ข้ามไปเนื้อหา

ทะเลสาบมานสโรวร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ทะเลสาบมานะสะโรวะระ
ทะเลสาบมานสโรวร และเขาไกรลาสในพื้นหลัง
Location of the lake in Tibet##Location within Ngari Prefecture
Location of the lake in Tibet##Location within Ngari Prefecture
ทะเลสาบมานะสะโรวะระ
Location of the lake in Tibet##Location within Ngari Prefecture
Location of the lake in Tibet##Location within Ngari Prefecture
ทะเลสาบมานะสะโรวะระ
Location of the lake in Tibet##Location within Ngari Prefecture
Location of the lake in Tibet##Location within Ngari Prefecture
ทะเลสาบมานะสะโรวะระ
ที่ตั้งเทศมณฑลบูรัง แคว้นงารี เขตปกครองตนเองทิเบต
พิกัด30°39′N 81°27′E / 30.65°N 81.45°E / 30.65; 81.45
ชื่อในภาษาแม่Mapam Yumtso (ทิเบต)
พื้นที่พื้นน้ำ320 km2 (120 sq mi)
ความลึกสูงสุด100 m (330 ft)
ความสูงของพื้นที่4,600 m (15,100 ft)

ทะเบสาบมานสโรวร (ภาษาสันสกฤต: मानसरोवर; มานะสะโรวะระ, Hunterian: Mānsarovara) หรือ มาพัมยูโช (ทิเบต: མ་ཕམ་གཡུ་མཚོ།, ไวลี: ma pham g.yu mtsho, THL: ma pam yu tso; จีน: 瑪旁雍錯; พินอิน: Mǎ páng yōng cuò)[1][2] เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่สูง ใกล้กับเขาไกรลาสในเทศมณฑลบูรัง แคว้นงารี เขตปกครองตนเองทิเบต ตั้งอยู่ที่ความสูง 4,600 m (15,100 ft) จากระดับน้ำทะเล ตรงจุดใกล้กับพรมแดนสามประเทศกับอินเดียและเนปาล ทะเลสาบนี้เอ่อเข้าทะเลสาบน้ำเค็ม รักษสถลที่อยู่ติดกัน ผ่านทางกังกาชู

สะเลสาบนี้มีสถานะเป็นทะเสลาบศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาฮินดู, ศาสนาพุทธ, ศาสนาไชนะ และศาสนาเพิน มีศาสนิกชนเดินทางมาเพื่อจาริกแสวงบุญที่นี่จำนวนมาก

ศัพทมูล

[แก้]

คำว่า "มานสโรวร" (मानसरोवर) เป็นคำภาษาสันสกฤต มาจากคำว่า มานสฺ (मानस्) แปลว่า "จิตใจ" (โดยทั่วไปหมายถึงพลังทางจิตที่เกี่ยวข้องกัลปัญญาหรือการรับรู้)[3] และ สโรวร (सरोवर) แปลว่า "ผืนน้ำขนาดใหญ่" (จากรากคำว่า สร [สระ] และ วร [ใหญ่])[4] ชื่อในภาษาทิเบตคือ มาพัมยูโช (ทิเบต: མ་ཕམ་གཡུ་མཚོ།, ไวลี: ma pham g.yu mtsho, THL: ma pam yu tso; จีน: 瑪旁雍錯; พินอิน: Mǎ páng yōng cuò) สารัต จันทร ทาส ระบุว่าคำนี้มาจาก มาพัม แปลว่าที่ไม่สามารถเอาชนะได้ และ โช แปลว่าทะเลสาบ[5]

ภูมิศาสตร์

[แก้]

