ดงผู้ดี (ละครโทรทัศน์)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ดงผู้ดี)
ดงผู้ดี
ดงผู้ดี.jpg
ประเภท ละครโทรทัศน์
สร้างโดย แอคอาร์ต เจเนเรชั่น
เขียนโดย บุษยมาส (บทประพันธ์)
ยิ่งยศ ปัญญา (บทโทรทัศน์)
กำกับโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
แสดงนำ ฉัตรชัย เปล่งพานิช
จริยา แอนโฟเน่
ณฐพร เตมีรักษ์
กฤษฎา พรเวโรจน์
ธนากร โปษยานนท์
มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล
ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง
จารุวรรณ ปัญโญภาส
ชลิดา ตันติพิภพ
ธัญญา วชิระบรรจง
ภคมน จึงไพศาล
นันทวัน เมฆใหญ่
ณัฏฐา ลอยด์
ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์
ผู้ประพันธ์
ดนตรีท้องเรื่อง
นกขมิ้น
การผลิต
ผู้อำนวยการสร้าง
ฝ่ายบริหาร
ธัญญา โสภณ
การแพร่ภาพ
เครือข่าย/ช่อง สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ออกอากาศครั้งแรก 10 เมษายน พ.ศ. 2552
การออกอากาศแรก 10 เมษายน พ.ศ. 2552 ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 20.30 น. ช่อง 3 – 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
แหล่งข้อมูลอื่น
เว็บไซต์

ดงผู้ดี เป็นละครที่ออกอากาศทาง สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ประพันธ์โดย บุษยมาส เคยถูกสร้างเป็นละครโทรทัศน์เมื่อปี พ.ศ. 2536 นำกลับมาทำใหม่โดย แอคอาร์ต เจเนเรชั่น กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง ออกอากาศเมื่อ 10 เมษายน พ.ศ. 2552

ข้อมูล[แก้]

รายชื่อนักแสดง[แก้]

บทบาท นักแสดง
รังสรรค์ รัตนเดชากร ฉัตรชัย เปล่งพานิช
แขนภา นิติการ(แข) จริยา แอนโฟเน่
ขม รุ้งพราย(ขม รัตนเดชากร) ณฐพร เตมีรักษ์
ชาติสยาม สุรบดินทร์(สยาม) กฤษฎา พรเวโรจน์
พิทย์ รุ้งพราย(ชวาล) ธนากร โปษยานนท์
บุหงา รัตนเดชากร มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล
คุณหญิงรัตนเดชากร จารุวรรณ ปัญโญภาส
ไพลิน รัตนเดชากร ชลิดา เถาว์ชาลี
มจ.หญิงประไพศรี สุรบดินทร์ ธัญญา โสภณ
รุ้งกาญจน์ กิจจานุรักษ์(รุ้ง) ภคมน จึงไพศาล
คุณหญิงนรราชเสวี นันทวัน เมฆใหญ่
ครูสมพร นัฏฐา ลอยด์
นมผ่อน ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์
รติรส รัตนเดชากร(รส) อังศุมา สภารักษ์ปัญญา
พจนีย์ รัตนเดชากร(พจ) ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง
รัมภ์ พิชัยรณรงค์ วรพล จันทร์ส่องแสง
รัฐ พิชัยรณรงค์ ณัฐกิตติ์ รมยนันท์
อบ มยุรี อิศรเสนา ณ อยุธยา
อาบ ชมพูนุช กลิ่นจำปา
นายอำเภอ ธนิตย์ จิตนุกูล
ขม(ตอนเด็ก) สุพิชชา มงคลจิตตานนท์
รติรส(รส)(ตอนเด็ก) ณิชกานต์ พูลแสง
พจนีย์(พจ)(ตอนเด็ก) ภคอร อมรสิน
รัฐ(ตอนเด็ก) กฤต ศิริสวัสดิ์
รัมภ์(ตอนเด็ก) ทัศน์พล วิวิธวรรธ์

เรื่องย่อ[แก้]

แขนภา ซัดเซพเนจรออกจากบ้าน ในระหว่างเดินทางซึ่งเป็นช่วงสงคราม แขนภาถูกรถชนจนสลบไป ครูสมพร ครูใหญ่โรงเรียนประชาบาลมาพบเข้าจึงช่วยเหลือไว้ และแขนภา ความจำเสื่อม จำความเป็นไปเป็นมาของตนเองไม่ได้ จำได้เพียงว่าตนเองชื่อแข แขหรือแม่แขของครูสมพร ได้รับความเมตตาจากคุณครูอุปการะตัวเธอ รวมถึงลูกน้อยที่ติดท้องมาตอนที่ครูสมพรไปพบเข้า

