ดีโอ บรันโด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ดีโอ บรันโด/DIO
JoJo's Bizarre Adventure logo.png
ปรากฏครั้งแรกโจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ ตอนที่ 1: "ดีโอผู้รุกราน" (พ.ศ. 2530)
สร้างโดยฮิโรฮิโกะ อารากิ
ให้เสียงโดยญี่ปุ่น
โนริโอะ วากาโมโตะ (ดรามาซีดีปี พ.ศ. 2535)
โนบูโอะ ทานากะ (โอวีเอ)
อิชชิน ชิบะ (เกมอาร์เคดปี พ.ศ. 2541)
ฮิการุ มิโดริกาวะ (วิิดีโอเกมปี พ.ศ. 2549 และภาพยนตร์ปี พ.ศ. 2550)
เค็นจิ โนจิมะ (วิิดีโอเกมปี พ.ศ. 2549; วัยหนุ่ม)
ทาเกฮิโตะ โคยาซุ (พ.ศ. 2555-ปัจจุบัน)
ไทย
อิทธิพล มามีเกตุ
สแตนด์เดอะ เวิร์ลด์
ข้อมูลตัวละครในเรื่อง
เผ่าพันธุ์มนุษย์ (อดีต)
แวมไพร์
ครอบครัวดาริโอ บรันโด (บิดา)
จอร์จ โจสตาร์ (บิดาบุญธรรม)
โจนาธาน โจสตาร์ (พี่น้องบุญธรรม)
บุตรโจรูโน่ โจบาน่า
โดนาเทลโล่ เวอร์ซัส
ริคิเอล
อุงกาโล่
สัญชาติอังกฤษ

ดีโอ บรันโด (ญี่ปุ่น: ディオ・ブランドーโรมาจิDio Burandō ; อังกฤษ: Dio Brando) เป็นตัวละครจากหนังสือการ์ตูนเรื่อง โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ สร้างสรรค์โดยฮิโรฮิโกะ อารากิ ปรากฏตัวครั้งแรกในฐานะปฏิปักษ์ในเนื้อเรื่องภาคแรก สายเลือดปิศาจ ในตอนเปิดตัวของเรื่อง "ดีโอผู้รุกราน" 侵略者ディオ (Shinryakusha Dio) ซึ่งตีพิมพ์ในนิตยสารโชเน็งจัมป์รายสัปดาห์เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2530[1] ภายหลังได้กลับมาปรากฏตัวเป็นปฏิปักษ์หลักในภาคสามของเรื่อง นักรบประกายดาว ซึ่งตอนนี้รู้จักในชื่อเพียงว่า DIO และยังได้ปรากฏตัวในฉากอดีตในภาคที่หกของเรื่อง สโตนโอเชียน ในภาคที่เจ็ดของเรื่อง สตีล บอล รัน ตัวละครในจักรวาลคู่ขนานที่มีชื่อว่า ดิเอโก บรันโด (ญี่ปุ่น: ディエゴ・ブランドーโรมาจิDiego Burandō) ซึ่งมักเรียกสั้นๆว่าดีโอ ปรากฏตัวในฐานะตัวละครสำคัญ

การสร้างและออกแบบตัวละคร[แก้]

เมื่อฮิโรฮิโกะ อารากิเริ่มเขียนเรื่องโจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ ดีโอเป็นตัวละครที่อารากิตั้งตารอจะวาดมากที่สุด เขายังได้เผยว่าเขาไม่ได้คิดเรื่องจุดอ่อนของตัวละครและว่าเป็นเรื่องยากที่จะหาทางเอาชนะดีโอได้ ในแง่ลักษณะตัวละครของดีโอนั้น อารากิกล่าวว่าเขาได้รับแรงบันดาลใจจากการวิเคราะห์ฆาตกรต่อเนื่องของ FBI เขาคิดว่าฆาตกรเหล่านี้ต้องมีความแข็งแกร่งอย่างมากจนสามารถก่อคดีชั่วร้ายที่พวกเขาทำขึ้นมาได้ วิธีการที่ฆาตกรต่อเนื่องควบคุมเหยื่อด้วยการชักจูงทางจิตวิทยาก็เป็นที่สนใจของอารากิด้วยเช่นกัน ซึ่งมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับที่ดีโอใช้ความสามารถในการจูงใจคนทำให้ลูกน้องทำตามคำสั่ง[2] อารากิตั้งใจจะแสดงภาพลักษณ์ของดีโอว่าเป็นผู้ร้ายกาจไร้ความปรานีในการแสวงหาอำนาจ ด้วยการละทิ้งความเป็นมนุษย์ที่สะท้อนถึงตัวตนและอารมณ์[3] อารากิต้องการให้ชื่อของตัวละครฟังดูเท่ถัดมาจากชื่อของโจโจ้ จึงเลือกจะตั้งชื่อว่าดีโอ ซึ่งเป็นคำในภาษาอิตาลีมีความหมายว่าพระเจ้า[2]

