การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ททท)
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
Tourism Authority of Thailand
ที่ทำการ
1600 ถนนเพชรบุรี แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
ภาพรวม
วันก่อตั้ง 10 สิงหาคม พ.ศ. 2492
สืบทอดจาก * สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยว กรมโฆษณาการ สำนักนายกรัฐมนตรี
* องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
งบประมาณ 6,774.5022 ล้านบาท (พ.ศ. 2559)[1]
ผู้บริหาร ยุทธศักดิ์ สุภสร, ผู้ว่าการ
จุฑาพร เริงรณอาษา, รองผู้ว่าการ
วิษณุ เจริญศิลป์, รองผู้ว่าการ
ศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์, รองผู้ว่าการ
ศุกรีย์ สิทธิวนิช, รองผู้ว่าการ
สมรัก คำพุทธ, รองผู้ว่าการ
สุจิตรา จงชาณสิทโธ, รองผู้ว่าการ
สันติ ชุดินธรา, รองผู้ว่าการ
ในกำกับดูแลของ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
เว็บไซต์
www.tat.or.th

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (อังกฤษ: Tourism Authority of Thailand, ชื่อย่อ: ททท., TAT) เป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีภารกิจในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย

ประวัติ[แก้]

การส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย เกิดขึ้นโดยพระดำริของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ครั้งทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการรถไฟ ใน พ.ศ. 2467 ได้มีการจัดตั้งแผนกโฆษณาของการรถไฟขึ้น มีสำนักงานตั้งอยู่ที่กรมรถไฟ เชิงสะพานนพวงศ์ ต่อมาได้ย้ายมาตั้งที่สถานีรถไฟหัวลำโพง เมื่อพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ทรงย้ายไปดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์ และคมนาคม งานด้านส่งเสริมการท่องเที่ยว ได้ย้ายไปอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์และคมนาคมด้วย

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2492 คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเห็นควรปรับปรุงหน่วยงานท่องเที่ยวขึ้นใหม่ จึงได้มีมติให้กรมโฆษณา การยกร่างโครงการปรับปรุงหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ในการประชุมเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2492 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้กรมโฆษณาการพิจารณาส่งเสริมการท่องเที่ยว กรมโฆษณาการได้ทำความตกลงกับกระทรวงเศรษฐการ ซึ่งในสมัยนั้นมีชื่อว่า กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม ขอโอนกิจการส่งเสริมการท่องเที่ยว จากกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม มาอยู่กับกรมโฆษณาการ สำนักนายกรัฐมนตรี และให้เรียกส่วนงานนี้ว่า สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยว

ต่อมากรมโฆษณาการ ได้พิจารณาเห็นว่ากิจการส่งเสริมการท่องเที่ยวกำลังตื่นตัวในประเทศไทยมาก จึงได้จัดตั้งสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีฐานะเทียบเท่ากอง เรียกว่า สำนักงานท่องเที่ยว โดยพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกรมโฆษณาการในสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2493

ใน พ.ศ. 2501 เมื่อจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ไปพักรักษาตัวอยู่ ณ โรงพยาบาลวอลเตอร์รีด สหรัฐอเมริกา ได้ศึกษากิจการท่องเที่ยวด้วยความสนใจ และได้ดำริที่จะส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศอย่างจริงจัง ในปีต่อมาเมื่อจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีประกาศพระราชกฤษฎีกาจัดแบ่งส่วนราชการ กรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. 2502 โดยแยก "สำนักงานท่องเที่ยว" ออกแล้วจัดตั้งขึ้นเป็นองค์การอิสระ เรียกว่า องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีชื่อย่อว่า อ.ส.ท. โดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยว พ.ศ. 2502[2]

องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยว พ.ศ. 2502 นั้น มีหน้าที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นส่วนใหญ่ ต่อมาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้ขยายตัวอย่างกว้างขวางรวดเร็ว จำเป็นต้องปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของ อ.ส.ท. ให้มีขอบเขตการปฏิบัติงานกว้างขวางยิ่งขึ้นทั้งในด้านการพัฒนา อนุรักษ์ทรัพยากรทางการท่องเที่ยว และ การส่งเสริมเผยแพร่ จึงได้มีการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ ร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อให้ หน่วยงานการท่องเที่ยวของรัฐ มีอำนาจหน้าที่และรับผิดชอบในการพัฒนาส่งเสริมเผยแพร่ และ ดำเนินกิจการเพื่อเป็นการริเริ่มให้มีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ตลอดจนคุ้มครองให้ความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวด้วย สภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งทำหน้าที่รัฐสภาในการประชุมครั้งที่ 41 วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2522 ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติทั้ง 2 ฉบับ แล้วปรากฏว่า ร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบธุรกิจ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไม่ผ่านการพิจารณา ส่วนพระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ผ่านการพิจารณาประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่มที่ 96 ตอนที่ 72 วันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2522 จัดตั้ง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ขึ้น มีชื่อย่อว่า ททท.[3]

