ข้ามไปเนื้อหา

ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ เป็นคำอธิบายเกี่ยวกับแง่มุมหนึ่งของโลกธรรมชาติที่สามารถหรือเคยได้รับการทดสอบซ้ำหลายครั้ง และมีหลักฐานสนับสนุนตามระเบียบวิธีแบบวิทยาศาสตร์ โดยใช้โครงร่างการสังเกต การวัด และการประเมินผลลัพธ์ที่ยอมรับได้ ทฤษฎีจะได้รับการทดสอบภายใต้เงื่อนไขที่ควบคุมได้ในการทดลอง ในกรณีที่เป็นไปได้[1][2] ส่วนในกรณีที่ไม่สามารถทำการทดสอบเชิงทดลองได้ ทฤษฎีจะได้รับการประเมินผ่านหลักการการให้เหตุผลแบบจารนัย ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับนั้นได้ผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดและรวบรวมความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไว้

ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์แตกต่างจากข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์: ข้อเท็จจริงคือการสังเกต ในขณะที่ทฤษฎีเชื่อมโยงและอธิบายการสังเกตหลายอย่าง นอกจากนี้ ทฤษฎียังคาดว่าจะสามารถทำนายสิ่งที่สามารถยืนยันหรือหักล้างได้ด้วยการสังเกตเพิ่มเติม Stephen Jay Gould เขียนไว้ว่า: "...ข้อเท็จจริงและทฤษฎีเป็นสิ่งต่างกัน ไม่ใช่ขั้นบันไดในลำดับชั้นของความแน่นอนที่เพิ่มขึ้น ข้อเท็จจริงคือข้อมูลของโลก ทฤษฎีคือโครงสร้างของความคิดที่อธิบายและตีความข้อเท็จจริง"[3] ทฤษฎีแตกต่างจากกฎทางวิทยาศาสตร์ตรงที่กฎเป็นคำอธิบายเชิงประจักษ์ของความสัมพันธ์ระหว่างข้อเท็จจริงและ/หรือกฎอื่น ๆ เช่น กฎแรงโน้มถ่วงของนิวตันเป็นสมการทางคณิตศาสตร์ที่สามารถใช้ในการทำนายแรงดึงดูดระหว่างวัตถุได้ แต่ไม่ใช่ทฤษฎีที่จะอธิบายว่าแรงโน้มถ่วงทำงานอย่างไร[4]

ความหมายของคำว่า ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ (มักย่อเป็นทฤษฎีเพื่อความกระชับ) ที่ใช้ในสาขาวิทยาศาสตร์นั้น แตกต่างจากการใช้คำว่าทฤษฎีในภาษาพูดทั่วไปเป็นอย่างมาก[5] ในภาษาพูดทั่วไป ทฤษฎีอาจหมายถึงคำอธิบายที่แสดงถึงการคาดเดาที่ไม่มีหลักฐานสนับสนุน[5] ในขณะที่ในบริบททางวิทยาศาสตร์ มักหมายถึงคำอธิบายที่ได้รับการทดสอบแล้ว และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าถูกต้อง[1][2]

ความแข็งแกร่งของทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์นั้นเกี่ยวข้องกับความหลากหลายของปรากฏการณ์ที่สามารถอธิบายได้และความเรียบง่ายของทฤษฎีนั้น เมื่อมีการรวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์อาจได้รับการแก้ไขและในที่สุดก็ถูกปฏิเสธหากไม่สามารถทำให้สอดคล้องกับผลการค้นพบใหม่ได้ ในกรณีเช่นนั้น จำเป็นต้องมีทฤษฎีที่แม่นยำกว่า บางทฤษฎีได้รับการยอมรับอย่างดีจนไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงพื้นฐาน (เช่น ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับวิวัฒนาการ ทฤษฎีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง ทฤษฎีเซลล์ ทฤษฎีแผ่นเปลือกโลก ทฤษฎีเชื้อโรค เป็นต้น) ในบางกรณี ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์หรือกฎทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่สอดคล้องกับข้อมูลทั้งหมดก็ยังคงมีประโยชน์ (เนื่องจากความเรียบง่าย) ในฐานะการประมาณค่าภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ เช่น กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน ซึ่งเป็นการประมาณค่าที่แม่นยำมากสำหรับทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ ที่ความเร็วซึ่งน้อยเมื่อเทียบกับความเร็วแสง[6][7][8]

ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์สามารถทดสอบได้และให้การทำนายที่ตรวจสอบได้[9] ทฤษฎีเหล่านี้อธิบายสาเหตุของปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเฉพาะอย่าง และใช้เพื่ออธิบายและทำนายแง่มุมต่าง ๆ ของจักรวาลทางกายภาพหรือสาขาการสอบสวนเฉพาะ (เช่น ไฟฟ้า เคมี และดาราศาสตร์) ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์เป็นทั้งแบบนิรนัยและอุปนัย เช่นเดียวกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์รูปแบบอื่น ๆ[10] โดยมุ่งเป้าไปที่ิอำนาจการทำนายและอธิบาย นักวิทยาศาสตร์ใช้ทฤษฎีเพื่อพัฒนาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ตลอดจนอำนวยความสะดวกในการพัฒนาเทคโนโลยีหรือการแพทย์ สมมติฐานทางวิทยาศาสตร์ไม่สามารถ "พิสูจน์" ได้ เพราะนักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถยืนยันได้อย่างเต็มที่ว่าสมมติฐานของพวกเขานั้นเป็นจริง แต่นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าการศึกษานี้ "สนับสนุน" หรือสอดคล้องกับสมมติฐานของพวกเขาแทน[11]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 National Academy of Sciences (US) (1999). Science and Creationism: A View from the National Academy of Sciences (2nd ed.). National Academies Press. p. 2. doi:10.17226/6024. ISBN 978-0-309-06406-4. PMID 25101403.
  2. 1 2 Winther, Rasmus G. (2016). "The Structure of Scientific Theories". The Stanford Encyclopedia of Philosophy. Metaphysics Research Lab, Stanford University.
  3. Gould, Stephen Jay. "Evolution as fact and theory." Discover 2.5 (1981): 34-37. Reprinted in Hen's Teeth and Horse's Toes, New York: W. W. Norton & Company, 1994, pp. 253-262. ISBN 9780393340860
  4. Bradford, Alina; Hamer, Ashley (July 2017). "What Is a Scientific Theory?" (ภาษาอังกฤษ). Live Science. สืบค้นเมื่อ 2021-01-17.
  5. 1 2 "Is Evolution a Theory or a Fact?". National Academy of Sciences. 2008. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-09-07.
  6. Misner, Charles W.; Thorne, Kip S.; Wheeler, John Archibald (1973). Gravitation, p. 1049. New York: W. H. Freeman and Company. ISBN 0-7167-0344-0.
  7. Weinberg S (1993). Dreams of a Final Theory: The Scientist's Search for the Ultimate Laws of Nature.
  8. "Chapter 1: The Nature of Science". www.project2061.org.
  9. Popper, Karl (1963), Conjectures and Refutations, Routledge and Kegan Paul, London, UK. Reprinted in Theodore Schick (ed., 2000), Readings in the Philosophy of Science, Mayfield Publishing Company, Mountain View, Calif.
  10. Andersen, Hanne; Hepburn, Brian (2015). "Scientific Method". ใน Edward N. Zalta (บ.ก.). The Stanford Encyclopedia of Philosophy.
  11. Morling. Research Methods in Psychology. p. 12.

อ่านเพิ่ม

[แก้]