อ้างอิงจากอารากิ ลักษณะทางกายภายของดีโอได้รับแรงบันดาลใจจากตัวละครรอย แบ็ตตี ซึ่งรับบทโดยรัทเจอร์ ฮอร์เออร์ ในภาพยนตร์ปี ค.ศ. 1982 เรื่อง เบลดรันเนอร์[4] ตลอดช่วงวัยที่เป็นผู้ใหญ่ ดีโอมีลักษณะร่างกายที่มีกล้ามเนื้อและสูงใหญ่เช่นเดียวกับตัวละครของเรื่องในสามภาคแรก ดีโอในฐานะผีดูดเลือดก็ยังมีคงผมสีทองยุ่งเหยิงยาวเสมอไหล่ และเครื่องแต่งกายหลากหลายแบบที่นำเสนอสีทองอย่างโดดเด่น

การปรากฏตัว[แก้]

สายเลือดปิศาจ[แก้]

ในภาคแรก สายเลือดปิศาจ ดีโอเป็นบุตรชายของคนขี้เมาชื่อดาริโอ บรันโด ต่อมาได้กลายเป็นพี่น้องบุญธรรมของโจนาธาน โจสตาร์โดยมาจากสัญญาที่จอร์จ โจสตาร์บิดาของโจนาธานให้ไว้กับดาริโอเมื่อหลายปีก่อน เมื่อดีโอเข้ามาในคฤหาสน์ของตระกูลโจสตาร์หลังบิดาเสียชีวิต ดีโอก็ไม่รอช้าที่จะทำให้ชีวิตในวัยเยาว์ของโจนาธานเหมือนตกนรกทั้งเป็นโดยการแย่งชิงทุกสิ่งทุกอย่างไปจากโจนาธาน แต่ดีโอประเมินโจนาธานต่ำไปเมื่อถูกโต้กลับอย่างรุนแรงเพราะดีโอขโมยจูบเอริน่า เพนเดิลตันซึ่งเป็นคนรักของโจนาธาน ดีโอจึงใช้เวลาเจ็ดปีหลังจากนั้นทำตัวเป็นมิตรกับโจนาธานก่อนที่ภายหลังดีโอจะใช้แผนชิงสมบัติของตระกูลโจสตาร์ด้วยการวางยาพิษจอร์จด้วยยาพิษชนิดเดียวกันกับที่ใช้ฆ่าดาริโอ เมื่อโจนาธานสืบหาหลักฐานเพื่อพิสูจน์ ดีโอจึงวางแผนจะใช้หน้ากากศิลาของอเมริกาใต้โบราณในการฆาตกรรมโจนาธาน

กระแสสงคราม[แก้]


นักรบประกายดาว[แก้]

ในภาคนี้ดีโอได้ทิ้งตระกูลบรันโดแต่ก็ยังแค้นตระกูลโจสตาร์และมากับร่างใหม่ที่ใช้ร่างของโจนาธานเมื่อ100ปีที่แล้ว พร้อมกับพลังใหม่ที่เรียกว่าSTANDมีชื่อว่า เดอะ เวิลด์(ญี่ปุ่น: ザ・ワルドโรมาจิZa warudō ; อังกฤษ: The world) มีความสามารถหยุดเวลาแต่ตอนนั้นหยุดได้แค่ 1 วิ แต่ดีโอยังเป็นผีดูดเลือดเหมือนเดิม(ภาคนี้ดีโออาศัยอยู่ที่อียิปต์ อียิปต์ )


คู่ปรับของดีโอในภาคนี้คือ คูโจ โจทาโร่ ที่มีแสตนด์ สตาร์ แพลตตินั่ม หลังจากนั้นดีโอได้จ้างทหารรับจ้างหลายคนให้จัดการพวกโจทาโร่แต่ไม่สำเร็จแล้วดีโอเลยต้องจัดการเองโดยจัดการคาเคียวอิน โจเซฟ โปรนาเรฟ (แต่โปรนาเรฟไม่ตาย) (อับดุล อิกกี้ ตายเพราะ วานิลา ไอซ์) แต่ก็พ่ายแพ้ให้กับโจทาโร่เพราะโจทาโร่รู้ว่า "แสตนด์ของแกก็เหมือนสตาแพลตตินั่มของฉันซินะ" คือพลังหยุดเวลา

เพชรแท้ไม่มีวันสลายและสายลมทองคำ[แก้]

