและการจำหน่ายธาตุแรร์เอิร์ทตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2553 ด้วยหลายเหตุผล หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ดอนัลด์ ทรัมป์ ยกระดับสงครามการค้ากับจีนในปี พ.ศ. 2568 โดยจีนได้ออกข้อจำกัดเพิ่มเติม ส่งผลให้ประเทศอื่น ๆ ที่มีสำรองแรร์เอิร์ทเริ่มเพิ่มการสำรวจและการผลิตของตน โดยในปี พ.ศ. 2568 สหรัฐอเมริกาและเมียนมาร์เป็นผู้ผลิตธาตุแรร์เอิร์ทมากเป็นอันดับสองและสามตามลำดับ แต่บราซิลและอินเดียมีปริมาณสำรองมากเป็นอันดับสองและสามของโลก
ประวัติศาสตร์
[แก้]พ.ศ. 2330: การค้นพบ
[แก้]ธาตุแรร์เอิร์ทถูกค้นพบครั้งแรกในรูปของส่วนประกอบของแร่ คำว่า “rare” หมายถึงแร่ที่พบได้ยาก ส่วนคำว่า “earth” มาจากชื่อเก่าในอดีตที่ใช้เรียกสารประกอบออกไซด์ ซึ่งเป็นรูปแบบทางเคมีของธาตุเหล่านี้ในแร่ คำว่า “rare” ยังอาจมีความหมายว่า “แปลก” หรือ “พิเศษ” อีกด้วย
ในปี พ.ศ. 2330 ร้อยโทคาร์ล อักเซล อาร์เรเนียส (Carl Axel Arrhenius) ได้ค้นพบแร่ชนิดหนึ่งในเหมืองหินของหมู่บ้านอิตเตอร์บี ประเทศสวีเดน ซึ่งต่อมาแร่นี้ได้ถูกส่งไปให้โยฮัน กาโดลิน (Johan Gadolin) ศาสตราจารย์แห่งราชบัณฑิตยสถานเมืองตุรกุ (Royal Academy of Turku) ทำการวิเคราะห์ และเขาได้แยกสารออกไซด์ชนิดใหม่ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนออกมา ซึ่งเขาตั้งชื่อมันว่า อิตเทรียม
รายชื่อ
[แก้]ตารางด้านล่างแสดงชื่อ มวลอะตอม รากศัพท์ และการนำไปใช้ของธาตุหายากทั้ง 17 ธาตุหายากบางธาตุได้ตั้งชื่อตามนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบธาตุนั้นๆ หรือสถานที่ที่ค้นพบธาตุนั้นๆ
| Z | สัญลักษณ์ | ชื่อ | รากศัพท์ | การนำไปใช้ |
|---|---|---|---|---|
| 21 | Sc | สแกนเดียม | ตามคำละตินว่า สแกนเดีย (สแกนดิเนเวีย) สถานที่ที่ธาตุหายากชนิดแรกถูกค้นพบ. | อัลลอยอะลูมิเนียม-สแกนเดียมเบาซึ่งทำเป็นชิ้นส่วนของอากาศยาน, ถูกเพิ่มใส่ โคมไฟโลหะแฮไลด์ และ หลอดไฟไอปรอท,[3] ซึ่งถ้าเป็นกัมมันตรังสีก็ใช้ติดตามในโรงกลั่นน้ำมัน |
| 39 | Y | อิตเทรียม | ตามหมู่บ้าน Ytterby, Sweden, สถานที่ที่ค้นพบธาตุหายากชนิดแรก. | เลเซอร์โกเมนอะลูมิเนียม-อิตเทรียม (YAG) , อิตเทรียมวานาเดต (YVO4) ใช้เป็นตัวนำของยูโรเพียมในทีวีเรืองแสงสีแดง, YBCO เป็นตัวนำยิ่งยวดอุณหภูมิสูง, โกเมนอิตเทรียมเหล็ก (YIG) ตัวกรองไมโครเวฟ,[3] ในหลอดไฟประหยัดพลังงาน,[4] ใช้เติมลงไปในอะลูมิเนียมที่ใช้ทำสายส่งไฟฟ้าแรงสูงเพื่อเพิ่มสภาพนำไฟฟ้า |
| 57 | La | แลนทานัม | ตามชื่อกรีก"แลนทาเนียน" แปลว่า ถูกซ่อนไว้. | แลนทานัมออกไซด์ (La2O3) ใช้ทำเลนส์กล้องถ่ายภาพ |
| 58 | Ce | ซีเรียม | ตามดาวเคราะห์แคระ เซเรส, และตั้งชื่อตามเทพเจ้าแห่งการเกษตรของโรมัน | ใช้เป็นตัวออกซิไดส์ |
| 59 | Pr | เพรซีโอดิเมียม | ตั้งชื่อตามภาษากรีก "เพรซิออส" ซึ่งแปลว่า สีเขียวต้นหอม และคำว่า "ไดดีมอส"ซึ่งแปลว่า แฝด | ใช้ทำแม่เหล็กของธาตุหายาก |
| 60 | Nd | นีโอดิเมียม | ตั้งชื่อตามภาษากรีก "นีออส"ซึ่งแปลว่า ใหม่ และคำว่า "ไดดีมอส"ซึ่งแปลว่า แฝด | ใช้ทำแม่เหล็กของธาตุหายาก ใช้ทำเลเซอร์สีม่วง ใช้ทำแก้วไดดีเมียม, |
| 61 | Pm | โพรมีเทียม | ตั้งชื่อตาม ไททัน โพรมีธีอุส ผู้ที่นำไฟมาสู่มนุษย์ | ใช้ทำแบตเตอรี่นิวเคลียร์ และเลนส์อินฟราเรด |
| 62 | Sm | ซาแมเรียม | ตาม Vasili Samarsky-Bykhovets ผู้ค้นพบแร่หายาก ซามาร์สไกต์. | ใช้ทำแม่เหล็กของธาตุหายาก |
| 63 | Eu | ยูโรเพียม | ตามทวีปยุโรป. | ใช้ทำสารเรืองแสงสีแดงและสีน้ำเงิน ใช้ทำเลเซอร์ และหลอดไฟไอปรอท |
| 64 | Gd | แกโดลิเนียม | ตาม โจฮัน แกโดลิน (1760–1852), เพื่อเป็นเกียรติแก่การตรวจสอบธาตุหายากของเขา | ใช้ทำแม่เหล็กของธาตุหายาก ใช้ทำหลอดรังสีเอกซเรย์ |
| 65 | Tb | เทอร์เบียม | ตามหมู่บ้าน Ytterby, Sweden, สถานที่ที่ค้นพบธาตุหายากชนิดแรก. | ใช้ทำสารเรืองแสงสีเขียว ใช้ทำเลเซอร์ |
| 66 | Dy | ดิสโพรเซียม | ตามภาษากรีก "ดิสโพรซิทอส" แปลว่า หาได้ยาก. | ใช้ทำแม่เหล็กของธาตุหายาก |