แขทำงานดูแลทำความสะอาดภายในโรงเรียนเพื่อแลกกับการที่ครูสมพรให้การศึกษากับขม ลูกสาวของเธอเป็นอย่างดี แม้แขจะความจำเสื่อม แต่มีสิ่งหนึ่งที่เธอจำได้คือบทเพลงนกขมิ้น แต่พอพยายามจะนึกต่อก็กลับนึกไม่ออก ในงานเลี้ยงส่งท่านผู้ว่าฯ ครูสมพรขอร้องให้แม่แขร้องเพลงนกขมิ้นให้กับวงเครื่องสายของโรงเรียน แม่แขร้องไปก็ค่อยๆ จดจำอดีตได้

ในงานนั้นเอง ชวาล หรือ พิทย์ รุ้งพราย มาถึงพอดี พอพบว่าผู้หญิงที่ร้องเพลงนกขมิ้นบนเวทีคือใคร เขาก็ดีใจอย่างมาก เพราะเขาพยายามตามหาแขนภามาเป็นเวลานานแล้วแต่ไม่เคยค้นพบ แต่ทว่า แขนภากลับมีอาการเลือดออกทางปากและจมูก และได้เสียชีวิตลงต่อหน้าต่อตาทุกคน ก่อนตาย แขนภาเห็นพิทย์ก็จำได้ และได้ฝากขม ลูกสาวไว้กับเขา ขมเสียใจมากที่แม่ตายจากไป พิทย์แนะนำตัวกับขมว่าเป็นพ่อของเธอ พิทย์พาขมไปที่บ้านพุทธชาด คืนวันนั้น รังสรรค์ลูกชายของคุณหญิงรัตนเดชากร จัดงานสมรสใหม่กับน้องสาวของเมียเก่า

พิทย์ ขอพบรังสรรค์บอกว่าเป็นเพื่อนเก่า รังสรรค์ตกใจมาก ไม่อยากเจอพิทย์ แต่พิทย์บอกว่าเอาลูกสาวมาฝากไว้ ขอให้เลี้ยงดูอย่างดี เสมอลูกคนอื่นๆ ของรังสรรค์ (ลูกติดเมียเก่า) รังสรรค์แค้นแทบกระอัก แต่ก็ต้องรับปาก เพราะมีเหตุผลที่จำใจต้องทำตามที่พิทย์ยื่นข้อเสนอ

พิทย์เป็นห่วงขมเลยฝากเอกสารเกี่ยวกับขมไว้กับลูกพี่ลูกน้องของเขาคือ ชาติสยาม และขอร้องให้ชาติสยามคอยดูแลขมแทนตัวเองในระหว่างที่ไม่อยู่ ขมต้องผจญชะตากรรมต่างๆ มากมายภายในบ้านพุทธชาด แต่เธอก็อดทนเพราะหวังว่าสักวันหนึ่งพ่อพิทย์จะมารับลูกขมออกไปจากบ้านหลังนี้ และที่ขมมีกำลังใจอยู่ได้ทุกวันนี้ ก็เพราะจดหมายที่พ่อเขียนส่งมาให้นั่นเอง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วส่วนใหญ่ชาติสยามจะเป็นผู้เขียนตอบจดหมายเหล่านั้นหลังจากที่ชวาลได้เสียชีวิตไปตั้งแต่ขมอายุได้ราว 10 ปี และเขียนมาเรื่อยกระทั่งถูกขมจับได้

ต่อมากระทั่งอีกวันก่อนขมจะอายุครบ 20 ปี ชาติสยามก็ได้เปิดพินัยกรรมที่ชวาลฝากไว้ โดยได้เปิดอ่านที่เรือนเล็กบ้านพุทธชาด ซึ่งได้เฉลยว่าที่แท้ขมก็คือบุตรีของรังสรรค์ทั้งยังเป็นเจ้าของเรือนเล็กซึ่งได้ตกเป็นของชวาลก่อนหน้านั้นแล้วจากภาระหนี้สินของรังสรรค์ และเป็นเหตุผลว่าทำไมที่ผ่านมารังสรรค์จึงไม่กล้าไล่ขมออกจากบ้าน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับบุหงาภรรยาของรังสรรค์จนถึงกับพยายามวางยาพิษแม่สามีเพื่อให้ได้มรดกแต่ไม่สำเร็จทั้งยังถูกจับได้ ต่อมาบุหงาจึงสติแตกและไปทำร้ายรุ้งกาญจน์คู่หมั้นของชาติสยามด้วยความหึงหวงในตัวชาติสยามจนรุ้งกาญจน์เสียชีวิต ก่อนจะตายรุ้งกาญจน์ฝากฝังให้ขมช่วยดูแลชาติสยามต่อจากตน เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้บุหงาได้รับบาดเจ็บจนเป็นอัมพาตอีกทั้งยังไม่สามารถพูดจาได้เนื่องจากกล่องเสียงถูกทำลาย ต่อมาในภายหลัง หลังจากที่ชาติสยามได้คลายความเศร้าแล้วและได้เดินทางกลับจากต่างประเทศ ก็ได้กลับมาสู่ขอขมในที่สุด