ทำเนียบภาษา
| ภาษาศาสตร์สังคม |
|---|
| แนวคิดหลัก |
| สาขาวิชา |
| สาขาที่เกี่ยวข้อง |
ในภาษาศาสตร์สังคม ทำเนียบภาษา (อังกฤษ: register) หมายถึง วิธภาษาของภาษาที่แตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์หรือสถานการณ์ในการสื่อสารเฉพาะอย่าง ตัวอย่างเช่น เมื่อพูดอย่างเป็นทางการหรือพูดในที่สาธารณะ ผู้พูดภาษาอังกฤษมักจะมีแนวโน้มใช้ภาษาตามหลักเกณฑ์ของภาษาทางการมากกว่าการพูดแบบสบาย ๆ เช่น ออกเสียงคำที่ลงท้ายด้วย -ing ให้เป็นเสียงนาสิก เพดานอ่อน แทนเสียงนาสิก ปุ่มเหงือก (เช่น พูดว่า walking แทน walkin) เลือกใช้คำที่ถือว่าเป็นทางการมากกว่า เช่น father แทน dad หรือ child แทน kid และหลีกเลี่ยงการใช้คำที่ถือว่าไม่เป็นมาตรฐาน เช่น hella, ain't และ y'all
เช่นเดียวกับการแปรภาษาในรูปแบบอื่น ๆ ทำเนียบภาษามักจะมีลักษณะเป็นช่วงต่อเนื่องมากกว่าจะเป็นชุดรูปแบบที่แยกออกจากกันอย่างชัดเจน กล่าวคือ สามารถจำแนกทำเนียบภาษาได้หลากหลายประเภท แต่ไม่มีเส้นแบ่งที่แน่นอนระหว่างแต่ละประเภท การจัดหมวดหมู่สัมพันธสารจึงเป็นปัญหาที่ซับซ้อน และแม้จะอิงตามนิยามทั่วไปของการแปรภาษาที่กำหนดจากการใช้ภาษามากกว่าตัวผู้ใช้ภาษา ก็ยังมีกรณีที่การแปรภาษาในลักษณะอื่น เช่น ภาษาย่อยตามภูมิภาคหรือช่วงอายุ เข้ามาซ้อนทับกันด้วย ด้วยความซับซ้อนนี้ นักวิชาการจึงยังไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันเกี่ยวกับนิยามของคำต่าง ๆ เช่น register, field หรือ tenor ได้ และนิยามของคำเหล่านี้จากนักวิชาการแต่ละคนก็มักขัดแย้งกันเองด้วย
ยังมีคำศัพท์อื่น ๆ อีกมากมาย เช่น diatype, genre, text types, style, acrolect, mesolect, basilect, sociolect และ ethnolect ที่ถูกใช้เพื่ออธิบายแนวคิดเดียวกันหรือใกล้เคียงกันกับทำเนียบภาษา บางคนต้องการจำกัดความหมายของคำว่า register ให้หมายถึงเพียงชุดคำศัพท์เฉพาะเท่านั้น[1] ซึ่งโดยทั่วไปอาจเรียกว่า สแลง (slang), ภาษาเฉพาะวงการ (jargon), สแลงเฉพาะกลุ่ม (argot หรือ cant) ขณะที่บางคนก็โต้แย้งว่าไม่ควรใช้คำนี้เลย ตัวอย่างเช่น คริสตัลและเดวีได้วิจารณ์ว่าคำนี้ถูกใช้อย่าง "แทบไม่เลือกแยกแยะความหมาย"[2] แนวทางที่หลากหลายเหล่านี้ในการอธิบายแนวคิดเรื่องทำเนียบภาษา อยู่ภายใต้ขอบเขตของสาขาวิชาต่าง ๆ เช่น ภาษาศาสตร์สังคม (ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น) วัจนลีลาศาสตร์[1] วัจนปฏิบัติศาสตร์[3] และไวยากรณ์หน้าที่ระบบสัมพันธ์[4]