ข้ามไปเนื้อหา

ดีวัคต์อามไรน์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เจอร์มาเนียในการเฝ้ารักษาริมฝั่งไรน์ โดย แฮร์มัน วิสลีสนุส พ.ศ. 2416

"Die Wacht am Rhein" ( เฝ้าพิทักษ์แม่นํ้าไรน์ ) เป็นเพลงปลุกใจรักชาติของเยอรมนี เนื้อหาของเพลงมีรากฐานมาจากความบาดหมางทางประวัติศาสตร์ระหว่างฝรั่งเศสและเยอรมนี โดยเฉพาะในช่วงที่ฝรั่งเศสเคยแสดงเจตนาจะอ้างสิทธิ์เหนือแม่น้ำไรน์ เพลงนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงในเยอรมนีระหว่างสงครามฝรั่งเศส–ปรัสเซีย (ค.ศ. 1870–1871) รวมถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและครั้งที่สอง

บทกวีต้นฉบับแต่งโดย แม็กซ์ ชเน็กเคินเบอร์เกอร์ ระหว่าง วิกฤติไรน์ ในปี ค.ศ. 1840 และต่อมาในปี ค.ศ. 1854 หรือเจ็ดปีหลังการเสียชีวิตของผู้ประพันธ์ ได้มีการนำไปแต่งทำนองโดย คาร์ล วิล์เฮล์ม (Karl Wilhelm) ทำให้กลายเป็นบทเพลงปลุกใจที่ขับร้องกันอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ

ส่วนกำเนิด

[แก้]

ความพยายามของฝรั่งเศสที่จะผนวก ฝั่งซ้ายของแม่น้ำไรน์ เริ่มต้นตั้งแต่สงครามครั้งใหญ่ในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ซึ่งกองทัพฝรั่งเศสใช้ยุทธวิธี “เผาทำลาย” กว้างขวางในแถบเยอรมันตะวันตกเฉียงใต้ และถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบอีกครั้งในช่วง สงครามนโปเลียน (ค.ศ. 1806–1813) เมื่อฝรั่งเศสก่อตั้ง “สมาพันธรัฐแห่งไรน์”

หลังจากสงครามสงบ เยอรมันได้พักหายใจบ้าง แต่ในช่วง วิกฤติไรน์ ค.ศ. 1840 นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส อาดอล์ฟ เทียร์ ประกาศว่าแม่น้ำไรน์ตอนบนและตอนกลางควรเป็น “พรมแดนตะวันออกตามธรรมชาติ” ของฝรั่งเศส ทำให้รัฐสมาชิกสมาพันธรัฐเยอรมันหวาดกลัวว่าฝรั่งเศสจะรื้อฟื้นความพยายามผนวกดินแดนอีกครั้ง


ในบรรยากาศตึงเครียดนี้ กวีเยอรมัน นิโคเลาส์ เบ็คเกอร์ (Nikolaus Becker) ได้เขียนบทกวี Rheinlied ปฏิญาณปกป้องแม่น้ำไรน์ ผลงานนี้ได้รับเสียงชื่นชมในหมู่ชาวเยอรมันและความไม่พอใจจากฝรั่งเศส ทำให้พ่อค้าชาวสวาเบีย แม็กซ์ ชเน็กเคินเบอร์เกอร์ (Max Schneckenburger) ได้แรงบันดาลใจแต่งบทกวี Die Wacht am Rhein

แตกต่างจากเพลงสรรเสริญกษัตริย์อย่าง Heil dir im Siegerkranz เพลง Die Wacht am Rhein และเพลงชาตินิยมอื่น ๆ ในยุคเดียวกัน เช่น Deutschlandlied (ซึ่งท่อนที่สามกลายเป็นเพลงชาติของเยอรมนีปัจจุบัน) และ Was ist des Deutschen Vaterland? ของ Ernst Moritz Arndt เน้นการปลุกใจให้ชาวเยอรมันสามัคคี ละทิ้งความแตกแยกทางการเมือง ศาสนา และอาณาจักรต่าง ๆ เพื่อสร้างรัฐเยอรมันที่เป็นหนึ่งเดียวและปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดน

