ตัวละครในไฟนอลแฟนตาซี XIII

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

บทความนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับไฟนอลแฟนตาซี XIII สำหรับบทความหลัก ดูที่ ไฟนอลแฟนตาซี XIII

ตัวละครในเกมไฟนอลแฟนตาซี XIII

ตัวละครหลัก[แก้]

ไลท์นิง[แก้]

ดูบทความหลักที่: ไลท์นิง

เซราห์ ฟาร์รอน[แก้]

เซราห์ ฟาร์รอน

เซราห์ ฟาร์รอน (Serah Farron) (ญี่ปุ่น: セラ・ファロン โรมาจิSera Faron) เป็นเด็กหญิงอายุ 18 ปีจากโคคูน หลังจากที่พ่อแม่ของเธอตาย ไลท์นิงก็ได้เลี้ยงดูและคอยปกป้องเซราห์ไว้ตลอด แต่พวกเธอทั้งสองก็ทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง เหตุผลหนึ่งมาจากการที่เซราห์ได้หมั้นกับสโนว์ ทำให้ไลท์นิงรู้สึกเกลียดชังความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสอง ต่อมาเซราห์บอกกับสโนว์และไลท์นิงว่า เธอถูกตราหน้าให้เป็นลาซีในขณะที่เธอกำลังออกสำรวจพัลซ์เวสเตจ (Pulse Vestage) ซึ่งเป็นสถานที่กบดานของฟาลซีอานิมา[1][2] แต่กว่าที่ไลท์นิงจะช่วยเธอนั้นก็สายเกินไปแล้วเนื่องจากเซราห์ได้ถูกอนิมาลักพาตัวไป[3] เซราห์ภายหลังได้เปลี่ยนภารกิจ จากที่เธอได้รับมอบหมายให้ปกป้องโคคูน ตอนนี้เธอกลับสนใจกับไลท์นิงและสโนว์มากกว่าก่อนที่ร่างของเธอจะแปลงเป็นคริสตัลเมื่อพวกเขาทั้งสองได้พบเธอ[4] การเปลี่ยนแปลงภารกิจของเธอนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับลาซีอื่น ๆ ให้ทำตามเช่นกัน หลังจากที่เพื่อนของเธอทำลายออฟานลงในตอนท้ายเกม เซราห์ได้ชีวิตปกติกลับคืนมา และไลท์นิงก็ได้ยอมรับความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับสโนว์

ในช่วงการพัฒนาของภาค XIII เซราห์เคยได้รับการเสนอให้เป็นตัวละครที่สามารถควบคุมได้ แต่ภายหลังมีข้อตกลงให้เธอเป็นตัวละครสนับสนุนแทนเนื่องจากปัญหาด้านเทคนิคต่าง ๆ[5] เทะซึยะ โนะมุระ ในบทสัมภาษณ์ กล่าวว่าเขาออกแบบผมของเซราห์ให้แลดูเหมือนร่างเสมือนของไลท์นิง[6] ต่อมา ยุโกะ โอะชิมะ จากวง AKB48 ได้รับข้อเสนอให้ออกแบบชุดพิเศษ 2 ชุดให้กับเซราห์ ซึ่งชุดแรกเป็นชุดสีดำใช้สำหรับการต่อสู้ในชื่อ "เอ็กซ์โปเชอร์แอนด์ดีเฟนส์" (ภายหลังเปลี่ยนเป็น "สไตล์แอนด์สตีล)[7] และชุดที่สองเป็นชุดสีแดงสลับขาวในชื่อ "ลิตเทิลเรตไรด์ดิงฮูด" ซึ่งมีความหมายเป็นนัยว่าเหมือนเซราห์ในร่างผู้ใหญ่ หลังจากการโหวตเพื่อหาความนิยม ชุดที่ 2 ได้รับคะแนนสูงกว่า จึงทำให้ทางผู้ผลิตเลือกชุดที่สองให้อยู่ในเกมภาคเสริมโดยปริยาย โดยปล่อยออกมาในเดือนเมษายน 2012[7][8]

เซราห์ได้รับการพากย์เสียงโดย ลอรา ไบลีย์ ในฉบับภาษาอังกฤษ และ มินะโกะ โคะโตะบุกิ ในฉบับภาษาญี่ปุ่น[9][10][11]

สโนว์ วิลเลียส[แก้]

โฮป เอสต์ไฮม์[แก้]

