ท้าวอินทรสุริยา (เนื่อง จินตดุล)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ท้าวอินทรสุริยา (เนื่อง จินตดุล)

ท้าวอินทรสุริยา นามเดิม เนื่อง จินตดุล (10 ธันวาคม พ.ศ. 2428 - 16 ตุลาคม พ.ศ. 2517) เป็นพระพี่เลี้ยงผู้ถวายการอภิบาลสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

ประวัติ

ท้าวอินทรสุริยา มีนามเดิมว่า เนื่อง จินตดุล เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2428 ณ ตำบลบางขุนศรี อำเภอบางกอกน้อย จังหวัดธนบุรี เป็นธิดาคนเดียวของ นายกลีบ จินตดุล และ นางทองคำ จินตดุล ทางฝั่งบิดารับราชการกรมมหรสพ ส่วนทางฝั่งมารดามีเชื้อสายมาจากราชินิกุลชูโต

เมื่อเด็กหญิงเนื่องอายุได้ประมาณ 2 ปี มารดาได้ยกให้ไปเป็นบุตรบุญธรรมของ คุณนายทับทิม บุณยาหาร ซึ่งเป็นญาติกัน เด็กหญิงเนื่องเป็นที่รักของคุณนายทับทิม และ คนในบ้าน เพราะเป็นเด็กที่สุภาพเรียบร้อยว่านอนสอนง่าย เมื่อมีวัยพอศึกษา คุณนายทับทิมจึงหาครูมาสอนให้ที่บ้านให้พออ่านออกเขียนได้ จนอายุ 15 ปี มีใจน้อมไปในทางธรรม เนื่องจากมีโอกาสติดตามคุณนายทับทิม ไปวัดทำบุญรักษาศีลทุกวันมิได้ขาด ต่อมาถึงเกิดศรัทธาแรงกล้า ตัดสินใจโกนผมนุ่งห่มขาว บวชอยู่ ณ สำนักชีวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ถึง 5 ปี ครั้นทางบ้านไม่มีคนช่วยดูแลบ้าน คุณนายทับทิมจึงขอร้องให้ลาเพศชีกลับมาช่วยดูแลบ้านตามเดิม

เมื่อลาเพศชีออกมาได้ 5-6 ปี ภารกิจที่บ้านว่างลง จึงขออนุญาตคุณนายทับทิม ไปเข้าเรียนวิชาพยาบาล จนสำเร็จวิชาพยาบาลศิริราช รุ่นที่ 9 เป็นพระสหายร่วมชั้นเรียนวิชาพยาบาลของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่โรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์และหญิงพยาบาลแห่งศิริราช และไปเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลศิริราชและโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าตามลำดับ และเคยเป็นพยาบาลอาสาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วย

เมื่อ พ.ศ. 2466 เมื่อหม่อมสังวาลย์ มหิดล ณ อยุธยา ได้ให้ประสูติหม่อมเจ้ากัลยาณิวัฒนา มหิดล และติดตามสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ เสด็จฯกลับสยาม ในปีนั้นเอง สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ ได้คัดเลือกพระพี่เลี้ยงนางนมให้มาถวายการดูแลพระโอรส-ธิดา ปรากฏว่านางพยาบาล เนื่อง จินตดุล ได้รับการคัดเลือก เพราะเป็นพระสหายสนิทของหม่อมสังวาลย์ ท่านได้ติดตามเป็นพระพี่เลี้ยง และตามเสด็จทั้งสามพระองค์ไปประเทศเยอรมนีและประเทศฝรั่งเศส ในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2468[1] และตามเสด็จในการเสด็จนิวัติพระนครทุกครั้ง ต่อมาท่านก็ได้ย้ายมาอาศัยอยู่ในพระตำหนักใหม่ วังสระปทุม

การเป็นพระพี่เลี้ยงของทั้งสามพระองค์ตลอดมาหลายสิบปี พระพี่เลี้ยงเนื่องจึงมีความรู้ทางด้านภาษาต่างประเทศพอสมควร นอกจากนี้ยังเป็นผู้ที่คอยติดตามข่าวสารบ้านเมืองเสมอ จึงเป็นคนที่ทราบการเคลื่อนไหวของชาวโลกตลอดเวลา ทั้งยังอยู่ในเหตุการณ์การสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 ณ พระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง และ ท่านได้เป็นพยานคนสำคัญในคดีนี้ในเวลาต่อมา