ชเน็กเคินเบอร์เกอร์ขณะนั้นอาศัยอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ บทกวีถูกนำไปใส่ทำนองครั้งแรกโดย J. Mendel ออร์แกนนิสต์ชาวสวิส และร้องโดยนักร้องเสียงเทเนอร์ Adolph Methfessel ให้เอกอัครราชทูตปรัสเซีย von Bunsen ฟัง แต่เวอร์ชันนี้ไม่เป็นที่นิยม

จนกระทั่งปี ค.ศ. 1854 คาร์ล วิล์เฮล์ม (Karl Wilhelm) ผู้อำนวยการดนตรีเมืองเครเฟลด์ ได้นำบทกวีมาแต่งทำนองใหม่ และจัดแสดงครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน เนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปีการสมรสของเจ้าชายวิลเฮล์มแห่งปรัสเซีย (ต่อมาคือจักรพรรดิเยอรมันวิลเฮ็ล์มที่ 1) เวอร์ชันนี้ได้รับความนิยมและถูกขับร้องแพร่หลายในงาน Sängerfest (งานเทศกาลขับร้องประสานเสียงเยอรมัน)

เนื้อเพลง

[แก้]

ต่อไปนี้คือเนื้อหาครบถ้วนของบทกวีห้าบทดั้งเดิม พร้อมด้วยบทเพิ่มเติม

เนื้อร้องภาษาเยอรมัน คำอ่านภาษาเยอรมัน คำแปลภาษาไทย
บทที่ 1

Es braust ein Ruf wie Donnerhall,
wie Schwertgeklirr und Wogenprall:
Zum Rhein, zum Rhein, zum deutschen Rhein,
wer will des Stromes Hüter sein?

เอส เบราสต์ ไอน์ รูฟ วี ดอนเนอร์ฮัลล์,
วี ชเว็ร์ตเกอคลึรร์ อุนด์ โวเกินพรัลล์:
ซุม ไรน์, ซุม ไรน์, ซุม ด็อยต์เชิน ไรน์,
แวร์ วิลล์ เดส ชโตรเมิส ฮือเทอร์ ไซน์?

ก้องกังวานดุจเสียงฟ้าคำราม
ประหนึ่งเสียงกระทบดาบพลันและคลื่นกระแทก
สู่ไรน์! สู่ไรน์! สู่ไรน์แห่งเยอรมัน!
ใครเล่าจะยืนหยัดเป็นผู้พิทักษ์แห่งสายน้ำ?

บทสร้อย
Refrain

Lieb Vaterland, magst ruhig sein,
lieb Vaterland, magst ruhig sein,
Fest steht und treu die Wacht, die Wacht am Rhein!
Fest steht und treu die Wacht, die Wacht am Rhein!

เรไฟร์น

ลีบ ฟาเทอร์ลานด์, มักสต์ รูฮิจ ไซน์,
ลีบ ฟาเทอร์ลานด์, มักสต์ รูฮิจ ไซน์,
เฟสต์ ชเท็ท อุนด์ ทร็อย ดี วัคต์, ดี วัคต์ อาม ไรน์!
เฟสต์ ชเท็ท อุนด์ ทร็อย ดี วัคต์, ดี วัคต์ อาม ไรน์!

ปิตุภูมิอันเป็นที่รัก จงเป็นสุขเถิด
ปิตุภูมิอันเป็นที่รัก จงเป็นสุขเถิด
ด้วยความมั่นคงและสัตย์ซื่อ ขอจงเฝ้าพิทักษ์แม่นํ้าไรน์เถิด!
ด้วยความมั่นคงและสัตย์ซื่อ ขอจงเฝ้าพิทักษ์แม่นํ้าไรน์เถิด!