โฮป เอสต์ไฮม์

โฮป เอสต์ไฮม์ (Hope Estheim) (ญี่ปุ่น: ホープ・エストハイム โรมาจิHōpu Esutohaimu) เป็นเด็กชายวัย 14 ที่ถูกขับไล่ออกจากโลกจำลองชื่อโคคูนในตอนปฐมบท โฮปและโนราแม่ของเขาถูกตราหน้าว่าเป็นเพิร์จ (Purge) หรือผู้ลี้ภัย ขณะที่พวกเขากำลังไปเที่ยวในเมืองชื่อโบตฮัม ด้วยคำชักชวนจากสโนว์ โนราเข้าร่วมกลุ่มต่อต้านรัฐบาลที่แฮงกิงเอตจ์ แต่ก็เสียชีวิตลงขณะต่อสู้กับทหารเพื่อปกป้องทั้งโฮปและสโนว์ เหตุการณ์นี้ส่งผลให้โฮปเกลียดสโนว์มาก หลังจากที่เขาถูกต้องคำสาปให้เป็นลาซี (l'Cie) โฮปเลือกที่จะติดตามไลท์นิงด้วยแผนลับที่จะลอบสังหารสโนว์[12] เมื่อเขาพบสโนว์ เขาก็พกมีดไว้ด้านหลังและเตรียมที่จะสังหารเขา แต่ก่อนที่เขาจะลงมือ เขาก็นึกได้ว่าสโนว์เคยให้คำสัญญากับเขาว่าจะทำสิ่งที่ชดเชยชีวิตแม่ของเขา ทำให้โฮปหยุดแผนการนี้[13] หลังจากที่โฮปกลับบ้านเพื่อไปพบบาร์ทโลมิวพ่อของเขา เขาบอกกับพ่อของเขาเรื่องโนราและปรับความเข้าใจกันระหว่างเขาทั้งสอง[14]

เมื่อปี 2009 ในงานโตเกียวเกมโชว์ (TGS) มีการเปิดเผยว่าสีผมสีเงินของโฮปนั้นเดิมทีจะใช้เป็นสีผมของไลท์นิง แต่เมื่อได้ข้อตกลงว่าผมของไลท์นิงจะเป็นสีชมพู โฮปเลยได้สีผมนี้แทน[6] ชุดของโฮปสำหรับภาค XIII-2 นั้นออกแบบโดย ฮิเดะโอะ มินะบะ[15] และถึงแม้ว่าโฮปจะมีรูปลักษณ์อ่อนแอและเปราะบางในภาค XIII แต่เขาก็ได้รับการพัฒนาให้ดูเติบโตขึ้นในภาคถัดมาตามความปรารถนาของผู้ผลิตเกม[16] โมะโทะมุ โทะริยะมะ กล่าวว่าตามมุมมองของไลท์นิงแล้ว พัฒนาการของโฮปเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนบทในภาค ไลท์นิงรีเทิร์น[17] นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบโมเดลโฮปในวัยผู้ใหญ่ แต่ทีมผู้ผลิตตัดสินใจคงภาพลักษณ์วัยรุ่นของเขาเอาไว้[18] ในบทสัมภาษณ์ในเวลาต่อมา โทะริยะมะบอกว่าถึงแม้ว่าโฮปจะเป็นที่ชื่นชอบของทีมงาน แต่โฮปนั้นขาดภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำ จึงทำให้เขาเป็นเพียงแค่ตัวละครรองเท่านั้น[19] วะตะนะเบะกล่าวในภายหลังว่าเขารู้สึกเหมือนโฮปเป็นตัวละครที่คอยเติมเต็มตัวละครไลท์นิงและเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เธอเติบโตเหมือนคนทั่ว ๆ ไป[18]

โฮปได้รับการพากย์เสียงโดย วินเซนต์ มาร์เทลลา ในฉบับภาษาอังกฤษ และ ยูกิ คะจิ ในฉบับภาษาญี่ปุ่น[9][10][11]

ซัส คัตส์รอย[แก้]

โอร์บาไดอา วานีล[แก้]

โอร์บายูน ฟังก์[แก้]

