ข้ามไปเนื้อหา

ตำบลเกาะลิบง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ตำบลเกาะลิบง
การถอดเสียงอักษรโรมัน
  อักษรโรมันTambon Ko Libong
เกาะมุก
แผนที่
แผนที่โต้ตอบของตำบลเกาะลิบง
ประเทศไทย
จังหวัดตรัง
อำเภอกันตัง
พื้นที่
  ทั้งหมด
48.67 ตร.กม. (18.79 ตร.ไมล์)
ประชากร
 (2567)[1]
  ทั้งหมด
7,561 คน
  ความหนาแน่น155.35 คน/ตร.กม. (402.4 คน/ตร.ไมล์)
รหัสไปรษณีย์ 
92110
รหัสภูมิศาสตร์920213
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย
องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะลิบง
อบต.เกาะลิบงตั้งอยู่ในจังหวัดตรัง
อบต.เกาะลิบง
อบต.เกาะลิบง
ที่ตั้งที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะลิบง
พิกัด: 7°18′59.0″N 99°23′42.1″E / 7.316389°N 99.395028°E / 7.316389; 99.395028
ประเทศ ไทย
จังหวัดตรัง
อำเภอกันตัง
พื้นที่
  ทั้งหมด
48.67 ตร.กม. (18.79 ตร.ไมล์)
ประชากร
 (2567)
  ทั้งหมด
7,561 คน
  ความหนาแน่น155.35 คน/ตร.กม. (402.4 คน/ตร.ไมล์)
รหัส อปท.06920204
ที่อยู่ที่ทำการเลขที่ 1 หมู่ 6 ถนนสายน้ำราบ-หาดยาว ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง 92110
เว็บไซต์www.kohlibong.go.th
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

เกาะลิบง เป็นตำบลในอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ปัจจุบันอยู่ในความดูแลขององค์การบริหารส่วนตำบลเกาะลิบงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539[2] เป็นหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดตรัง อยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาและเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง

ที่ตั้งและอาณาเขต

[แก้]

ตำบลเกาะลิบง มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้[3]

  • ทิศเหนือ ติดต่อกับตำบลไม้ฝาด (อำเภอสิเกา) และตำบลบางสัก
  • ทิศตะวันออก ติดต่อกับตำบลนาเกลือ
  • ทิศใต้ ติดต่อกับทะเลอันดามัน
  • ทิศตะวันตก ติดต่อกับทะเลอันดามัน

ประวัติ

[แก้]

เกาะลิบง หรือ "ปูเลาตะลิบง" ตั้งอยู่ตรงปากแม่น้ำตรัง เป็นศูนย์กลางคมนาคมระหว่างเมืองทางฝั่งทะเลตะวันตกหรือทะเลหน้านอก เรือไปมาแวะจอดได้สะดวกเพราะมีพื้นที่อ่าวจอดเรือหลบลมหรือรอน้ำขึ้นน้ำลงได้ ทั้งเป็นต้นทางข้ามไปยังฝั่งตะวันออกไปพัทลุง นครศรี หรือไปกรุงเทพฯ ได้ ดังในจดหมายของท่านผู้หญิงจันหรือท้าวเทพกษัตรีเมื่อ พ.ศ. 2330 เขียนถึงพระยาราชกปิตัน (ฟรานซิสท์ ไลท์) ให้ช่วยส่งของให้ที่เกาะลิบงและบอกว่าจะให้ลูกชายไปพบ แต่ท่านผู้หญิงนั้นเมื่อถึงเกาะลิบงแล้วจะไปกรุงเทพฯ แสดงว่าตรงเกาะลิบงยังเป็นจุดนัดพบในการไปมาระหว่างเกาะปีนังและเกาะภูเก็ต เพราะตั้งอยู่ระหว่างกลางพอดี