ที่ตั้งและสำนักงานสาขา[แก้]

สำนักงานใหญ่ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตั้งอยู่เลขที่ 1600 ถนนเพชรบุรี แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 โทร. 0 2250 5500 โทรสาร 0 2250 5511

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยังมีสำนักงานสาขาตามจังหวัดต่าง ๆ และสำนักงานสาขาในต่างประเทศอีกเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันสาขาในประเทศไทยแบ่งหน่วยงานรับผิดชอบดังนี้

ภาคเหนือ[แก้]

  • สำนักงานแม่ฮ่องสอน (แม่ฮ่องสอน)
  • สำนักงานเชียงใหม่ (เชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง)
  • สำนักงานเชียงราย (เชียงรายและพะเยา)
  • สำนักงานแพร่ (แพร่ น่าน และอุตรดิตถ์)
  • สำนักงานสุโขทัย (สุโขทัยและกำแพงเพชร)
  • สำนักงานตาก (ตาก)
  • สำนักงานอุทัยธานี (อุทัยธานีและนครสวรรค์)
  • สำนักงานพิษณุโลก (พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์)

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ[แก้]

  • สำนักงานนครราชสีมา (นครราชสีมาและชัยภูมิ)
  • สำนักงานขอนแก่น (ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และกาฬสินธุ์)
  • สำนักงานเลย (เลยและหนองบัวลำภู)
  • สำนักงานอุดรธานี (อุดรธานี หนองคาย และบึงกาฬ)
  • สำนักงานนครพนม (นครพนม สกลนคร และมุกดาหาร)
  • สำนักงานอุบลราชธานี (อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และยโสธร)
  • สำนักงานสุรินทร์ (สุรินทร์ ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์)

ภาคตะวันออก[แก้]

  • สำนักงานนครนายก (นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว)
  • สำนักงานตราด (ตราด)
  • สำนักงานระยอง (จันทบุรีและระยอง)
  • สำนักงานพัทยา (ชลบุรี)

ภาคกลาง[แก้]

  • สำนักงานกรุงเทพมหานคร (กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ)
  • สำนักงานสมุทรสงคราม (สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม)
  • สำนักงานพระนครศรีอยุธยา (พระนครศรีอยุธยา)
  • สำนักงานลพบุรี (ลพบุรี สระบุรี และสิงห์บุรี)
  • สำนักงานสุพรรณบุรี (สุพรรณบุรี อ่างทอง และชัยนาท)
  • สำนักงานกาญจนบุรี (กาญจนบุรี)
  • สำนักงานเพชรบุรี (เพชรบุรีและราชบุรี)
  • สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ (ประจวบคีรีขันธ์)

ภาคใต้[แก้]

  • สำนักงานชุมพร (ชุมพรและระนอง)
  • สำนักงานภูเก็ต (ภูเก็ตและพังงา)
  • สำนักงานสุราษฎร์ธานี (สุราษฎร์ธานี)
  • สำนักงานนครศรีธรรมราช (นครศรีธรรมราช)
  • สำนักงานกระบี่ (กระบี่)
  • สำนักงานตรัง (ตรังและสตูล)
  • สำนักงานหาดใหญ่ (สงขลาและพัทลุง)
  • สำนักงานนราธิวาส (นราธิวาส ยะลา และปัตตานี)

สำนักงานในต่างประเทศ[แก้]

ทวีปเอเชีย[แก้]

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้[แก้]

ทวีปยุโรป[แก้]

ทวีปอเมริกาเหนือ[แก้]

ทวีปออสเตรเลีย[แก้]

อนุสาร อ.ส.ท.[แก้]

อนุสาร อ.ส.ท. เป็นนิตยสารท่องเที่ยวขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (อ.ส.ท.) (ปัจจุบันเป็นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) ออกวางตลาดเป็นปฐมฤกษ์ ในฉบับเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2503 โดยคำว่าอนุสาร หมายถึงสารฉบับเล็ก มียอดพิมพ์ครั้งแรก 50,000 ฉบับ เนื้อหานำเสนอเรื่องราวของแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทย ทั้งในด้านธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และแม้ว่าองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ท.ท.ท.) ในปี พ.ศ. 2522 อนุสาร อ.ส.ท.ก็ยังใช้ชื่อเดิมมาจนถึงปัจจุบัน โดยในปี พ.ศ. 2551 มียอดพิมพ์สูงถึง 100,000 ฉบับต่อเดือน นับเป็นนิตยสารท่องเที่ยวที่อายุยืนนานที่สุด และมียอดจำหน่ายสูงสุดของประเทศไทย[ต้องการอ้างอิง]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]