โนเอล ไครส์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Eishima, Jun (27 January 2010). "Part 1: Encounter - Chapter Four". Final Fantasy XIII Episode Zero: Promise (in Japanese). Tokyo: Square Enix.
  2. Square Enix. Final Fantasy XIII. Square Enix. PlayStation 3, Xbox 360. (31 January 2012) “Serah: Look. Branded by Pulse. I'm a l'Cie. Enemy of Cocoon. Danger to us all.”
  3. Square Enix. Final Fantasy XIII. Square Enix. PlayStation 3, Xbox 360. (9 March 2010) “Lightning: You became a l'Cie, so now you're gonna marry this idiot? And you think I'm gonna buy that? Full points for originality. But don't forget. If you really are a l'Cie, it's my job to deal with you. / Serah: Sis... / Lightning: This is ridiculous. Worst birthday ever.”
  4. Square Enix. Final Fantasy XIII. Square Enix. PlayStation 3, Xbox 360. (9 March 2010) “Serah: You can save us. Protect us all. Save Cocoon.”
  5. Final Fantasy XIII Ultimania Omega (in Japanese). Tokyo: Studio Bentstuff. 4 October 2010. pp. 508–511. ISBN 4-7575-2958-9.
  6. 6.0 6.1 Tanaka, John (23 September 2009). "TGS 09: Final Fantasy XIII Update". IGN. สืบค้นเมื่อ 30 April 2013.
  7. 7.0 7.1 Hillier, Brenna (11 April 2012). "Quick shots – loads of FFXIII-2 DLC goodies". VG247. สืบค้นเมื่อ 6 August 2013.
  8. Gantayat, Anoop (4 December 2011). "Final Fantasy XIII-2 AKB48 Costume Finalized". Andriasang.com. Archived from the original on 25 December 2012. สืบค้นเมื่อ 6 August 2013.
  9. 9.0 9.1 "Behind the Voice Actors - Final Fantasy XIII". Behind the Voice Actors. สืบค้นเมื่อ 14 August 2013.
  10. 10.0 10.1 "Behind the Voice Actors - Final Fantasy XIII-2". Behind the Voice Actors. สืบค้นเมื่อ 14 August 2013.
  11. 11.0 11.1 "Behind the Voice Actors - Lightning Returns: Final Fantasy XIII". Behind the Voice Actors. สืบค้นเมื่อ 30 November 2013.
  12. Square Enix. Final Fantasy XIII. Square Enix. PlayStation 3, Xbox 360. (9 March 2010) “Datalog - Operation Nora: Operation Nora[...] the means by which he will exact vengeance on Snow. [...]Lightning soon realizes her mistake. Her lecture to abandon compassion was intended as a warning against the hesitation she fears will be his undoing.”
  13. Square Enix. Final Fantasy XIII. Square Enix. PlayStation 3, Xbox 360. (9 March 2010) “Hope: Why d'you save me? / Snow: I was asked to keep you safe, by Lightning. And by Nora. [...] I didn't know what to do, didn't know how to set things straight. So I didn't. I thought if I couldn't make up for it, then all the apologies in the world wouldn't mean a thing. [...] If nothing I do is good enough, then I'll take any punishment you wanna dish out. / Hope: She's gone, Snow. You can take the blame, but it won't bring her back.”
  14. Square Enix. Final Fantasy XIII. Square Enix. PlayStation 3, Xbox 360. (9 March 2010) “Hope: They're gone, aren't they? / Lightning: Hey. / Hope: I guess they meant for this to be goodbye. Then again, we've changed our fates before.”
  15. Gantayat, Anoop (21 September 2011). "Final Fantasy XIII-2: Time Paradoxes, Serah's Background Story, Blood Damage, and Chaos". Andriasang.com. Archived from the original on 3 July 2014. สืบค้นเมื่อ 30 April 2013.
  16. Alexander, Jem (19 December 2011). "This Final Fantasy XIII-2 mini-interview focuses on story". Square Enix. Archived from the original on 14 March 2013. สืบค้นเมื่อ 20 November 2012.
  17. Square Enix Presents (22 June 2013). "Square Enix Presents E3 2013 – Day2 [#06] -FFX/X-2 HD & Lightning Returns: FFXIII Interview". YouTube. Archived from the original on 25 January 2014. สืบค้นเมื่อ 8 October 2013.
  18. 18.0 18.1 "『ファイナルファンタジーXIII REMINISCENCE -tracer of memories-』著者、渡辺大祐氏にインタビュー" [Final Fantasy XIII: Reminiscence -tracer of memories-: Interview with author Daisuke Watanabe]. Famitsu. 11 July 2014. Archived from the original on 11 July 2014. สืบค้นเมื่อ 11 July 2014.
  19. "Interview mit Motomu Toriyama und Yuji Abe – Lightning Returns: Final Fantasy XIII" [Interview with Motomu Toriyama and Yuji Abe - Lightning Returns: Final Fantasy XIII] (in German). Spieletester.com. 7 November 2013. สืบค้นเมื่อ 7 November 2013.