ดัชเชสมาเรีย อันนา วิกตอเรียแห่งบาวาเรีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มาเรีย อันนา วิกตอเรีย
Marie-Anne Christine Victoire de Bavière.jpg

พระอิสริยยศ โดฟินแห่งฝรั่งเศส
ราชวงศ์ วิตเตลส์บาค
(ประสูติ)
บูร์บง
(เสกสมรส)
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ 28 พฤศจิกายน ค.ศ. 1660
มิวนิก บาวาเรีย
สิ้นพระชนม์ 20 เมษายน ค.ศ. 1690 (29 ปี)
พระราชวังแวร์ซาย ฝรั่งเศส
พระบิดา เจ้าชายแฟร์ดินันด์ มาเรีย อิเลกเตอร์แห่งบาวาเรีย
พระมารดา เจ้าหญิงเฮนเรียต อเดเลดแห่งซาวอย
พระสวามี เจ้าชายหลุยส์ เลอกร็องโดฟิน
พระบุตร เจ้าชายหลุยส์ ดยุกแห่งเบอร์กันดี
พระเจ้าเฟลีเปที่ 5 แห่งสเปน
เจ้าชายชาลส์ ดยุกแห่งเบอร์รี

ดัชเชสมาเรีย อันนา วิกตอเรียแห่งบาวาเรีย, โดฟินแห่งฝรั่งเศส (ประสูติ 28 พฤศจิกายน ค.ศ. 1660 — สิ้นพระชนม์ 20 เมษายน ค.ศ. 1690) พระชายาในเจ้าชายหลุยส์ เลอกร็องโดฟิน รัชทายาทของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส

พระประวัติ[แก้]

ดัชเชสมาเรีย อันนา วิกตอเรียแห่งบาวาเรีย ประสูติเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ค.ศ. 1660 เป็นพระธิดาของเจ้าชายแฟร์ดินันด์ มาเรีย อิเลกเตอร์แห่งบาวาเรีย กับ เจ้าหญิงเฮนเรียต อเดเลดแห่งซาวอย พระบรรพบุรุษฝ่ายพระชนนีนั้นสืบเชื้อสายมาจากเจ้าหญิงคริสติน มารีแห่งฝรั่งเศส ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงเป็นศักดิ์พระประยูรญาติชั้นที่สองของพระสวามี แม้พระองค์จะมีเชื้อสายเยอรมันเป็นหลัก แต่สามารถรับสั่งภาษาฝรั่งเศส, อิตาลี และละตินได้

พระองค์ได้เสกสมรสกับเลอกร็องโดฟินแห่งฝรั่งเศส องค์รัชทายาทของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ค.ศ. 1680 หลังจากการเสกสมรสทำให้พระองค์มีพระอิสริยยศคือ ราชธิดาแห่งฝรั่งเศส (Fille de France) ซึ่งเทียบเท่ากับ Royal Highness และจะขานพระนามว่า มาดามลาโดฟิน (Madame la Dauphine) ทั้งสองมีพระโอรสด้วยกัน 3 พระองค์ คือ

  1. เจ้าชายหลุยส์ ดยุกแห่งเบอร์กันดี (16 สิงหาคม ค.ศ. 168218 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1712) ต่อมาคือ โดฟินแห่งฝรั่งเศส เสกสมรสกับเจ้าหญิงมาเรีย อเดเลดแห่งซาวอย พระญาติชั้นที่สอง มีพระโอรสสามพระองค์
  2. เจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งอองชู (19 ธันวาคม ค.ศ. 16839 กรกฎาคม ค.ศ. 1746) ต่อมาคือ กษัตริย์แห่งสเปน เสกสมรสกับเจ้าหญิงมาเรีย ลุยซา กาเบรียลลาแห่งซาวอย มีพระโอรสสี่พระองค์ ต่อมาได้เสกสมรสกับเอลิซาเบธ ฟาร์เนเซ มีพระโอรสสี่พระองค์ และพระธิดาสามพระองค์
  3. เจ้าชายชาลส์ ดยุกแห่งเบอร์รี (31 กรกฎาคม ค.ศ. 16865 พฤษภาคม ค.ศ. 1714) เสกสมรสกับเจ้าหญิงมารี หลุยส์ เอลิซาเบธแห่งออร์เลออง มีพระโอรสหนึ่งพระองค์ และพระธิดาสองพระองค์ แต่สิ้นพระชนม์ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ทั้งหมด

ในช่วงปี ค.ศ. 1687 พระองค์ได้ส่งทูตพิเศษนำของกำนัลมาพระราชทานให้แก่สมเด็จเจ้าฟ้าสุดาวดี กรมหลวงโยธาเทพ พระราชธิดาเพียงพระองค์เดียวในสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา แต่กรมหลวงโยธาเทพกลับปฏิเสธ โดยทรงอ้างเหตุผลว่าพระองค์ทรงมีฐานะ "ยากจน" เกินกว่าจะประทานของมีค่าที่จะเทียบกันได้เป็นการตอบแทน[1]

ต่อมาเมื่อพระสวามีของพระองค์ลอบมีอนุภริยา พระองค์จึงแยกไปประทับยังพระตำหนักส่วนพระองค์ และสนิทสนมกับพระสหายชาวเยอรมัน คือ เจ้าหญิงเอลิซาเบธ ชาล็อตแห่งแพลาไทน์ พระชายาของเจ้าชายฟิลิปที่ 1 ดยุกแห่งออร์เลออง พระอนุชาของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ซึ่งทั้งคู่ได้รับสั่งภาษาเยอรมัน อันเป็นภาษาที่พระสวามีไม่เข้าพระทัย

ดัชเชสมาเรีย อันนา วิกตอเรียแห่งบาวาเรีย สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 1690 หลังจากมีพระอาการประชวรหนักและเรื้อรังมานาน สิริพระชนมายุได้ 29 พรรษา

อ้างอิง[แก้]

  1. สปอร์แดช มอร์แกน (เขียน) กรรณิกา จรรย์แสง (แปล). เงาสยาม ยามผลัดแผ่นดินพระนารายณ์. กรุงเทพฯ:มติชน, 2554, หน้า 157
  • Simone Bertière, Les Femmes du Roi-Soleil, Éditions de Fallois, 1998, ISBN 2-253-14712-5