ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เดอะซีรีส์ ภาคศึกล้างแผ่นดิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เดอะซีรีส์ ภาคศึกล้างแผ่นดิน
ตำนานสมเด็จฯ The Series title.jpg
โปสเตอร์ละครซีรีส์
ประเภทประวัติศาสตร์
สร้างโดยบริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด
บริษัท ฟุ๊คดุ๊ค โปรดักชั่น จำกัด
เขียนโดยบทประพันธ์ : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล
หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
บทโทรทัศน์ : หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล
วรยุทธ พิชัยศรทัต
กำกับโดยหม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล
แสดงนำทวีฤทธิ์ จุลละทรัพย์
พชรวรรณ วาดรักชิต
ภัทรวดี เหลาสา
ราชัน ชาม่า
ณัฐริกา เฝ้าด่าน
พชรณมน นนทภา
อังค์กูณฑ์ ธนาทรัพย์เจริญ
ไรวินทร์ รัศมีนิยมกุล
อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
ศิรประภา สุขดำรงค์
กษาปณ์ จำปาดิบ
การผลิต
ผู้อำนวยการผลิตพิชญ์ โพธารามิก
ดร. โสรัชย์ อัศวะประภา
นวมินทร์ ประสพเนตร
ซัง โด ลี
ผู้อำนวยการสร้างหม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล
คุณากร เศรษฐี
บังอร อิ่มเอม
กฤษ อินสมพันธ์
ความยาวตอน60 นาที
ออกอากาศ
เครือข่ายโมโน 29
ลำดับเหตุการณ์
ติดตามโดยตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เดอะซีรีส์ ภาคศึกนันทบุเรง

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เดอะซีรีส์ ภาคศึกล้างแผ่นดิน หรือชื่อเดิม ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช The Series ภาคศึกบ้านสระเกศ เป็นละครโทรทัศน์อิงประวัติศาสตร์ ภาคที่สาม และเป็นภาคสุดท้ายของละครเรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เดอะซีรีส์ กำกับการแสดงโดย หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล เป็นการสร้างละครที่อิงเอาเนื้อเรื่องบางส่วนจากภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๓ ยุทธนาวี ที่หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคลได้สร้างไว้มาสร้างใหม่อีกครั้ง โดยใช้กระบวนการถ่ายทำและเทคนิคแบบภาพยนตร์ ด้วยความมุ่งหมายจะให้เนื้อเรื่องสมบูรณ์กว่าในแบบฉบับภาพยนตร์ ละครเรื่องนี้เป็นภาคต่อของ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เดอะซีรีส์ ภาคประกาศอิสรภาพ

เนื้อเรื่อง[แก้]

ในปีพุทธศักราช 2127 การประกาศเอกราชที่เมืองแครง ทำให้พระเจ้านันทบุเรงแห่งพม่าเกิดความประหวั่นพรั่นพรึงว่า อยุธยาในฐานะประเทศราชในขณะนั้นทำการเยี่ยงนี้อาจเป็นชนวนให้ประเทศราชอื่นๆ ตั้งตัวกระด้างกระเดื่องตาม แต่ด้วยติดศึกอังวะ จึงส่งเพียงพระยาพะสิมและพระเจ้าเชียงใหม่เข้าประชิดกรุงศรีอยุธยา

ครั้งนั้นพม่ายกเข้ามาเป็นศึกกระหนาบถึง 2 ทาง ทัพพระยาพะสิมยกเข้ามาทาง ด่านพระเจดีย์สามองค์ เลยล่วงเข้ามาถึงแดนสุพรรณบุรี ส่วนพระเจ้าเชียงใหม่-นรธาเมงสอ มาจากทางเหนือ นำทัพบุกลงมาตั้งค่ายถึงบ้านสระเกศ แขวงเมืองอ่างทอง พระนเรศวรและกองทัพของพระองค์ได้วางแผนในการแยกสายเข้าตีทัพของพม่านั้นโดย แข่งกับเวลา หากช้าไปอยุธยาอาจแตกพ่ายก็เป็นได้ นอกจากนี้ยังมีศึกรักระหว่างรบของคนสี่คน คือ พระราชมนู เลอขิ่น เสือหาญฟ้า และรัตนาวดี รวมถึงสถานะของพระสุพรรณกัลยาที่อาจต้องเป็นบาทบริจาริกาของพระเจ้านันทบุเรง ผู้ราชบุตรแห่งพระเจ้าบุเรงนอง อดีตสวามีอีกด้วย

