ณัฏฐ์ ชลนิธิวณิชย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

ร้อยตำรวจเอกณัฏฐ์ ชลนิธิวณิชย์ เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 55 สังกัด ผบ.หมวด.426 กก.ตชด.42 จังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วยราชการ กก.ตชด.41 จังหวัดชุมพร

31 มีนาคม 2541 ปีเดียวกับที่กรมตำรวจเปลี่ยนสถานะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ‘นตท. โภคทรัพย์ ชลนิธิวณิชย์’ รายงานตัว ‘ขึ้นเหล่า’ พร้อมกับเพื่อน ‘นักเรียนใหม่’ แห่งรั้วสามพรานอีกกว่า 200 ชีวิต ก่อนก้าวเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 55 (นรต.55) รหัสประจำตัว 411110169 นรต. โภคทรัพย์ , ร.ต.ต. โภคทรัพย์, ร.ต.ต. ณธน หรือ ผู้กองณัฏฐ์ ชลนิธิวณิชย์

ร.ต.อ.ณัฏฐ์ เป็นหัวหน้าตำรวจตระเวนชายแดน(ตชด.) ไปเรียกค่าไถ่โดยวิธีการจับกุมผู้บริสุทธิ์แล้วยัดข้อหาว่ามียาเสพติดไว้ในครอบครอง จากนั้นบังคับให้เหยื่อรับสารภาพ หากไม่รับก็จะใช้วิธีการทรมานร่างกาย จนกระทั่งเหยื่อทนความเจ็บปวดไม่ไหว จึงต้องกลายเป็นแพะรับบาปยอมรับสารภาพในที่สุด

ร.ต.อ.ณัฏฐ์ ชลนิธิวณิชย์ ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 พร้อมกับตำรวจในสังกัดรวม 13 นาย และพลเรือนอีก 4 ราย ซึ่งถูกตั้ง 5 ข้อหาหนัก

  1. ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืน
  2. ร่วมกันบุกรุกในเคหะสถานโดยใช้กำลังประทุษร้ายมีอาวุธตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป
  3. ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด โดยใช้อาวุธทำให้กลัวว่าจะได้รับอันตรายต่อร่างกาย
  4. หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น
  5. ซ่องโจรเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่เอาเด็กต่ำกว่า 15 ปีไปขู่เข็ญใช้กำลังประทุษร้าย

สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเปิดเผยว่า ร.ต.อ.ณัฎฐ์ พร้อมพวก มีการนำผลงานมาเบิกเงินค่านำจับในคดียาเสพติด 209 คดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการจับกุมผู้ต้องหาที่กำลังมีปัญหาอยู่ในปัจจุบัน โดยคดีดังกล่าวมีการร้องเรียนเป็นจำนวนมาก และเงินที่ ร.ต.อ.ณัฎฐ์ กับพรรคพวกเบิกไปนั้นคดีละไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท และมีการตรวจสอบพบว่าชุดการจับกุมของ ร.ต.อ.ณัฎฐ์ ปลอมแปลงลายเซ็น พร้อมกับแอบอ้างชื่อผู้บังคับบัญชา ระดับรองผู้บัญชาการ รองผู้บังคับการ ไปจนถึงผู้กำกับ โดยการนำชื่อนายตำรวจเหล่านี่มาใส่ในบันทึกการจับกุมว่ามีส่วนร่วมในการจับกุมทุกครั้ง

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนทันทีที่เข้ามอบตัว


การขอพระราชทานอภัยโทษผู้ต้องขังคดียาเสพติดที่อาจเป็นผู้บริสุทธิ์[แก้]

มีผู้ต้องขังยาเสพติดถวายฎีกาผ่านกรมราชทัณฑ์เพื่อเสนอให้กระทรวงยุติธรรมส่งเรื่องไปยังสำนักราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ แต่ฝ่ายบริหารของกระทรวงยุติธรรมจะทำความเห็นประกอบฎีกา ทั้งนี้ แนวทางปฏิบัติสำหรับนักโทษคดียาเสพติด ที่ผ่านมา ฝ่ายบริหารมีความเห็นว่า ยาเสพติดเป็นคดีที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสังคม บางเรื่องกระทรวงยุติธรรมจึงทำความเห็นเสนอว่าไม่ควรได้รับการพระราชทานอภัยโทษ แต่สุดท้ายแล้วทุกเรื่องถือเป็นพระราชวินิจฉัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

กรณีผู้เสียหายจากการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบของแก๊งตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) หากผลการสำรวจพบว่ามีผู้ต้องขังในเรือนจำถูกจับกุมคุมขัง ทั้งที่เป็นผู้บริสุทธิ์ ขอให้นักโทษทำเรื่องเสนอผ่านกรมราชทัณฑ์ จากนั้นกระทรวงยุติธรรมจะพิจารณาข้อเท็จจริงเบื้องต้น หากมีหลักฐานบ่งชี้ค่อนข้างชัดเจนว่า ผู้ต้องขังรายใดถูกพิพากษาลงโทษจำคุก เพราะเจ้าหน้าที่รัฐกลั่นแกล้งยัดข้อกล่าวหา กระทรวงยุติธรรมก็จะทำความเห็นเสนอว่าผู้ต้องขังนั้นมีคุณสมบัติสมควรได้รับการพระราชทานอภัยโทษ


แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]