บทที่ 2

Durch Hunderttausend zuckt es schnell,
und aller Augen blitzen hell;
der Deutsche, bieder, fromm und stark,[N 1]
beschützt die heil'ge Landesmark.

ดวร์ช ฮุนเดิร์ตเทาเซินด์ ซุกค์ เอส ชเน็ล
อุนด์ อัลเลอร์ เอาเกิน บลิตเซิน เฮ็ล
แดร์ ด็อยต์เชอะ, บีเดอร์, ฟร็อม อุนด์ ชตาร์ค
แบชึทส์ ดี ไฮล์เกอะ ลานเดสมาร์ค.

แล่นพลันดั่งสายฟ้าผ่า ทั่วหมื่นแสนชีวา
ดวงตาของทุกคนส่องประกายแจ่มชัด
ชาวเยอรมันนั้น มีความซื่อตรง ศรัทธา และแข็งกล้า
จงคุ้มครองเขตแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งบนแดนถิ่นนี้ไว้.

บทสร้อย
บทที่ 3

Er blickt hinauf in Himmelsau'n,
wo Heldenväter niederschau'n,
und schwört mit stolzer Kampfeslust:
Du Rhein bleibst deutsch wie meine Brust!

แอร์ บลิคต์ ฮีเนาฟ์ อิน ฮิมเมลเซาน์,
โว เฮลเดินแฟเทอร์ นีเดอร์เชาน์,
อุนด์ ชเวือร์ท มิท ชโทลเซอร์ คัมพ์เฟสลุสต์:
ดู ไรน์ ไบลบ์สต์ ด็อยตช์ วี ไมเนอะ บรุสต์!

เขาเงยหน้าสู่ฟากฟ้าอันสูงส่ง
ณ ที่บรรพชนผู้กล้าหาญทอดเนตรลงมา
และสาบานด้วยแรงกล้าแห่งการรบ:
โอ้ ไรน์เอ๋ย เจ้าจะคงเป็นเยอรมันดั่งดวงใจของข้า!

บทสร้อย
บทที่ 4

So lang ein Tropfen Blut noch glüht,
noch eine Faust den Degen zieht,
und noch ein Arm die Büchse spannt,
betritt kein Feind hier deinen Strand!

โซ ลัง ไอน์ ทร็อปเฟิน บลูท น็อค กลืห์ท,
น็อค ไอเนอะ เฟาสต์ เดน แดเกิน ซีห์ท,
อุนด์ น็อค ไอน์ อาร์ม ดี บึคแซะ ชปันต์,
แบทริท ไคน์ ไฟนด์ เฮียร์ ไดเนิน ชทรานด์!

ตราบใดที่ยังมีหยาดโลหิตแดงฉาน
ยังมีหมัดหนึ่งกำดาบแน่น
และยังมีแขนหนึ่งขึงศัสตรา
อย่าให้ศัตรูใดเหยียบยํ่าสู่ชายฝั่งของเจ้า

บทสร้อย
มีการเพิ่มบทกวีเพิ่มเติมแทรกไว้ระหว่างบทที่ 4 และบทที่ 5 (บางครั้งแทรกระหว่างบทที่ 3 และบทที่ 4 ด้วย)

Und ob mein Herz im Tode bricht,
wirst du doch drum ein Welscher nicht.
Reich, wie an Wasser deine Flut,
ist Deutschland ja an Heldenblut!

อุนด์ โอบ ไมน์ แฮร์ส อิม โทเดอะ บริชต์,
วืร์สต์ ดู ด็อค ดรูม ไอน์ แว็ลเชอร์ นิชต์.
ไรช์, วี อาน วัสเซอร์ ไดเนอะ ฟลูท,
อิสต์ ด็อยต์ชลานด์ ยา อาน เฮลเดินบลูท!