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงออกนามเรียกพระพี่เลี้ยงเนื่องว่า แหนน [2] เพราะออกเสียงง่ายกว่าคำว่า เนื่อง พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็ทรงออกนามเรียกท่านเช่นนั้นตามพระเชษฐภคินี

คุณท้าวอินทรสุริยายังได้ถวายการอภิบาลพระราชโอรสธิดาทุกพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยมีคุณวิไล อมาตยกุล ท่านผู้หญิงอภิรดี ยิ่งเจริญ ท่านผู้หญิงพรสม กุณฑลจินดา และคุณทวี มณีนุตร เป็นผู้ช่วยถวายการอภิบาล

บรรดาศักดิ์

วันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2493 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้นางสาวเนื่อง จินตดุล เป็น ท้าวอินทรสุริยา สรรพาหารพิจาริณี ที่นักพฤฒิชราฉลองพระโอษฐ์ บังคับบัญชาบรรดาวิเสทนอกในทั้งปวง ถือศักดินา 1,000[3]

บั้นปลายชีวิต

ต้นปี พ.ศ. 2505 ท่านได้กราบบังคมทูลลา ถือเพศอุบาสิกานุ่งขาวห่มขาวอีกครั้ง ณ วัดโกมุทรัตนาราม จังหวัดชลบุรี โดยมีหลวงพ่อสาลี เป็นผู้ประกอบพิธี เมื่อบวชแล้วก็ย้ายมาจำพรรษา ณ วัดธาตุทอง พระโขนง ท่านได้อุทิศตนบำเพ็ญประโยชน์ให้กับการบำรุงวัด สถานพยาบาล โรงเรียน และสถาบันแม่ชี โดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย และยังชอบท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ที่ชอบมาก คือ วัดวชิราลงกรณวราราม ตำบลหนองน้ำแดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ท่านมีโอกาสได้รู้จักกับหลวงปู่ฝั้น อาจาโร และอาจารย์สายพระป่าในประเทศไทยหลายรูป ในเวลาต่อมาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงขอร้องให้เข้ามาพำนักในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน และ พระราชทานห้องพักในพระตำหนักจิตรลดารโหฐานให้กับคุณท้าว

ท้าวอินทรสุริยาถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2517 เวลา 19.10 น. ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน สิริรวมอายุได้ 88 ปี 11 เดือน [2] ท่านเกิดในเดือนธันวาคม ถึงแก่อนิจกรรมในเดือนตุลาคม ตอนมีอายุ 88 ปี 11เดือน เหมือนกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ที่ท่านถวายการอภิบาลและถวายงานอย่างใกล้ชิด มาตลอดทั้งชั่วชีวิตของท่าน

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทาน น้ำหลวงอาบศพ โกศแปดเหลี่ยม ฉัตรเบญจา6คันตั้งประกอบเกียรติยศ ปี่ไฉน1 กลองชนะ10 ประโคมเวลารับพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และ ให้ตั้งโกศศพบำเพ็ญกุศลไว้ ณ ศาลาบัณณรศภาค วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร

วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ 2518 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จในการพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส โดยทรงเสด็จขึ้นบนเมรุวางดอกไม้จันทน์พระราชทานเพลิงศพด้วยพระองค์เอง

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

อ้างอิง

  1. เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
  2. 2.0 2.1 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาเจ้านายเล็กๆ - ยุวกษัตริย์. กรุงเทพ : ซิลค์เวอร์ม บุคส์, พิมพ์ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2549. 450 หน้า. หน้า หน้าที่. ISBN 974-7047-55-1
  3. "เรื่องพระราชทานบรรดาศักดิ์ฝ่ายใน" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 67 (25 ง): 1804. 2 พฤษภาคม 2493.
  4. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์, เล่ม ๕๕, ตอน ๐ ง, ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๑, หน้า ๒๙๕๘
  5. "แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 67 (25 ง): 1809. 2 พฤษภาคม 2493. สืบค้นเมื่อ 24 พฤษภาคม 2561.
  • สารัตถสมุจจัย มงคลสูตร. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์พระจันทร์, 2519. 121 หน้า หน้า. [พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์พระราชทาน ในงานพระราชทานเพลิงศพ ท้าวอินทรสุริยา ท.จ. ณ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2518]