ทะเลสาบตั้งอยู่ในแคว้นงารี เขตปกครองตนเองทิเบต[6][7] ในทางตะวันตกเฉียงใต้ของทิเบต ทางเหนือไม่ไกลจากจุดบรรจบพรมแดนของสามประเทศกับอินเดียและเนปาล[8] ทะเลสาบน้ำจืดนี้ตั้งอยู่ที่ความสูง 4,600 m (15,100 ft) จากระดับน้ำทะเล บนที่ราบสูงทิเบตที่มีทะเลสาบน้ำเค็มมากมาย มานสโรวรถือเป็นหนึ่งในทะเลสาบน้ำจืดที่สูงที่สุดในทวีปเอเชีย[6][9][10]

ทะเลสาบมีขนาด 320 km2 (120 sq mi) มีรูปร่างเกือบเป็นวงกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 88 km (55 mi) และความลึแสูงสุด 100 m (330 ft)[11] มานสโรวรเอ่อลงทะเลสาบรักษสถล ผ่านทางทางน้ำไหลกังกาชู ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ[9][12][13]

ในศาสนา

[แก้]

ในมหากาพย์ รามายณะ และ มหาภารตะ มีกล่าวถึงมานสโรวร[14] และในงานเขียนฮินดูยุคใหม่ยกย่องให้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาสนาฮินดู กระนั้นไม่ปรากฏการกล่าวถึงในวรรณกรรมพระเวทยุคแรก ฤคเวท กล่าวว่าแม่น้ำสินธุไหลไปทางเหนือเพราะพระอินทร์ ข้อความนี้เป็นข้อเท็จจริงทางภูมิศาสตร์เฉพาะในเขตทิเบตเท่านั้น ซี่งฟริตส์ สตาล ระบุว่าเป็นไปได้สูงว่าชาวพระเวทโบราณได้ติดตามเส้นทางไหลของแม่น้ำสินธุ และเคยเห็นหุบเขาใกล้กับเขาไกนลาสมาก่อน[15] งานเขียนฮินดูยุคแรกกล่าวถึงสถานที่ในตำนานสองแห่ง คือเขาเมรุ และทะเลสาบมานส [มานะสะ] ซึ่งบรรยายไว้ว่าสร้างขึ้นจากความคิดของพระพรหมเพื่อเป็นวิมานของพระวาหนะ หงส์[16] ใน รามายณะ วิศวามิตรบอกพระรามว่าพระพรหมสร้างทะเลสาบนี้ขึ้นจากการรับรู้ (มานัส) ของพระองค์ ซึ่งเป็นที่มาของสื่อทะเลสาบ และมีแม่น้ำเกิดจากทะเลสาบคือสรายุ ซึ่งไหลผ่านกรุงอโยธยา[17]