แม้ดวงใจข้าจะดับสิ้นมลาย
แต่เจ้าจะมิกลายเป็นศัตรูต่างแดนทั้งสิ้น
เปี่ยมล้นด้วยสายน้ำดังที่เจ้าเป็น
ซึ่งเยอรมนีก็เปี่ยมด้วยโลหิตนักรบเช่นกัน

บทสร้อย
บทที่ 6

Der Schwur erschallt, die Woge rinnt
die Fahnen flattern hoch im Wind:
Am Rhein, am Rhein, am deutschen Rhein
wir alle wollen Hüter sein.

แดร์ ชวัวร์ แอร์ชัลท์, ดี โวเกอะ รินท์
ดี ฟาห์เนิน ฟลัตเทิร์น โฮค อิม วินด์:
อาม ไรน์, อาม ไรน์, อาม ด็อยต์เชิน ไรน์
วีร์ อัลเลอะ ว็อลเลิน ฮือเลอร์ ไซน์.

เสียงคำสัตย์ดังก้อง, คลื่นก็ยังคงไหล,
ธงปลิวสะบัดสูงท่ามกลางลมแรง:
ณ ไรน์! ณ ไรน์! ณ ไรน์แห่งเยอรมัน!
เราทุกคนจักเป็นผู้พิทักษ์ของเจ้า!

บทสร้อย
มีบทกวีเพิ่มเติมบทที่ 7 ปรากฏบนไปรษณียบัตรสงครามในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

So führe uns, du bist bewährt;
In Gottvertrau'n greif' zu dem Schwert!
Hoch Wilhelm! Nieder mit der Brut!
Und tilg' die Schmach mit Feindesblut!

โซ ฟือเรอะ อุนส์, ดู บิสต์ เบอะแวร์ต;
อิน ก็อททเฟอร์เทราน์ ไกรฟ์ ซู เดม ชแว็ร์ท!
โฮค วิลเฮ็ล์ม! นีเดอร์ มิท แดร์ บรูท!
อุนด์ ทิลก์ ดี ชมาค มิท ไฟน์เดิสบรูท!

ดังนั้นจงนำเราเถิด เจ้าผู้พิสูจน์แล้วในความกล้า;
ด้วยความศรัทธาในพระเจ้า จงชักดาบขึ้น!
ไชโย จักรพรรดิวิลเฮล์ม! จงถล่มมันให้พินาศ!
ลบล้างความอัปยศด้วยโลหิตศัตรูเถิด!

บทสร้อย

โน้ตเพลง

[แก้]

% From https://archive.org/details/GreefMliederH9Aufl6Essen1869/page/n3/mode/1up
% Wilhelm Greef: Männerlieder, alte und neue, für Freunde des mehrstimmigen Männergesanges. 9. Heft, 6. (Stereotyp-) Auflage, Bädeker, Essen 1869
\header { tagline = ##f }
\layout { \context { \Score \remove "Bar_number_engraver" } }

global = { \key es \major \time 4/4 \partial 4 }

tenorOne = \relative c { \global \autoBeamOff
 bes4^\f | es4. g8 bes4 bes\< | g4. bes8 es4
 es-. | f4-. g-. as-. f-. | es4.-^ d8 d4
 bes | g'4.^\ff g8 f8. f16 e8. e16 | f2-^ r4
 d4 | c8. c16 d8. es16 d4 c | bes2 r4
 bes^\mf | f'4. es8 d4 d | es4. bes8 bes4
 bes\< |aes'4. g8 f4 f | g4. f8 es4 r |
 bes2^\f bes4\< b | c4. d8 es4 es| es2 f | g2 r2 |
 es2^\ff es4 es | es4. g8 bes4 as | g2 f | es2 r4 \bar "|."
}

