ทีนา เทอร์เนอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ทีนา เทอร์เนอร์
Tina turner 21021985 01 350.jpg
ข้อมูลพื้นฐาน
เกิด26 พฤศจิกายน ค.ศ. 1939 (79 ปี)
ที่เกิดนัตบุช, เทนเนสซี, สหรัฐอเมริกา
แนวเพลงร็อก, ป็อป, อาร์แอนด์บี
อาชีพนักร้อง นักแสดง นักเต้น นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์
ช่วงปี1956-ปัจจุบัน
ค่ายเพลงCapitol, EMI, Parlophone, Virgin
ส่วนเกี่ยวข้องIke Turner, Ike and Tina Turner
เว็บไซต์www.officialtina.com

ทีน่า เทอร์เนอร์ (อังกฤษ: Tina Turner)หรือชื่อจริง แอนนา เม บุลล็อก(อังกฤษ: Anna Mae Bullock) เกิดเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ค.ศ. 1939 ที่เมืองเล็กๆชื่อนัทบุชในรัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา[1]เธอเป็นนักร้องหญิงชาวอเมริกัน สัญชาติสวิส[2]ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ทีน่าเป็นทั้งนักร้อง-นักแต่งเพลง, นักเต้น และ นักแสดง ทีน่า ได้รับรางวัลมากมายตลอดชีวิตการทำงานของเธอ รวมไปถึงรางวัลแกรมมี่ที่เธอได้รับมาแล้วรวม 8 ครั้ง จากการเสนอชื่อเข้าชิง 25 ครั้ง[3] ด้านการร้องเธอเป็นที่ยอมรับจากวงการดนตรีว่า น้ำเสียงของเธอทรงพลังเป็นอย่างมาก และตัวเธอได้รับฉายาว่า "ราชินีแห่งร็อกแอนด์โรล (The Queen of Rock & Roll)"[4][5]อีกทั้งเธอยังเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายว่าเป็น "นักร้องหญิงที่มีเรียวขาสวยมากที่สุด" คนหนึ่งในวงการเพลงของโลกนานหลายทศวรรษ[6][7] นอกจากเพลงร็อกแล้วเธอยังมีผลงานเพลงในแนวโซลอาร์แอนด์บี แด๊นซ์ และป็อป อีกด้วย เธอยังอยู่ในรายชื่อ The Immortals — The Greatest Artists of All Time ของนิตยสารโรลลิงสโตน และยังอยู่ใน Grammy Hall of Fame กับสามซิงเกิ้ลคือ "River Deep - Mountain High" (1999), "Proud Mary" (2003) และ "What's Love Got to Do with It" (2012) [8]

เทอร์เนอร์เป็นที่รู้จักกันว่าเป็น ศิลปินร็อกหญิงที่โด่งดังและมียอดขายมากที่สุด[9] ด้วยยอดขายมากว่า 200 ล้านชุด[10] และถูกบันทึกสถิติลงใน กินเนสบุ๊ก ว่าเป็นศิลปินที่มียอดขายตั๋วคอนเสิร์ตมากกว่าศิลปินเดี่ยวคนใดในโลก.[11] และถึงวันนี้เธอมีเพลงติดในสิบอันดับแรกของบิลบอร์ดอยู่ 7 เพลง[12] มีเพลงติดในสิบอันดับแรกของ R&B singles อยู่ 16 เพลง และ มีเพลงติดใน Top 40 hits ในสหราชอาณาจักร 34 เพลง[13]

ทีน่า มีผลงานแสดงภาพยนตร์ทั้งสิ้น 4 เรื่อง คือ ภาพยนตร์ท่สร้างจากละครเพลงของเดอะ ฮูเรื่อง Tommy ปี 1975 รับบทเป็น "Acid Queen", Sgt. Pepper's Lonely Hearts Club Band ปี 1979 ภาพยนตร์โดยบีจีส์ ที่อุทิศให้กับวงเดอะบีทเทิลส์, รับบทนำคู่กับเมล กิบสัน ใน Mad Max Beyond Thunderdome (แมดแม็กซ์ 3) ปี 1985 และบทรับเชิญใน Last Action Hero ปี 1993 นำแสดงโดยอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์

ในปี 1986 ทีน่าได้เขียนหนังสืออัตชีวประวัติ ชื่อ I, Tina เล่าถึงชีวิตตั้งแต่เด็ก และเป็นครั้งแรกที่เธอเปิดโปงถึงเรื่องราวชีวิตการแต่งงานระหว่างเธอกับไอค์ ที่เธอได้รับการทารุนทำร้ายร่างกายอย่างสาหัสเกือบตลอดช่วงชีวิตการแต่งงาน จนถึงการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของเธอ ซึ่งจัดว่าเป็นหนึ่งในการกลับมาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประวัติศาสตร์วงการร็อค[14] ต่อมาได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์อัตชีวประวัติเรื่อง What's Love Got to Do with It ที่ออกฉายในปี 1993 นำแสดงโดยแองเจลา แบสเซท และลอว์เรนซ์ ฟิชเบิร์น