กองทัพพระยาพสิมยกเข้ามาถึงเมืองกาญจนบุรี (ถึงก่อนทัพเจ้าเมืองเชียงใหม่) สมเด็จพระนเรศวรทรงให้พระยาจักรียกทัพเรือไปยิงปืนใหญ่ดักข้าศึกแถว ๆ เมืองสุพรรณบุรี ทัพพม่าถูกปืนใหญ่แตกพ่ายหนีไป ต่อมาสมเด็จพระนเรศวรกับพระเอกาทศรถยกทัพไปถึงตำบลป่าโมก ก็พบกับกองทัพพม่าซึ่งลงมาเที่ยวรังแกราษฎรทางเมืองวิเศษชัยชาญ จึงได้เข้าโจมตีจนทัพพม่าล่าถอยไป พระเจ้าเชียงใหม่จึงจัดกองทัพยกลงมาอีก สมเด็จพระนเรศวรจึงดำรัสสั่งให้พระราชมนูคุมกองทัพขึ้นไปลาดตระเวนดูก่อน กองทัพพระราชมนูไปปะทะกับพม่าที่บ้านบางแก้ว สมเด็จพระนเรศวรเสด็จขึ้นไปถึงบ้านแห จึงมีดำรัสให้ข้าหลวงขึ้นไปสั่งพระราชมนูให้ทำเป็นล่าทัพกลับถอยลงมา แล้วพระองค์กับพระอนุชาก็รุกไล่ตีทัพพม่าแตกพ่ายทั้งทัพหน้าและทัพหลวงจนถึงค่ายที่ตั้งทัพของพระเจ้าเชียงใหม่ที่บ้านสระเกษ ทัพของพระเจ้าเชียงใหม่จึงแตกกระจัดกระจายไป

เมื่อได้ค่ายที่บ้านสระเกศแล้วสมเด็จพระนเรศวรทรงติดตามพระเจ้าเชียงใหม่ขึ้นไปถึงนครสวรรค์ ทรงทราบข่าวว่าพระเจ้าเชียงใหม่นี้หนีไปอาศัยอยู่กับพระมหาอุปราชาที่เมืองกำแพงเพชรแล้ว หากติดตามไปอาจเสียทีพระมหาอุปราชาได้ จึงได้วางกำลังส่วนหนึ่งเป็นหน่วยลาดตระเวนเอาไว้ที่เมืองนครสวรรค์ แล้วยกทัพเสด็จกลับพระนคร

นักแสดงนำ[แก้]

เบื้องหลังการถ่ายทำ[แก้]

ในการถ่ายทำฉากสำคัญ คือฉากการรบระหว่างสมเด็จพระนเรศวร กับกองทัพของพระยาพสิม และนรธาเมงสอ ในฉากนี้มีนักแสดงทั้งฝ่ายรบ และนักแสดงประกอบเข้าฉากมากมาย ในการถ่ายทำในฤดูกาลนี้มีนักแสดงท่านหนึ่งที่ไม่สามารถมาแสดงได้ คือ พิชวุฒิ เปี่ยมธรรมโรจน์ ผู้รับบทเป็น สมเด็จพระเอกาทศรถ (พระองค์ขาว) เพราะเขาสอบอัยการสำเร็จ หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล ผู้กำกับได้กล่าวว่าจะหานักแสดงใหม่มารับบทแทน แต่ยังไม่เปิดเผยว่าเป็นใคร[2][3][4]

ความแม่นยำทางประวัติศาสตร์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]