ดยุกฟรันทซ์ โยเซ็ฟในบาวาเรีย
| ดยุกฟรันทซ์ โยเซ็ฟในบาวาเรีย | |
|---|---|
| ดยุกในบาวาเรีย | |
| ประสูติ | 23 มีนาคม ค.ศ. 1888 รัฐไบเอิร์น , ประเทศเยอรมนี |
| สิ้นพระชนม์ | 23 กันยายน ค.ศ. 1912 (24 ปี) มิวนิก , ประเทศเยอรมนี |
| ราชวงศ์ | ราชวงศ์วิทเทิลส์บัค |
| พระบิดา | คาร์ล ธีโอดอร์ ดยุกในบาวาเรีย |
| พระมารดา | อิงฟังตามารีอา ฌูเซแห่งโปรตุเกส |
ดยุกฟรันทซ์ โยเซ็ฟในบาวาเรีย (อังกฤษ: Duke Franz Joseph in Bavaria) ประสูติเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2431 เป็นพระโอรสพระองค์เล็กใน คาร์ล ธีโอดอร์ ดยุกในบาวาเรีย กับ อิงฟังตามารีอา ฌูเซแห่งโปรตุเกส เป็นพระราชนัดดา (หลานตา) ในพระเจ้ามีแกลแห่งโปรตุเกส พระอนุชาในเอลีซาเบ็ทแห่งบาวาเรีย สมเด็จพระราชินีแห่งเบลเยียม พระราชมาตุลา (น้าชาย) ในพระเจ้าเลออปอลที่ 3 แห่งเบลเยียม กับ เจ้าหญิงมารี-โจเซแห่งเบลเยียม นอกจากนี้ ทางสายพระโลหิตทางพระมารดา ยังมีความเกี่ยวเนื่องกับ เจ้าหญิงซีตาแห่งบูร์บง-ปาร์มา , แกรนด์ดัชเชสมารี-อาเดลาอีดแห่งลักเซมเบิร์ก , แกรนด์ดัชเชสชาร์ล็อตแห่งลักเซมเบิร์ก และ เจ้าชายเฟลิกซ์ พระราชสวามีแห่งลักเซมเบิร์ก ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นพระราชนัดดา (หลานตา , ยาย) ใน พระเจ้ามีแกลแห่งโปรตุเกส กับ พระนางอาเดิลไฮท์แห่งเลอเวินชไตน์-แวร์ทไฮม์-โรเซินแบร์ค ทั้งสิ้น ทั้งนี้พระองค์ยังเป็นพระภาติยะ (หลานป้าฝ่ายพ่อ) ในจักรพรรดินีเอลีซาเบ็ทแห่งออสเตรีย

พระองค์รับราบการทหาร ยศร้อยโท โดยมีจักรพรรดิวิลเฮ็ล์มที่ 2 แห่งเยอรมนี เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ทั้งนี้ ยังทรงเป็นครูสอนทหารม้า และทรงมีรางวัลมากมายจากการแข่งม้า
ดยุกฟรันทซ์ โยเซ็ฟในบาวาเรีย เสด็จไปยังประเทศสหรัฐ ในปี ค.ศ. 1910 โดยทรงมีพระประสบการณ์ในการล่าหมีกริซลี พระองค์ทรงถูกสื่อในสหรัฐจับคู่ให้กับ อานีตา เดอ บรากังซา ซึ่งเป็นพระชายาใน เจ้าชายมีแกล ดยุกแห่งวีเซว ซึ่งเป็นพระโอรสใย เจ้าชายมีแกล ดยุกแห่งบรากังซา พระมาตุลา (ลุงฝ่ายแม่) ของพระองค์ ซึ่งพระองค์ก็ทรงออกมายอมรับในเรื่องดังกล่าวด้วย ทำให้เรื่องนี้ กลายเป็นที่ซุบซิบนินทาในวงสังคมของอมเริกาสมัยนั้น ต่อมา พระองค์ได้เสด็จไปยังภาคตะวันตก ของอเมริกา ซึ่งต่อมาพระองค์กลายเป็นผู้ที่ชาวอเมริกาฝั่งตะวันออกรู้จักเป็นอย่างดี
พระองค์ทรงดำรงพระชนม์ชีพใน นครนิวยอร์ก ทรงเป็น เชื้อพระวงศ์ที่ฮอตที่สุด นับตั้งแต่การเสด็จเยือนสหรัฐ ของเจ้าชายไฮน์ริชแห่งปรัสเซีย (ค.ศ. 1862–1929) พระองค์ทรงโปรดการเสด็จไปไหนมาไหนด้วยลำพัง ไม่โปรดให้มีผู้ติดตาม ทรงดำรงพระชนม์ชีพเช่นพลเมืองอเมริกาทั่วไป ทรงเป็น เจ้าชายนักประชาธิปไตย ทรงไม่ยึดติดขนบธรรมเนียมเดิมๆ ทรงเป็นที่รู้จักในหมู่สตรีชั้นสูงในสมัยนั้น และหากพระองค์ทรงมีพระชายาเป็นชาวอเมริกา พระองค์ต้องสละพระอิสริยยศทันที
พระสถานะส่วนพระองค์
[แก้]พระองค์ทรงดำรงพระสถานะ โสด ตราบจนสิ้นพระชนม์ ทรงมีคู่หมั้น 1 ท่าน คือ อาร์ชดัชเชสเอลีซาเบ็ท ฟรานซิสกา แต่ก็ทรงเลิกรากันไปในเดือนเมษายน ค.ศ. 1912 แม้ว่าจะยังไม่ได้เสกสมรส แต่ด้วยความสัมพันธ์กับแคโรไลน์ "ลิลลี่" สต็อคแฮมเมอร์ พระองค์ทรงเป็นบรรพบุรุษของตระกูลฟอนพล็อตนิตซ์-สต็อคแฮมเมอร์ ซึ่งให้กำเนิดพระทายาทที่โดดเด่นในแวดวงการเมือง การศึกษา และศิลปะ ทรงเป็นพระอัยกา (ปู่) ของนักการเมืองชาวเยอรมัน รูเพิร์ต ฟอน พล็อตนิตซ์ (หรือนามเต็ม คือ ฟรานซ์-โจเซฟ รูเพิร์ต ออตโตมาร์ ฟอน พล็อตนิตซ์-สต็อคแฮมเมอร์) เกิดเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1940 ในเมืองกดัญสก์
สิ้นพระชนม์
[แก้]ดยุกฟรันทซ์ โยเซ็ฟในบาวาเรีย สิ้นพระชนม์ด้วยพระโรคโปลิโอ เมื่อวันที่ 23 กันยายน ค.ศ. 1912 สิริพระชันษา 24 ปี โดยในปีนั้น พระบุตรของพระบิดาของพระองค์ (คาร์ล ธีโอดอร์ ดยุกในบาวาเรีย) สิ้นพระชนม์ถึง 3 พระองค์ ได้แก่ ดัชเชสอะมาลีในบาวาเรีย พระภคินีต่างพระชนนี และ ดัชเชสมารีอา แกเบรียลในบาวาเรีย พระภคินีร่วมพระชนนี และ พระองค์เอง
บรรณานุกรม
[แก้]- von Witzleben, Hermann; von Vignau, Ilka (1976). Die Herzöge in Bayern. Von der Pfalz zum Tegernsee [The dukes in Bavaria. From the Palatinate to Tegernsee] (ภาษาเยอรมัน). Munich. ISBN 3-7913-0394-5.