ตำลึง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้เกี่ยวกับพืช สำหรับหน่วยเงิน ดูที่ ตำลึง (หน่วยเงิน)
ตำลึง
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Plantae
(unranked): Angiosperms
(unranked): Eudicots
(unranked): Rosids
อันดับ: Cucurbitales
วงศ์: Cucurbitaceae
สกุล: Coccinia
สปีชีส์: C. grandis
ชื่อทวินาม
Coccinia grandis
(L.) J.Voigt, Bryonia grandis L., Coccinia cordifolia auct. non (L.) Cogn., Coccinia indica Wight & Arn.

ตำลึง (ชื่อวิทยาศาสตร์: Coccinia grandis (L.) Voigt) เป็นไม้เลื้อยที่มีมือจับใช้สำหรับเลื้อยเกาะต้นไม้ใหญ่หรือไม้ปักหลัก มีสีเขียวจัดเป็นสมุนไพรไทย ตำลึงมีชื่อท้องถิ่นอื่นอีกคือ ผักแคบ (ภาคเหนือ) แคเด๊าะ (กะเหรี่ยงและแม่ฮ่องสอน) ตำลึง,สี่บาท (ภาคกลาง) ผักตำนิน (ภาคอีสาน)

ลักษณะ[แก้]

ลำต้นเป็นเถาไม้เลื้อยเนื้อแข็ง ใบเป็นใบเดี่ยว มีลักษณะเป็น 3 แฉก หรือ 5 แฉก กว้างและยาวประมาณ 4-8 เซนติเมตร โคนใบมีลักษณะเป็นรูปหัวใจ มีมือเกาะยื่นออกมาจากที่ข้อ ดอกเป็นดอกเดี่ยวหรือดอกคู่ มีลักษณะเป็นรูประฆัง กลีบดอกสีขาว แยกเพศอยู่คนละต้น ดอกออกตรงที่ซอกใบ ลักษณะของผลเป็นวงรีทรงยาวสีเขียวอ่อน เมื่อยามแก่จัดจะเป็นสีแดง เป็นที่ชื่นชอบของนกนานาชนิด

การเพาะพันธุ์[แก้]

  • ใช้เมล็ดจากผลแก่หยอดลงในหลุม ปลูกได้ดีในดินร่วนซุย หลังจากที่ต้นกล้างอกก็ให้หาไม้มาปักเพื่อให้ต้นตำลึงใช้เลื้อย
  • นำเถาแก่มาตัดให้ได้ขนาด 4-6 นิ้ว ปักลงในถุงเพาะชำ หลังออกรากและใบงอกแล้วก็นำไปปลูกลงหลุม

สารเคมี[แก้]

ในตำลึงมีสารเอนไซม์อะไมเลส ช่วยในการย่อยแป้ง และในตำลึงก็มีสารอาหารชื่อว่าบีตา-แคโรทีน

ประโยชน์[แก้]

สรรพคุณทางยา[แก้]

  • ใบใช้ในการแก้ไข้ตัวร้อน ตาแดง ตาเจ็บ
  • เถานำน้ำต้มจากเถาตำลึงมาหยอดตาแก้ตาแดง ตาฟาง
  • ดอกตำลึงช่วยทำให้หายจากอาการคันได้
  • รากใช้แก้อาการอาเจียน ตาฝ้า
  • น้ำยางจากต้นและใบช่วยลดน้ำตาลในเลือด

ประกอบอาหาร[แก้]

ยอดนำไปใส่ในแกงจืดกับหมูบะช่อ ผลตำลึงอ่อนรับประทานได้ รสหวาน ถ้าแก่แล้วจะออกรสขม ผลตำลึงอ่อนนำไปแกงเผ็ด แกงคั่ว แกงเขียวหวาน นำไปแช่อิ่มหรือดองแบบเดียวกับแตงกวา [1]

อ้างอิง[แก้]

  1. นิดดา หงส์วิวัฒน์. ตำลึง เจ้าแห่งวิตามินเอในผักสีเขียว. ครัว.ปีที่ 18 ฉบับที่ 205 กรกฎาคม 2554 หน้า 24