  • ในพงศาวดารเมืองไทรบุรี กล่าวว่าสุลต่านองค์ที่ 17 ชื่อตนกูอมัดตายุดินมัดรำชะ ได้เป็นเจ้าเมืองไทรบุรี ตั้งเมืองอยู่ที่ปุเลาลิบง ซึ่งเป็นเพียงสมัยเดียวและตรงกับสมัยอยุธยา แสดงว่าไทรบุรีซึ่งเป็นเมืองขึ้นของไทยสมัยนั้นดูแลเกาะแก่งในทะเลด้วย
  • ในรัชกาลที่ 1 ขณะที่พระภักดีบริรักษ์ว่าราชการเมืองตรังมีจดหมายกล่าวถึง พระปลัดชื่อ "พระเพชภักดีศรีสมุทรสงคราม" ต่อมามีจดหมายเจ้าพระยาแก้วโกรพพิไชยถึงพระยาราชกปิตัน ก็มีข้อความอ้างถึง "โต๊ะปังกวา พระปลัดตรัง" แสดงว่าเป็นคนเดียวกัน เมื่อได้รับตำแหน่งต่อจากพระภักดีบริรักษ์ก็ว่าราชการอยู่ที่เกาะลิบง ไม่ได้อยู่ที่เขาสามบาตรที่ตั้งตรังภูราเดิม
  • สารตราเจ้าพระยาอัครมหาเสนาบดี ในจดหมายเหตุรัชกาลที่ 2 กล่าวย้อนความเดิมที่เกี่ยวกับพระยาลิบงและฐานะของเมืองตรังภูราว่า "ด้วยทรงตรัสเหนือเกล้าสั่งว่า เมืองตรังภูราแต่ก่อนขึ้นกับเมืองนครและเมื่อปีชวด ฉศก (พ.ศ. 2347) พระยาปลิบงกับเจ้าพระยานครอริวิวาทขัดเคืองกัน สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงในพระบรมโกศ (รัชกาลที่ 1) โปรดเกล้าฯ ให้เมืองตรังภูรามาขึ้นแก่กรุง ครั้นพระยาปลิบงถึงแก่กรรมแล้ว โปรดให้หลวงฤทธิสงครามว่าราชการเมืองตรังต่อมา ครั้นจะให้เมืองตรังภูราขึ้นแก่กรุงเล่า หลวงฤทธิสงครามยังอ่อนแก่การอยู่ มีราชการมาประการใด หารู้ที่จะปรึกษาหารือแก่ผู้ใดไม่ กรุงฯ กับเมืองตรังภูราระยะท่าทางไกล จึงยกเมืองตรังภูรามาขึ้นแก่เมืองสงขลา บัดนี้ (พ.ศ. 2354) หลวงฤทธิสงครามผู้ว่าราชการเมืองตรังก็ตายแล้ว ฝ่ายเจ้าพระยาสงขลาซึ่งเป็นผู้ใหญ่ได้ว่ากล่าวก็ถึงแก่อสัญกรรม... ให้ยกเอาเมืองตรังภูรากลับมาขึ้นแก่เมืองนครตามเดิม..." 

เวลาที่เมืองตั้งอยู่ที่เกาะลิบง ขณะนั้นพระภักดีบริรักษ์ยังอยู่ในตำแหน่ง อริวิวาทระหว่างพระยาลิบงกับเจ้าพระยานคร  สาเหตุที่ขัดแย้งกันเป็นเพราะพระยาลิบงในขณะดำรงตำแหน่งปลัดเมืองก็อยู่ที่เกาะลิบงมาก่อน ทั้งยังมีสายสัมพันธ์กับทางมลายูโดยเชื้อชาติและศาสนา การประจำที่เกาะลิบงยังหมายถึงการควบคุมผลประโยชน์โดยเฉพาะทรัพยากรจากท้องทะเลที่เป็นสินค้าสำคัญ เช่น รังนก ปลิงทะเล หอยมุก เป็นต้น เกาะลิบงยังเป็นท่าเรือจุดศูนย์กลางการค้าขายและการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากภาษีต่าง ๆ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดการสั่งสมอำนาจและบารมีมากขึ้น จนต้องการปลีกตัวจากเมืองนครศรีธรรมราช รัชกาลที่ 1 จึงแก้ปัญหาโดยให้ขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ เมื่อสิ้นพระยาลิบง หลวงฤทธิสงครามบุตรเขยได้ว่าราชการต่อมา แต่ไม่สันทัดการบริหารบ้านเมือง เมืองตรังจึงถูกยกให้ขึ้นต่อสงขลา[4]

ร่องรอยความเป็นเมือง เคยมีกำแพงไม้เคี่ยมสำหรับป้องกันข้าศึกตลอดแนวสองฝั่งคลองบ้านพร้าว ซึ่งในช่วงที่น้ำและลมพัดพาเอาทรายออกไปจากชายฝั่งจะเห็นเสาไม้เคี่ยมโผล่ขึ้นมาเป็นบางตอนตามแนวหาด และที่ปากคลองฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นพื้นที่รีสอรท์ตอนทำการก่อสร้างขุดพบคูลึกเรียงหินขนาดใหญ่ตามแนวชายฝั่งแต่ได้กลบไว้เหมือนเดิม ที่ตั้งเมืองอยู่ที่เกาะลิบงจนหลวงฤทธิสงครามถึงแก่กรรม รัชกาลที่ 2 จึงโปรดให้ยกเมืองตรังภูราขึ้นกับเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อ พ.ศ. 2354[5]

การปกครองส่วนภูมิภาค

[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค

[แก้]

ตำบลเกาะลิบงแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 8 หมู่บ้าน ได้แก่

  • หมู่ที่ 1 บ้านโคกสะท้อน
  • หมู่ที่ 2 บ้านเกาะมุกด์
  • หมู่ที่ 3 บ้านมดตะนอย
  • หมู่ที่ 4 บ้านบาตูปูเต๊ะ
  • หมู่ที่ 5 บ้านหลังเขา
  • หมู่ที่ 6 บ้านเจ้าไหม
  • หมู่ที่ 7 บ้านทรายแก้ว
  • หมู่ที่ 8 บ้านสุไหงบาตู

อ้างอิง

[แก้]
  1. ประชากรในเขตตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เดือนธันวาคม พ.ศ. 2567 โดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย.
  2. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง จัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 113 (ตอนพิเศษ 52 ง): 1–365. วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2539
  3. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 115 (ตอนพิเศษ 93 ง): 117–148. วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2541
  4. กันตัง หน้าต่างอันดามัน - โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมท้องถิ่น จังหวัดตรัง สืบค้นเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568
  5. ข้อมูลพื้นฐานพื้นที่ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง - องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะลิบง สืบค้นเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568