ในภาคเพชรแท้ไม่มีวันสลายถูกกล่าวถึงในช่วงที่ได้ฝังก้อนเนื้อกับพ่อของ นิจิมุระ เคย์โจ และ นิจิมุระ โอคุยาสึ และได้นำ ธนูและคันศร(ศรที่ให้กำเนิดสแตนด์) ซึ่งแม่เฒ่าเอนย่าได้รับศรนี้ นำมาให้กับดีโอ จากนั้นจึงนำศรไปสร้างผู้ใช้สแตนด์ ใน เมืองโมริโอ มีศรอยู่ทั้งหมด 2 ดอก ดอกแรกเป็นของนิจิมุระ เคย์โจ ภายหลังจากที่ โอโตอิชิ อะกิระ ขโมยไป จึงตกเป็นของ มูลนิธิ สปีดวากอน ดอกที่ 2 ได้ปักเข้าที่ คิระ โยชิคาเกะ จนให้กำเนิด ความสามารถระเบิดลูกที่ 3 คิลเลอร์ควีน ไบต์ส เดอะ ดัสต์(ศรทั้ง 5 ดอก จาก 6 ดอก แม่เฒ่าเอนย่า ซื้อมาจาก เดียโบโล่ บอสจากภาคที่ 5 ที่ขณะนั้นยังอยู่ที่อียิปต์)

ในภาคสายลมทองคำ ภาพของดีโอ ปรากฏอยู่ใน กระเป๋าสตางค์ของ โจรูโน่ โจบาน่า(Giorno Giovanna)

สโตนโอเชียน[แก้]

ปรากฏตัวในฉากย้อนหลังแสดงให้ว่า ดิโอ เคยเป็นเพื่อนกับบาทหลวงชื่อว่า พุชชี่ โดยทั้งคู่ได้คุยกันเรื่องการไปสวรรค์และดิโอได้บอกพุชชี่ว่าตัวเองนั้นรู้วิธีที่จะไปสวรรค์แต่จดมันไว้ในสมุดบันทึกแต่ดิโอก็ไม่ได้นำมาให้พุชชี่เนื่องจากตัวเองถูกโจทาโร่ฆ่าตายเสียก่อน

สตีล บอล รัน[แก้]

โผล่แบบในจักรวาลคู่ขนานชื่อดิเอโก้ แบรนโด


ในสื่ออื่น[แก้]

ความสามารถ[แก้]

สแตนด์ The world (เดอะเวิลด์)มีพลังโจมตีที่รุนแรงและมีพลังในการหยุดเวลาประมาณ 5 วินาทีและภายหลังได้รับเลือดของโจเซฟ โจสตาร์ จึงหยุดเวลาได้นานขึ้น 4 วินาทีเป็น 9 วินาที

นักพากย์[แก้]

ดีโอ บรันโดมีนักพากย์ผู้ให้เสียงหลายคนที่แตกต่างกันไปในแต่ละสื่อ ดีโอถูกให้เสียงพากย์ครั้งแรกโดยโนริโอะ วากาโมโตะในดรามาซีดี ตามด้วยโนบุโอะ ทานากะในโอวีเอและอิชชิน จิบะใน เกมต่อสู้ของ Capcom ดีโอถูกให้เสียงพากย์โดยเค็นจิ โนจิมะและฮิการุ มิโดริกาวะในทั้งภาพยนตร์อนิเมะของ สายเลือดปิศาจ และวิดีโอเกมในวัยหนุ่มและวัยผู้ใหญ่ตามลำดับ ในอนิเมะโทรทัศน์และในวิดิโอเกมที่วางจำหน่ายหลังการออกอากาศของอนิเมะ เช่น All Star Battle, Eyes of Heaven และ Jump Force ดีโอ บรันโดให้เสียงพากย์โดยทาเกฮิโตะ โคยาสุ.[5]

เสียงตอบรับ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Araki, Hirohiko (w, a). "Dio the Invader" Weekly Shōnen Jump 1/2: 3 (1 January 1987), Japan: Shueisha
  2. 2.0 2.1 Araki, Hirohiko (February 3, 2015). JoJo's Bizarre Adventure: Part 1 Phantom Blood. 3. Viz Media. p. 343. ISBN 978-1-4215-7881-1.
  3. Araki, Hirohiko (2014). JoJonium. 6. Japan: Shueisha. p. 31. ISBN 978-4087828375.
  4. "Hirohiko Araki Reveals Which Blade Runner Character Inspired DIO". Anime News Network. 27 February 2018. สืบค้นเมื่อ 27 February 2018.
  5. "Crunchyroll to Stream JoJo's Bizarre Adventure: Stardust Crusaders Egypt Arc TV Anime". Anime News Network. 7 January 2015. สืบค้นเมื่อ 4 July 2015.