| 67 | Ho | โฮลเมียม | ตาม สต็อกโฮล์ม (ในละติน, "โฮลเมีย") ซึ่งเป็นเมืองบ้านเกิดของผู้ค้นพบคนหนึ่ง | ใช้ทำเลเซอร์, ใช้ทำแม่เหล็ก |
| 68 | Er | เออร์เบียม | ตามหมู่บ้าน Ytterby, สวีเดน | ใช้ทำเลเซอร์อินฟราเรด, เหล็กกล้าวาเนเดียม |
| 69 | Tm | ทูเลียม | ตามดินแดนทางเหนือในตำนาน ทูล. | ใช้ทำโคมไฟโลหะแฮไลด์, เลเซอร์ |
| 70 | Yb | อิตเตอร์เบียม | ตามหมู่บ้าน Ytterby, สวีเดน | ใช้ทำเลเซอร์อินฟราเรด, เป็นตัวรีดิวซ์, เหล็กกล้าสแตนเลส |
| 71 | Lu | ลูทีเชียม | หลัง ลูทีเชีย เป็นชื่อเมืองก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น ปารีส. | ลูทีเชียมแทนทาเลตใช้เป็นตัวนำสารเรืองแสง |
ตัวย่อ
[แก้]ตัวย่อที่ใช้บ่อยคือ
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ "News and events". US Department of Agriculture. สืบค้นเมื่อ 2012-03-13.
- ↑ Edited by N G Connelly and T Damhus (with R M Hartshorn and A T Hutton), บ.ก. (2005). Nomenclature of Inorganic Chemistry: IUPAC Recommendations 2005 (PDF). Cambridge: RSC Publ. ISBN 0-85404-438-8. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-05-27. สืบค้นเมื่อ 2012-03-13.
{{cite book}}:|editor=มีชื่อเรียกทั่วไป (help) - 1 2 C. R. Hammond, "Section 4; The Elements", in CRC Handbook of Chemistry and Physics, 89th Edition (Internet Version 2009), David R. Lide, ed., CRC Press/Taylor and Francis, Boca Raton, FL.
- ↑ Energy-efficient light bulbs containing yttrium
- 1 2 Gschneidner, Karl A., Jr. 1966. |title=Rare Earths-The Fraternal Fifteen. Washington, DC, U.S. atomic Energy Commission, Divisions of Technical Information, 42 pages.
- 1 2 Hedrick, James B. "REE Handbook -- The ultimate guide to Rare Earth Elements,". Rare Metal Blog. Toronto, Canada. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2013-11-27. สืบค้นเมื่อ 2013-10-05.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- Tabuchi, Hiroko (5 October 2010). "Japan Recycles Rare Earth Minerals From Used Electronics". The New York Times.
- Kan, Michael (7 October 2010). "Common gadgets may be affected by shortage of rare earths". New Zealand PC World Magazine. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2010-10-27. สืบค้นเมื่อ 6 October 2010.
- Auslin, Michael (13 October 2010). "Japan's Rare-Earth Jolt". Wall Street Journal. สืบค้นเมื่อ 13 October 2010.
- Aston, Adam (15 October 2010). "China's Rare-Earth Monopoly". Technology Review (MIT). สืบค้นเมื่อ 17 October 2010.
- Hurst, Cindy (March 2010). "China's Rare Earth Elements Industry: What Can the West Learn?" (PDF). Institute for the Analysis of Global Security (IAGS). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2010-10-11. สืบค้นเมื่อ 18 October 2010.
- Rare earths mining: China's 21st Century gold rush, BBC News June 2010 infographic examining China's role in the rare earths market.
- Rare Earth Elements in National Defense: Background, Oversight Issues, and Options for Congress เก็บถาวร 2014-09-10 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน Congressional Research Service, March 31, 2011.
- Digging for rare earths: The mines where iPhones are born | Apple - CNET News, September 26, 2012
- Khan, Malek; Lundmark, Martin; Hellström, Jerker "Rare Earth Elements and Europe’s Dependence on China" เก็บถาวร 2016-03-04 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน in Strategic Outlook 2013, Swedish Defence Research Agency (FOI), June 2013, pp.93-98.
- Terra Rara: The strange story of some political elements เก็บถาวร 2017-09-06 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน Prof Andrea Sella, Royal Institution filmed event, 31 May 2013