ทั้งทะเลสาบมานสโสรวรและเขาไกรลาสปรากฏมีบทบาทสำคัญในจักรวาลวิทยาพุทธ และเป็นแหล่งการจาริกแสวงบุญที่สำคัญในศาสนาพุทธบางสำนัก[18] ในศาสนาพุทธ เขาไกรลาสคือเขาพระสุเมรุ[19] ซึ่งแทนบิดาของโลก และมานสโรวรแทนมารดาของโลก[9] ตามตำนานหนึ่งเล่าว่า พระนางสิริมหามายาทรงลงอาบน้ำที่มานสโรวรเพื่อชำระตนให้บริสุทธิ์ก่อนที่พระโคตมพุทธเจ้าจะจุติในครรภ์ของพระนาง[20] ในวัชรยานเชื่อว่ามหาคุรุมิลาเรปะ (ป.1052 1135) เผชิญหน้ากับนาโรเพินจัม (Naro Böncham) ของศาสนาเพินที่บนฝั่งทะเสลาบมานสโรวร[21][22]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Geographical names of Tibet AR (China): Ngari prefecture". KNAB Place Name Database. Institute of the Estonian Language. 3 June 2018. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 10 January 2020. สืบค้นเมื่อ 28 August 2022.
  2. McKay, Alex (2013). Pilgrimage in Tibet. Routledge. p. 26. ISBN 978-1-13680-709-1. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 28 August 2022. สืบค้นเมื่อ 28 August 2022.
  3. "Monier-Williams Sanskrit-English Dictionary". Monier-Williams. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 December 2012. สืบค้นเมื่อ 10 October 2017. mánas n. mind (in its widest sense as applied to all the mental powers), intellect, intelligence, understanding, perception, sense, conscience
  4. "Monier-Williams Sanskrit-English Dictionary". Monier-Williams. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 May 2015. สืบค้นเมื่อ 10 October 2017. sarovara ○vara n. (accord. to some also m.) a lake or large pond, any piece of water deep enough for the lotus
  5. Das, Sarat Chandra (1902). Tibetan-English Dictionary with Sanskrit Synonyms. Bengal Secretariat Book Depot. pp. 658, 959.
  6. 1 2 "Mount Kailas". Britannica. สืบค้นเมื่อ 1 December 2023.
  7. Samkar, Nyima (2020). Mount Kailash: the White Mirror. Library of Tibetan Works and Archives. p. 3. ISBN 978-9-38702-385-7. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 August 2024. สืบค้นเมื่อ 20 August 2024.
  8. Claude Arpi (23 February 2024). "China playing new border games close to Mt Kailash". Deccan Chronicle. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 28 February 2024. สืบค้นเมื่อ 1 March 2024.
  9. 1 2 3 Brockman, Norbert (2011). Encyclopedia of Sacred Places, Volume 1. ABC-Clio. p. 356. ISBN 978-1-59884-654-6. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 19 August 2024. สืบค้นเมื่อ 20 August 2024.
  10. Likens, Gene (2009). Encyclopedia of Inland Waters. Elsevier Science. p. 505. ISBN 978-0-12370-626-3. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 August 2024. สืบค้นเมื่อ 20 August 2024.
  11. "Lake Mansarovar". Government of Uttarakhand. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 18 May 2024. สืบค้นเมื่อ 1 June 2024.
  12. Likens, Gene (2010). Lake Ecosystem Ecology: A Global Perspective. Elsevier Science. p. 294. ISBN 978-0-12382-003-7. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 August 2024. สืบค้นเมื่อ 20 August 2024.
  13. John Vincent Bellezza (2024). A Comprehensive Survey of Rock Art in Upper Tibet: Volume III. Archaeopress. ISBN 978-1-80327-774-5.
  14. Allen 2013, p. 3.
  15. McKay, Alex (2015). Kailas Histories: Renunciate Traditions and the Construction of Himalayan Sacred Geography. Brill Publishers. pp. 165–168, 375–379. ISBN 978-9-00430-618-9. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 August 2024. สืบค้นเมื่อ 20 August 2024.
  16. Eckard Schleberger (1997). Die Indische Götterwelt (ภาษาเยอรมัน). Eugen Diederich Verlag.
  17. Valmiki. "Balakanda". Ramayana.
  18. Buswell, Robert (2004). Encyclopedia of Buddhism: A-L. Macmillan Publishers. pp. 407–408. ISBN 978-0-02865-719-6. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 August 2024. สืบค้นเมื่อ 20 August 2024.
  19. Govinda, Lama Anagarika (1966). The Way of the White Clouds: A Buddhist Pilgrim in Tibet. Shambhala Publications. p. 198. ISBN 978-0-87773-007-1.
  20. Mayhew, Bradley; Kelly, Robert (2015). Lonely Planet Tibet. Lonely Planet. ISBN 978-1-74360-498-4. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 30 June 2023. สืบค้นเมื่อ 28 May 2023.
  21. Gyatso, Tenzing (2022). The Fourteenth Dalai Lama's Stages of the Path, Volume 1. Wisdom Publications. p. 395. ISBN 978-1-61429-793-2. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 August 2024. สืบค้นเมื่อ 20 August 2024.
  22. Batchelor, Stephen (1987). The Tibet Guide. Wisdom Publications. p. 367. ISBN 978-0-86171-046-1. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 August 2024. สืบค้นเมื่อ 20 August 2024.