ฌอร์ฌ เมเลียส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
ฌอร์ฌ เมเลียส
George Melies.jpg
ฌอร์ฌ เมเลียส ประมาณปี ค.ศ. 1890
เกิด มารี-ฌอร์ฌ-ฌ็อง เมเลียส
8 ธันวาคม ค.ศ. 1861(1861-12-08)
ปารีส, ฝรั่งเศส
เสียชีวิต 21 มกราคม ค.ศ. 1938 (76 ปี)
ปารีส, ฝรั่งเศส
สัญชาติ ฝรั่งเศส
อาชีพ ผู้ผลิตภาพยนตร์, นักแสดงภาพยนตร์, ผู้ออกแบบฉาก, นักมายากล, นักประดิษฐ์ของเล่น, ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย
ปีปฏิบัติงาน ค.ศ. 1888–1923
คู่สมรส เออเฌนี เฌแน็ง (ค.ศ. 1885–1913; เธอเสียชีวิต) (บุตรสองคน)
ฌาน ดาลซี (ค.ศ. 1925–1938; เขาเสียชีวิต)
ลายมือชื่อ
Georges Méliès Signature.svg

มารี-ฌอร์ฌ-ฌ็อง เมเลียส (ฝรั่งเศส: Marie-Georges-Jean Méliès) เป็นผู้กำกับและอำนวยการสร้างภาพยนตร์ชาวฝรั่งเศส เขาสร้างภาพยนตร์มากกว่า 500 เรื่อง และเป็นคนแรกที่ใช้ผลพิเศษ (special effects) ผลงานที่โด่งดังของเขาคือ A Trip to the Moon (ค.ศ. 1902)

ประวัติ[แก้]

ยุครุ่งเรือง[แก้]

ก่อนที่ฌอร์ฌจะมาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ เขาเป็นนักมายากลมืออาชีพและร่วมแสดงกับฌาน ดาลซี จนเป็นที่รำรวย แต่หลังจากที่เขาได้เห็นสิ่งประดิษฐ์ของพี่น้องลูมิแอร์นั่นก็คือเครื่องฉายหนัง ซึ่งกำลังฉายหนังเรื่องArrival of a Train เขาได้สนใจที่จะซื้อกล่องฉายหนังจากพี่น้องลูมิแอร์ แต่พวกเขาไม่ยอมขายเพราะคิดว่าภาพยนตร์คงเป็นแค่ที่นิยมเพียงชั่ววูบ แต่ฌอร์ฌไม่คิดอย่างนั้น เขาจึงได้สร้างกล่องถ่ายหนังและกล้องฉายหนังขึ้นเอง เขาได้นำเงินทุนอันมหาศาลไปสร้างบริษัทผลิตภาพยนตร์สตาร์ ฟิลม์ คอมปะนีและโรงถ่ายหนังซึ่งทำจากกระจก เขาได้ทำหนังหลายๆแบบและมากกว่า500เรื่อง โดยเป็นทั้งผู้กำกับ,นักแสดง,ผู้ออกแบบฉาก,ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายและนักตัดต่อ เป็นต้น. หนังของเขาเป็นที่ชื่นชอบและเป็นที่นิยมอย่างมากเช่นภาพยนตร์เรื่อง A Trip to the Moon ที่ฉายในปี ค.ศ. 1902 ซึ่งเป็นผลงานที่โดเด่นที่สุดของเขา

ตกต่ำ[แก้]

เกิดภาวะสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก เหล่าผู้คนทั้งหลายที่ได้รับความสูญเสียมากมาย ประชาชนมองเห็นโลกแห่งความจริงมากขึ้น ผู้คนต่างก็ไม่สนใจภาพยนตร์ของเขา ฌอร์ฌจึงมีฐานะตกต่ำลง เขาได้ขายโรงถ่ายหนังของตัวเอง, นำแผ่นฟิล์มหนังไปผลิตเป็นสารเคมีสำหรับประดิษฐ์ส้นของรองเท้าส้นสูงและได้นำเงินที่เหลืออยู่ไปเปิดร้านขายของเล่นที่สถานีรถไฟ แต่ก็ยังคงมีผู้คนที่ชื่นชอบหนังของฌอร์ฌอยู่ กลุ่มคนพวกนั้นได้ร่วมกันตามหาแผ่นฟิลม์ที่หลงเหลือหรือหายสาปสูญของเขาซึ่งได้มากกว่า 85 เรื่อง และได้มาพบกับเขาที่สถานีรถไฟ ผู้คนจึงได้มอบรางวัลผู้กำกับหนังที่ยอดเยี่ยมของโลก และต่อมาฌอร์ฌก็ได้เสียชีวิต

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]