tenorTwo = \relative c { \global \autoBeamOff
 bes4 | es4. g8 bes4 bes | g4. bes8 es4
 es | c c c c | bes4. bes8 bes4
 bes | es4. es8 d8. d16 cis8. cis16 | d2 r4
 bes4 | bes8. bes16 bes8. bes16 bes4 a | f2 r4
 bes4 | bes4. bes8 bes4 bes | bes4. bes8 bes4
 bes | f'4. es8 d4 d | es4. d8 es4 r |
 g,2 g4 g | a4. a8 bes4 bes | c2 c | d r2 |
 es2 es4 es | es2~ es4 es | es2 bes | bes r4 \bar "|."
}

bassOne = \relative c { \global \autoBeamOff
 bes4 | es4. g8 bes4 bes | g4. \hide DynamicText g8\p g4
 c | c bes as as | g4. f8 f4
 bes | bes4. bes8 bes8. bes16 bes8. bes16 | bes2 r4
 bes | g8. g16 g8. g16 f4 es | d2 r4
 bes4 | as'4. g8 f4 f | g4. g8 g4
 g4 | bes4. bes8 bes4 bes | c4. bes8 bes4 r4 |
 es,2 es4 es | es4. f8 g4 g | g2 c | b r2 |
 es d4 c | bes2~ bes4 c | bes2 as | g2 r4 \bar "|."
}
bassTwo = \relative c { \global \autoBeamOff
 bes4 | es4. g8 bes4 bes | g4. \hide DynamicText es8\p c4
 c | as' g f as | bes4. bes,8 bes4
 bes' | es,4. es8 f8. f16 g8. g16 | f2 r4
 f4 | es8. es16 d8. c16 f4 f, | bes2 r4
 bes4 | d4. es8 d4 d | es4. es8 es4
 es | d4. es8 bes4 bes' | c4. as8 g4 r |
 es2 es4 es | es4. f8 g4 es | c2 <as' as,> | <g g,> r2 |
 <c c,> <bes! bes,>4 <as as,> | <g g,>2~ <g g,>4 <as as,> | bes,2 bes | <es es,> r4 \bar "|."
}

verse = \lyricmode {
 Es braust ein Ruf wie Don -- ner -- hall,
 wie Schwert -- ge -- klirr und Wo -- gen -- prall:
 zum Rhein, zum Rhein, zum deu -- tschen Rhein,
 wer will des Stro -- mes Hü -- ter sein?
 Lieb Va -- ter -- land, magst ruh -- ig sein,
 lieb Va -- ter -- land, magst ruh -- ig sein,
 fest steht und treu die Wacht, die Wacht am Rhein!
 Fest steht und treu die Wacht, die Wacht am Rhein!
}

\score {
 \new ChoirStaff <<
  \new Staff \with {
   \consists "Merge_rests_engraver"
   midiInstrument = "trumpet"
   instrumentName = \markup { \column { "Tenor I" \line { "Tenor II" } } }
  } <<
   \clef "treble_8"
   \new Voice = "tenor1" { \voiceOne \tenorOne }
   \new Voice = "tenor2" { \voiceTwo \tenorTwo }
   >>
  \new Lyrics \with { \override VerticalAxisGroup #'staff-affinity = #CENTER }
   \lyricsto "tenor1" \verse
  \new Staff \with {
   \consists "Merge_rests_engraver"
   midiInstrument = "trombone"
   instrumentName = \markup { \column { "Bass I" \line { "Bass II" } } }
  } <<
   \clef bass
   \new Voice = "bass1" \with { \remove Dynamic_engraver } { \voiceThree \bassOne }
   \new Voice = "bass2" { \voiceFour \bassTwo }
   >>
 >>
 \layout { }
 \midi { \tempo 4=102 }
}

อ้างอิง

[แก้]

แม่แบบ:German patriotic songs

  1. ↑ อีกแบบหนึ่ง: der deutsche Jüngling, fromm und stark
อ้างอิงผิดพลาด: มีป้ายระบุ <ref> สำหรับกลุ่มชื่อ "N" แต่ไม่พบป้ายระบุ <references group="N"/> ที่สอดคล้องกัน