ตกเป็นพับ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

"ตกเป็นพับ" เป็นคำกริยาในภาษาไทยและเป็นสำนวนกฎหมายไทยที่ค่อนข้างโบราณแต่ยังปรากฏอยู่ในกฎหมายปัจจุบัน มีความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ว่า "นับเป็นสูญ"[1] และมีคำใกล้เคียงคือ "เป็นพับ" หมายความว่า "ตัดเป็นสูญ"

"ตกเป็นพับ"[แก้]

คำว่า "ตกเป็นพับ" นั้น พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายว่า "นับเป็นสูญ"[1] แต่มิได้ให้ความกระจ่างเท่าใดนัก

เมื่อพิจารณาจากบริบทที่ปรากฏ เช่น ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่า

"มาตรา 296 ในระหว่างลูกหนี้ร่วมกันทั้งหลายนั้น ท่านว่าต่างคนต่างต้องรับผิดเป็นส่วนเท่า ๆ กัน เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ถ้าส่วนที่ลูกหนี้ร่วมกันคนใดคนหนึ่งจะพึงชำระนั้นเป็นอันจะเรียกเอาจากคนนั้นไม่ได้ไซร้ ยังขาดจำนวนอยู่เท่าไรลูกหนี้คนอื่น ๆ ซึ่งจำต้องออกส่วนด้วยนั้นก็ต้องรับใช้ แต่ถ้าลูกหนี้ร่วมกันคนใดเจ้าหนี้ได้ปลดให้หลุดพ้นจากหนี้อันร่วมกันนั้นแล้ว ส่วนที่ลูกหนี้คนนั้นจะพึงต้องชำระหนี้ก็ตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้ไป"

ประกอบกับต้นร่างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่จัดทำเป็นภาษาอังกฤษก่อนแปลเป็นภาษาไทยและประกาศใช้เป็นส่วน ๆ ไปนั้น ก็อาจทำให้เข้าใจความหมายของคำดังกล่าวมากขึ้นได้ (?) โดยต้นร่างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 296 ข้างต้น ว่าดังนี้[2]

"Section 296. As between themselves joint debtors are liable in equal shares, unless it is otherwise provided. If from one of the joint debtors the contribution due from him cannot be obtained, the deficiency shall be borne by the other debtors who are bound to make contribution; provided that one of the joint debtors has been released from joint obligation, the creditor takes upon himself that share which the debtor released by him ought to have borne."

สำนวน "take upon oneself" นั้น ดิกชันนารี.คอมให้ความหมายว่า "รับภาระ รับหน้าที่ หรือรับผิดชอบเอง" เช่น "She has taken it upon herself to support the family." ว่า "เธอรับภาระดูแลครอบครัวด้วยตัวเอง"[3] ซึ่งจะแปลว่า "ภาระดูแลครอบครัวนั้นตกเป็นพับแก่เธอเอง" ก็ได้ แม้ออกจะเป็นภาษาโบราณเกินไปหน่อยก็ตาม ในการนี้ จึง

สรุปจากข้างต้นได้กระมังว่า "ตกเป็นพับ" หมายความว่า ดับสูญไปแก่ผู้ที่สิ่งนั้น ๆ ตกเป็นพับเอง หรือผู้นั้นรับสิ่งที่ตกเป็นพับไปเอง กล่าวง่าย ๆ คือ สิ่งไรตกเป็นพับแก่ใคร คนนั้นก็รับภาระเอง เช่น "ตกเป็นพับแก่โจทก์" หมายความว่า โจทก์รับเคราะห์เอง ไม่มีสิทธิเรียกร้องในประเด็นนี้ อันจะแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า "The plaintiff takes upon himself."

"เป็นพับ"[แก้]

ทั้งนี้ มีคำใกล้เคียงกับคำ "ตกเป็นพับ" แต่มีความหมายที่จะว่าต่างกันก็ได้ คล้ายกันก็ได้ คือ คำว่า "เป็นพับ" ซึ่งพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 นิยามว่า "ตัดบัญชีเป็นสูญ เช่น เป็นพับไป"[1] คำนี้มักปรากฏในสำนวนของศาล เช่น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4734/2539 "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 บัญญัติให้อำนาจพนักงานอัยการที่จะเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายเท่านั้น ค่าเสียหายอันเป็นค่าขาดประโยชน์จากสัญญาเช่าซื้อที่โจทก์ฟ้องเรียกร้องมาในคดีนี้ไม่ใช่ทรัพย์สินหรือราคาที่ผู้เสียหายสูญเสียไปเนื่องจากการกระทำผิด พนักงานอัยการจึงฟ้องเรียกค่าเสียหายดังกล่าวในคดีเดิมแทนผู้เสียหายไม่ได้ โจทก์ในคดีนี้ซึ่งคือผู้เสียหายในคดีก่อนมิได้เข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีอาญาเรื่องก่อนนั้นด้วย และการกระทำของจำเลยผู้เช่าซื้อซึ่งทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ผู้ให้เช่าซื้ออาจเป็นบ่อเกิดแห่งหนี้ที่จะใช้สิทธิเรียกร้องได้ทั้งสองทาง คือ ในมูลละเมิด และในมูลหนี้แห่งสัญญาเช่าซื้อ เมื่อในคดีอาญาเรื่องก่อนศาลมิได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นค่าเสียหายอันเป็นค่าขาดประโยชน์ของโจทก์ กรณีจึงไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 การที่ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วเห็นว่าโจทก์ไม่สามารถนำประเด็นที่ศาลได้วินิจฉัยไว้แล้วในคดีอาญาเรื่องก่อนมาฟ้องร้องบังคับจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 50 และมาตรา 249 จึงมีคำสั่งให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมให้เป็นพับ ดังนี้ เป็นการวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 131 (2) มีผลเป็นการพิพากษาแล้ว มิใช่เป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นไม่รับคำคู่ความตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 จึงไม่มีเหตุที่จะคืนค่าธรรมเนียมศาลในศาลชั้นต้นให้แก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 151"

