ดราก้อนเควสต์ III

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ดราก้อนวอริเออร์ 3)
ดราก้อนเควสต์ III
Dragon Warrior III.jpg
ผู้พัฒนา Chunsoft
Heartbeat (SFC)
TOSE (GBC)
ผู้จัดจำหน่าย เอนิกซ์
ออกแบบ Yūji Horii
ศิลปิน อะกิระ โทะริยะมะ
แต่งเพลง Kōichi Sugiyama
ซีรีส์ Dragon Quest
เครื่องเล่น Nintendo Entertainment System, Super Famicom, Game Boy Color
วางจำหน่าย Nintendo Entertainment System
  • JP: February 10, 1988
  • NA: June 12, 1991
Super Famicom
  • JP: December 6, 1996
Game Boy Color
  • JP: December 8, 2000
  • NA: July 7, 2001
Mobile phones
แนว Console role-playing
รูปแบบ Single-player
เรตติง Game Boy Color
อีเอสอาร์บี: T
สื่อบันทึก 2-megabit FC cartridge
4-megabit NES cartridge
32-megabit SFC cartridge
32-megabit GBC cartridge

ดราก้อนเควสต์ III หรือชื่อการตลาดในทวีปอเมริกาเหนือคือ Dragon Warrior III เป็นเกมภาคหลักภาคที่สามในชุดเกมดราก้อนเควสต์ พัฒนาขึ้นโดย Chunsoft และจัดจำหน่ายโดยบริษัทเอนิกซ์ วางจำหน่ายครั้งแรกสำหรับเครื่อง Famicom ในญี่ปุ่น และต่อมาสำหรับเครื่อง NES ในอเมริกาเหนือ ภายหลังในนำกลับมาสร้างใหม่และปรับปรุงเพิ่มเติมสำหรับเครื่อง Super Famicom เมื่อปลาย พ.ศ. 2539 และต่อมาได้สร้างใหม่สำหรับ Game Boy Color[2] แต่เกมนี้ไม่เคยวางจำหน่ายในยุโรป

ดราก้อนวอริเออร์ 3 ได้เริ่มใช้ระบบ Class เป็นภาคแรกของซีรีส์ ซึ่งทำให้ผู้เล่นสามารถปรับแต่งตัวละครในกลุ่มที่ใช้บังคับได้ ระบบนี้นำกลับมาใช้อีกใน ดราก้อนเควสต์ VI และ ดราก้อนเควสต์ VII และภาคนี้ยังคงคล้ายกับภาคก่อนๆที่การต่อสู้เป็นแบบ Turn-based และมีมุมมองเป็นบุคคลที่หนึ่ง

ภาคนี้เป็นภาคสุดท้ายใน Loto trilogy แต่ตามเวลาในเนื้อเรื่องแล้วถือว่าเป็นภาคแรก[3] เนื้อเรื่องในเกมยังคงเป็นเรื่องราวของ Hero แบบ Dragon Quest ผู้ผจญภัยเพื่อปกป้องโลกจากความชั่วร้าย Hero ต้องออกเดินทางร่วมกับตัวละครที่มี Class แตกต่างกัน ไปยังเมืองและสถานที่ต่างๆ จนกระทั่งเข้าไปสู่ที่หลบซ่อนของ Demon Lord Baramos

ระบบการเล่น[แก้]

ดราก้อนเควสต์ III ได้เพิ่มเติมหลายๆส่วนจากดราก้อนเควสต์ภาคแรก และดราก้อนเควสต์ II โดยยังคงใช้ระบบคอนโซลสวมบทบาท เกมแบบพื้นฐาน อย่างเช่นการเพิ่มระดับตัวละครด้วยค่าประสบการณ์และการสวมใส่อุปกรณ์[4][5] ระบบการต่อสู้เป็นแบบ Turn-based และมีมุมมองแบบบุคคลที่หนึ่งเช่นเดียวกับภาคอื่นๆในซีรีส์

อ้างอิง[แก้]

  1. Ishaan (September 9, 2009). "Dragon Quest VI DS Resurfaces, Dragon Quest III Port Joins The Party". Siliconera.com. สืบค้นเมื่อ 2009-09-09. 
  2. "Dragon Quest III data". 2002. สืบค้นเมื่อ August 15, 2007. 
  3. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ kurt
  4. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ DWIIINES
  5. Enix, ed. (2001). Dragon Warrior III (GBC) North American instruction manual. Enix. pp. 3–5.