ข้ามไปเนื้อหา

ต่อม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ต่อม
ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกร (Submandibular gland) ของมนุษย์: ทางด้านขวาคือกลุ่มของ Mucous acini (หน่วยสร้างเมือก) และทางด้านซ้ายคือกลุ่มของ Serous acini (หน่วยสร้างของเหลวใส)
รายละเอียด
ตัวระบุ
ภาษาละตินglandula
THH2.00.02.0.02002
อภิธานศัพท์กายวิภาคศาสตร์

ต่อม (อังกฤษ: gland) คือเซลล์หรืออวัยวะในร่างกายของสัตว์ที่ผลิตและหลั่งสารต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต โดยอาจหลั่งเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง หรือหลั่งลงในช่องว่างภายในร่างกายและพื้นผิวภายนอก[1] ต่อมบางชนิดยังทำหน้าที่ช่วยกำจัดของเสียหรือสารที่ไม่ต้องการออกจากร่างกาย เช่น การขับปัสสาวะ[2]

ต่อมมีสองประเภท แต่ละประเภทมีวิธีการหลั่งที่แตกต่างกัน ต่อมไร้ท่อลำเลียงสารที่ผลิตขึ้นซึ่งเรียกว่าฮอร์โมนเข้าสู่ช่องว่างระหว่างเซลล์โดยตรง เพื่อให้กระแสเลือดดูดซึมและนำไปใช้งานทั่วร่างกาย ต่อมมีท่อหลั่งสารผ่านท่อลำเลียงเข้าไปในช่องว่างของร่างกายหรือพื้นผิวภายนอก[2]

ต่อมส่วนใหญ่ประกอบด้วยเนื้อเยื่อบุผิว และโดยทั่วไปจะมีโครงสร้างค้ำจุนเป็นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและแคปซูล[2]

โครงสร้าง

[แก้]

การพัฒนา

[แก้]
ภาพนี้แสดงรูปแบบการจัดเรียงต่อมที่เป็นไปได้บางส่วน ได้แก่ ต่อมท่อเดี่ยว ต่อมท่อแตกแขนงเดี่ยว ต่อมท่อขดเดี่ยว ต่อมรูปถุงเดี่ยว และต่อมรูปถุงแตกแขนงเดี่ยว
ภาพนี้แสดงโครงสร้างต่อมเพิ่มเติม ได้แก่ ต่อมท่อประกอบ ต่อมรูปถุงประกอบ และต่อมท่อรูปถุงประกอบ

ต่อมทุกต่อมเกิดขึ้นจากการเจริญเติบโตลึกลงไปจากพื้นผิวของเนื้อเยื่อบุผิว การเจริญเติบโตนี้อาจมีลักษณะเป็นโครงสร้างท่อ หรือในบางกรณีอาจเริ่มจากการก่อตัวเป็นกลุ่มเซลล์รูปแท่งที่อัดแน่น แล้วจึงพัฒนาเป็นช่องท่อในภายหลัง[3]

เมื่อการเจริญเติบโตดำเนินไป กลุ่มเซลล์รูปแท่งนี้อาจมีการแยกตัวหรือแตกกิ่งก้านออกไป ซึ่งในกรณีนี้จะเกิดเป็นต่อมประกอบ (compound gland) ในต่อมหลายชนิด จำนวนแขนงมีจำกัด ในขณะที่ต่อมอื่น ๆ (เช่น ต่อมน้ำลาย ตับอ่อน) จะมีการเจริญเติบโตและแบ่งย่อยซ้ำ ๆ จนกลายเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ในที่สุด โดยทั่วไปแล้ว แขนงของต่อมเหล่านี้จะไม่เชื่อมต่อกันเอง ยกเว้นในตับเนื่องจากตับมีการสร้างต่อมประกอบที่มีโครงสร้างแบบร่างแห สำหรับต่อมประกอบนั้น เนื้อเยื่อบุผิวส่วนที่ทำหน้าที่หลั่งสาร (secretory epithelium) จะอยู่ในส่วนปลายของแต่ละแขนง ส่วนแขนงที่เชื่อมต่อกันจะกลายเป็นท่อลำเลียง (duct) ซึ่งบุด้วยเซลล์เยื่อบุผิวชนิดที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปทรงน้อยกว่า

ต่อมต่าง ๆ ถูกจัดประเภทตามรูปร่างได้ดังนี้

  • ต่อมรูปท่อ (tubular gland) คือต่อมที่ยังคงรูปทรงเป็นท่อสม่ำเสมอตลอดทั้งต่อม
  • ต่อมรูปถุงหรือรูปกระเปาะ คือต่อมที่มีส่วนหลั่งสารขยายใหญ่ขึ้น และมีช่องว่างภายใน (Lumen) ขนาดใหญ่แตกต่างกันไป

ประเภทของต่อม

[แก้]

ต่อมต่าง ๆ แบ่งออกตามหน้าที่เป็นสองกลุ่ม: ต่อมไร้ท่อกับต่อมมีท่อ

แผนภาพนี้แสดงความแตกต่างระหว่างต่อมไร้ท่อและต่อมมีท่อ ความแตกต่างที่สำคัญคือ ต่อมไร้ท่อจะหลั่งสารเข้าสู่เส้นเลือดฝอยและหลอดเลือด ในขณะที่ต่อมมีท่อจะหลั่งสารผ่านท่อไปยังผิวหนังของร่างกาย

ต่อมไร้ท่อ

[แก้]