ที่ว่า "ค่าธรรมเนียมฤชาให้เป็นพับ" หมายความว่า ให้ค่าฤชาธรรมเนียมนี้ได้แก่แผ่นดิน ซึ่งเป็นผลให้ค่าฤชาธรรมเนียมนี้เป็นพับแก่ผู้เสียค่าฤชาธรรมเนียม ผู้เสียเรียกคืนมิได้ (เว้นแต่บางกรณี ศาลอาจสั่งให้ผู้แพ้คดีใช้ค่าฤชาธรรมเนียมให้ผู้เสียค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งชนะคดีก็ได้) ซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า "The fees shall be vested with the State.

การใช้ "ตกเป็นพับ" และ "เป็นพับ" ในที่ใกล้เคียงกัน[แก้]

ตัวอย่างการใช้คำ "ตกเป็นพับ" และ "เป็นพับ" ในที่ใกล้เคียงกัน เช่น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5292/2548 "โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลย จำเลยให้การว่าไม่ได้กู้ เป็นเรื่องการเล่นแชร์กัน การที่จำเลยนำสืบว่าจำเลยเล่นแชร์กับโจทก์และจำเลยประมูลแชร์ได้ โจทก์ซึ่งเป็นนายวงแชร์ให้จำเลยทำสัญญากู้เงินเพื่อเป็นประกันว่าจำเลยจะส่งชำระค่าแชร์ในงวดที่เหลือต่อไป และต่อมาการเล่นแชร์สิ้นสุดลงโดยจำเลยส่งชำระค่าแชร์ให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว ซึ่งเป็นการนำสืบตามที่จำเลยให้การต่อสู้ และเป็นการนำสืบถึงมูลเหตุที่มาของการทำสัญญากู้เงิน เพื่อแสดงให้เห็นว่าสัญญากู้เงินตามฟ้องไม่มีมูลหนี้ที่จำเลยจะต้องรับผิดใช้เงินแก่โจทก์ เพราะจำเลยส่งชำระค่าแชร์ให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว เท่ากับเป็นการนำสืบว่าสัญญาหรือหนี้ที่ระบุไว้ในเอกสารนั้นไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 วรรคสอง จำเลยจึงมีสิทธินำสืบได้ หาใช่เป็นการนำสืบถึงการชำระหนี้ตามสัญญากู้เงินไม่

โจทก์มิได้อุทธรณ์โต้เถียงในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน แต่กำหนดให้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลเป็นพับ ซึ่งเป็นผลให้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นระหว่างโจทก์กับจำเลยตกเป็นพับไปด้วย จึงไม่ถูกต้อง เพราะการกำหนดให้คู่ความฝ่ายใดเป็นผู้รับผิดในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมแค่ไหนเพียงไรนั้นเป็นดุลพินิจของศาลโดยคำนึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการสู้ความหรือการดำเนินคดี ที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้โจทก์รับผิดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยเป็นเรื่องการใช้ดุลพินิจ มิใช่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย จึงมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 จะหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ศาลฎีกาเห็นควรแก้ไขให้ถูกต้อง"

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5048/2542 "โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยตกลงให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ ค่าธรรมเนียมในการอายัดเงินของจำเลยซึ่งบุคคลภายนอกนำมาวางต่อศาลชั้นต้นย่อมตกเป็นพับด้วย"

เชิงอรรถ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 ราชบัณฑิตยสถาน, 2551 : ออนไลน์.
  2. Thailand Civil and Commercial Code (online), Online : n.d.
  3. Dictionary.com; Online : 2009.
    "take upon oneself, to assume as a responsibility or obligation: She has taken it upon herself to support the family. "
  • ราชบัณฑิตยสถาน.
    • (2543). พจนานุกรมศัพท์กฎหมายไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ : อรุณการพิมพ์. ISBN 9748123529.
    • (2544). พจนานุกรมศัพท์กฎหมายไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ : อรุณการพิมพ์. ISBN 9748123758.
    • (2551, 7 กุมภาพันธ์). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: <คลิก>. (เข้าถึงเมื่อ: 12 กันยายน 2552).
    • (ม.ป.ป.). ศัพท์บัญญัติราชบัณฑิตยสถาน. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: <คลิก Archived 2017-07-15 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน>. (เข้าถึงเมื่อ: 12 กันยายน 2552).
  • ศาลฎีกา. (2550, 26 มกราคม). ระบบสืบค้นคำพิพากษาและคำสั่งคำร้องศาลฎีกา. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: <คลิก Archived 2010-01-14 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน>. (เข้าถึงเมื่อ: 12 กันยายน 2552).
  • สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2551, 10 มีนาคม). ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: <คลิก Archived 2010-03-01 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน>. (เข้าถึงเมื่อ: 12 กันยายน 2552).
  • Dictionary.com. (2009). Take upon oneself. [Online]. Available: <click>. (Accessed: 12 September 2009).
  • Thailand Civil and Commercial Code (online). (n.d.). [Online]. Available: <click>. (Accessed: 26 September 2009).