นอกจากนั้น ทีน่า ยังมีผลงานเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมหลายเพลงอาทิ 'Acid Queen' ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Tommy ในปี 1975, 'We Don't Need Another Hero' จาก 'Mad Max Beyond Thunderdome' ปี 1985, 'I Don't Wanna Fight' ในปี 1993 จากภาพยนตร์อัตชีวประวัติของเธอ และล่าสุด ในปี ค.ศ. 1995 หรือ พ.ศ. 2538 ทีน่าได้ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Goldeneye หรือ พยัคฆ์ร้าย 007 รหัสลับทลายโลก

ปี พ.ศ. 2561 ละครเพลงอัตชีวประวัติของเธอเรื่อง Tina: The Musical ที่เธอมีส่วนร่วมในการผลิตอย่างเต็มตัว ได้เปิดการแสดงขึ้นเป็นครั้งแรกที่โรงละคร Aldwych Theatre ในเวสท์เอ็นกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ[15] และจะเปิดการแสดงที่บรอดเวย์ ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2562 [16]

และในปีเดียวกัน The Recording Academy หรือ สถาบันศิลปะวิทยาการการบันทึกเสียงแห่งสหรัฐอเมริกา ให้เกียรติ ทีน่า เทอร์เนอร์ ด้วยการมอบรางวัลเกียรติยศ Grammy Lifetime Achievement Award ให้กับเธอในฐานะศิลปินผู้สร้างเกียรติยศและคุณประโยชน์ให้กับวงการดนตรีเรื่อยมา[17]

ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2561 เรื่องราวชีวิตของเธอตั้งแต่เกิดรวมถึงชีวิตรักของเธอในปัจจุบันได้ถูกถ่ายทอดอย่างหมดเปลือกด้วยตัวเธอเองลงในหนังสือชื่อ Tina Turner: My Love Story ซึ่งในหนังสืออัตชีวประวัติเล่มที่สองของเธอนี้ เธอได้เล่าถึงเหตุการณ์ร้ายแรงไม่คาดฝันที่ทำไห้เธอเกือบเสียชีวิตที่เกิดข้นเพียงไม่กี่อาทิตย์หลังงานแต่งงานของเธอกับ เออร์วิน บาค สามีต่างวัยผู้บริหารวงการเพลงชาวเยอรมัน ที่เธอคบหามานานเป็นเวลากว่า 30 ปี และการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ของเขาที่ต่ออายุให้เธอจนสามารถมีชีวิตอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ [18][19]

การมานับถือศาสนาพุทธ[แก้]

เรื่องราวของเธอได้ถ่ายทอดออกมาในบทความ ฝ่ามรสุมรักด้วยหลักธรรม ซึ่งในปัจจุบันนี้เธอนับถือศาสนาพุทธ นิกายมหายาน เป็นสมาชิกของสมาคมโซคา งัคไก สากล ซึ่งในบางตอนของบทความได้บอกว่า “จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ฉันมองว่า พุทธศาสนาเป็นสิ่งที่เราพึ่งพิงได้ การสวดมนต์จะช่วยให้เราเข้าถึงแก่นแท้ ซึ่งอยู่ในจิตใต้ สำนึกของตัวเรา”[ต้องการอ้างอิง]

อ้างอิง[แก้]

  1. ประวัติทีนา เทอร์เนอร์ ที่Biography.com https://www.biography.com/people/tina-turner-9512276
  2. Tina Turner formally relinquishes her US Citizenship to become the citizen of Switzerland
  3. Tina Turner Artist Page at Grammy.com
  4. Tina Turner: Queen of Rock 'n' Roll - Trailer - Cast - Showtimes - New York Times
  5. San Francisco Art Exchange : Gallery of The Popular Image
  6. Tina Turner Turns 77! Celebrating Her Knockout Stems
  7. Tina Turner’s Top Beauty Secrets
  8. grammy.com Hall of Fame
  9. http://www.biography.com/search/article.do?id=9512276 Biography.com: Biography on Tina Turner
  10. George-Warren, Holly (2008) [1983]. The Rolling Stone Encyclopedia of Rock & Roll. Fireside. Unknown parameter |coauthors= ignored (|author= suggested) (help); |access-date= requires |url= (help)
  11. Busnar, Gene (2007). The Picture Life of Tina Turner (Library Binding ed.). F. Watts Publishers. ISBN 0531102971. Unknown parameter |origmonth= ignored (help); |access-date= requires |url= (help)
  12. http://arts.enotes.com/contemporary-musicians/turner-tina-biography enote: Contemporary Artists - Tina Turner biography
  13. Bego, Mark (2005-09-23) [2003]. Tina Turner: Break Every Rule. Taylor Trade Publishing. ISBN 1589792531 Check |isbn= value: checksum (help). |access-date= requires |url= (help)
  14. Tina Turner ranks at number 2 in the Biggest Musical Comeback of all time
  15. ข่าวเปิดการแสดง Tin:The Musical ท่ BBC.co.uk
  16. ข่าวบันเทิงเกี่ยวกับการเปิการแสดง Tina: The Musical ท่นครนิวยอร์กบนเว็บไซด์ Entertainment Weekly
  17. รายชื่อผู้ท่ได้รับรางวัล Lifetime Achievement Award
  18. Tina Turner reveals she underwent secret kidney transplant - with husband Erwin acting as her donor
  19. Tina Turner Reveals Husband Donated His Kidney for Her Transplant