ต่อมไร้ท่อทำหน้าทำหน้าที่หลั่งสารเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อหมุนเวียนไปทั่วร่างกาย โดยต่อมเหล่านี้จะหลั่งสารผ่านเยื่อฐาน (Basal lamina) เข้าสู่เส้นเลือดโดยตรง เยื่อฐานนี้เปรียบเสมือนชั้นเยื่อบาง ๆ ที่ห่อหุ้มต่อม ซึ่งมีหลอดเลือดฝอยจำนวนมหาศาลมาหล่อเลี้ยง ต่อมกลุ่มนี้มักจะหลั่ง ฮอร์โมน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะธำรงดุล (homeostasis) ของร่างกาย ตัวอย่างเช่นต่อมไพเนียล ต่อมไทมัส ต่อมใต้สมอง ต่อมไทรอยด์ และต่อมหมวกไตทั้งสองข้าง

ต่อมมีท่อ

[แก้]

ต่อมมีท่อจะหลั่งสารต่างๆ ผ่าน ท่อ ไปยังพื้นผิวภายนอกหรือภายในของร่างกาย เช่น ผิวหนังหรือ ทางเดินอาหาร การหลั่งจะเกิดขึ้นโดยตรงบนพื้น ผิว ส่วนปลาย ต่อมในกลุ่มนี้สามารถแบ่งออกได้เป็นสามกลุ่ม:

  • ต่อมเมโรคริน (merocrine gland) – เซลล์จะหลั่งสารผ่านกระบวนการเอ็กโซไซโทซิสโดยที่ตัวเซลล์ไม่ได้รับความเสียหาย (เช่น ต่อมน้ำลาย, ต่อมน้ำตา, ต่อมในลำไส้ และเซลล์โกเบล็ต รวมถึงต่อมเหงื่อชนิดเอกครีน (Eccrine) ซึ่งเป็นต่อมเหงื่อหลักของร่างกาย)
  • ต่อมอะโพคริน (apocrine glands): – ในขณะหลั่งสาร ส่วนยอดของเซลล์จะหลุดออกไปพร้อมกับสารที่หลั่งด้วย (เช่น ต่อมน้ำนม และต่อมเหงื่อบริเวณรักแร้หรืออวัยวะเพศ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีข้อสันนิษฐานว่าต่อมเหงื่ออะโพครีนอาจไม่ใช่ต่อมอะโพครีนแท้ในเชิงกลไกการหลั่ง)
  • ต่อมโฮโลคริน (holocrine glands)– เซลล์ทั้งเซลล์จะสลายตัวเพื่อหลั่งสารออกมา (เช่น ต่อมไขมัน: ต่อม ไมโบเมียน(meibomian) และต่อมซีส์ (zeis glands))

นอกจากกลไกการหลั่งแล้ว เรายังสามารถแบ่งประเภทตามลักษณะของสารที่ผลิตได้ดังนี้:

  • ต่อมซีรัส (Serous glands) หลั่งของเหลวใสคล้ายน้ำ มักอุดมไปด้วยโปรตีน เช่น ต่อมเหงื่อ
  • ต่อมเมือก (Mucous glands) จะหลั่งสารเหนียวข้นซึ่งอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต (เช่น ไกลโคโปรตีน) ตัวอย่างเช่น เซลล์โกเบล็ต
  • ต่อมไขมัน (Sebaceous glands) หลั่งสารประกอบประเภทไขมัน เรียกอีกอย่างว่าต่อมน้ำมัน เช่น จุดฟอร์ไดซ์ (Fordyce spots) และ ต่อมไมโบเมียน (meibomian glands)

ความสำคัญทางคลินิก

[แก้]
ผลทางจุลพยาธิวิทยาของภาวะเนื้อเยื่อต่อมน้ำนมเจริญผิดปกติร่วมกับมีพังผืดหรือการแข็งตัว (Sclerosing) ของเนื้อเยื่อ

อะดีโนซิส (Adenosis) เป็นโรคใด ๆ ที่เกิดกับต่อม ต่อมที่เป็นโรคมีการก่อตัวหรือการพัฒนาของเนื้อเยื่อต่อม (Glandular tissue) ที่ผิดปกติ ซึ่งบางครั้งอาจเป็นเนื้องอก[4]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Definition of Gland". medicinenet.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 14 December 2017. สืบค้นเมื่อ 2 May 2018.
  2. 1 2 3 Saladin, Kenneth S. (2011). Human anatomy (3rd ed.). New York: McGraw-Hill. pp. 73–75. ISBN 9780071222075.Saladin, Kenneth S. (2011). Human anatomy (3rd ed.). New York: McGraw-Hill. pp. 73–75. ISBN 9780071222075. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "Saladin1" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  3.  ประโยคหรือส่วนของบทความก่อนหน้านี้ ประกอบด้วยข้อความจากสิ่งพิมพ์ซึ่งปัจจุบันเป็นสาธารณสมบัติ: Chisholm, Hugh, บ.ก. (1911). "Epithelial, Endothelial and Glandular Tissues". สารานุกรมบริแทนนิกา (ภาษาอังกฤษ) (11th ed.). สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์.
  4. Alberts, Daniel (2012). Dorland's illustrated medical dictionary (32nd ed.). Philadelphia, PA: Saunders/Elsevier. p. 30. ISBN 978-1-4160-6257-8.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]
  • วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ Glands
  • นิยามแบบพจนานุกรมของ gland ที่วิกิพจนานุกรม