ข้ามไปเนื้อหา

ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (อังกฤษ: buy now, pay later) คือรูปแบบของการให้สินเชื่อระยะสั้นที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าหรือบริการได้ โดยชำระเงินเพียงบางส่วนในช่วงแรก แล้วเลื่อนการชำระเงินส่วนที่เหลือออกไปเป็นวันข้างหน้า หรือแบ่งชำระเป็นงวดตามระยะเวลาที่กำหนด[1] รูปแบบนี้มีโครงสร้างคล้ายกับการเช่าซื้อหรือการผ่อนชำระค่างวด ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้บริโภค ผู้ให้บริการทางการเงิน และผู้ค้า เมื่อผู้บริโภคซื้อสินค้าหรือบริการ ผู้ให้บริการทางการเงินจะเป็นผู้ชำระเงินให้แก่ผู้ค้าแทนผู้บริโภคก่อน[2] จากนั้นผู้บริโภคจึงค่อยผ่อนชำระคืนให้แก่ผู้ให้บริการทางการเงินเป็นงวด ๆ ในจำนวนที่เท่ากัน โดยจำนวนงวดและระยะเวลาในการผ่อนชำระ จะแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการแต่ละราย[3]

ในประเทศไทย

[แก้]

บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังในประเทศไทยเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงการระบาดทั่วของโควิด-19 ท่ามกลางการขยายตัวของตลาดอีคอมเมิร์ซและการทำธุรกรรมดิจิทัล[4] ซึ่งก่อนหน้านั้น การผ่อนชำระสินค้ามักจำกัดอยู่ในกลุ่มผู้มีบัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคลจากสถาบันการเงิน แต่เมื่อการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์กลายเป็นพฤติกรรมที่แพร่หลายมากขึ้น และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ณ​ ช่วงเวลานั้น[5] บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังจึงถูกนำมาใช้เป็นทางเลือกในการชำระเงินบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงวงเงินสินเชื่อขนาดเล็กได้ง่ายขึ้น โดยอาศัยข้อมูลพฤติกรรมการซื้อทางออนไลน์แทนการใช้หลักประกัน หรือเอกสารแสดงรายได้ในรูปแบบเดิม

แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและแอปพลิเคชันทางการเงินหลายราย ได้เพิ่มบริการลักษณะดังกล่าวเป็นหนึ่งในทางเลือกการชำระเงินของผู้ใช้งาน เช่น ช้อปปี้, ลาซาด้า, ,ติ๊กต๊อก, แกร็บ, ทรูมันนี่ และธนาคารกสิกรไทย[6][7] การเข้ามาของผู้ให้บริการเหล่านี้ ทำให้บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังขยายจากการซื้อสินค้าออนไลน์ ไปสู่การชำระค่าสินค้าและบริการในชีวิตประจำวันมากขึ้น ทั้งในร้านค้า ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และบริการสาธารณูปโภคบางประเภท[8]

การขยายตัวของบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังในไทยสัมพันธ์กับโครงสร้างผู้บริโภคที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อแบบดั้งเดิม บริการดังกล่าวถูกตั้งข้อสังเกตว่า อาจทำให้ผู้บริโภคบางส่วนก่อหนี้โดยไม่ตระหนักว่ากำลังใช้สินเชื่อ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้งานอายุน้อยและผู้มีรายได้น้อย ในปี พ.ศ. 2567 มูลค่าสินเชื่อซื้อก่อนจ่ายทีหลังในไทยอยู่ที่ 17,908 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 38 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีจำนวนบัญชี 4.91 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นร้อยละ 99.9 ต่อปี ส่งผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทย เตรียมออกหลักเกณฑ์เฉพาะสำหรับการกำกับดูแลบริการประเภทนี้ภายในปี พ.ศ. 2569[9]

ผลกระทบต่อผู้บริโภค

[แก้]

นักวิชาการบางส่วนเห็นว่า กลไกของบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังอาจก่อให้เกิด “ปรากฏการณ์กระดาษติดกาว” ซึ่งทำให้ผู้บริโภคที่มีสภาพคล่องสูงอยู่แล้ว ใช้จ่ายในสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าค้าปลีกเป็นสัดส่วนที่มากขึ้นจากรายได้ทั้งหมดของตน[10] งานวิจัยจากโรงเรียนธุรกิจฮาร์วาร์ดพบว่า ผู้บริโภคมีแนวโน้มใช้จ่ายมากขึ้นเมื่อมีทางเลือกในการผ่อนชำระผ่านบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง เมื่อเทียบกับการใช้บัตรเครดิต[10] ขณะที่ผลสำรวจของ Financial Health Network ในปี พ.ศ. 2567 พบว่า ผู้บริโภคมากกว่าหนึ่งในสามรู้สึกว่าตนใช้จ่ายมากขึ้นจากการมีทางเลือกการชำระเงินแบบซื้อก่อนจ่ายทีหลัง[11] บริการดังกล่าวจึงถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า อาจสร้างความรู้สึกมั่นคงทางการเงินที่คลาดเคลื่อนแก่ผู้บริโภค ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดการซื้อด้วยอารมณ์ชั่ววูบ และนำไปสู่การใช้จ่ายเงินที่ผู้บริโภคยังไม่มีอยู่จริง[11][12][13]

จากผลการศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีอินเดียรุรคีพบว่า ผู้บริโภคที่มีหนี้อยู่แล้ว มีแนวโน้มยอมรับและใช้บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังมากกว่ากลุ่มอื่น[14] และยังชี้ให้เห็นว่า การเปิดรับนวัตกรรม ความวิตกกังวลต่อเทคโนโลยี และความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวงเงินสินเชื่อ ล้วนมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจใช้บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังของผู้บริโภค[15] รวมถึงการซื้อด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ก็มีบทบาทสำคัญต่อทัศนคติและความตั้งใจใช้บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังในกลุ่มผู้ซื้อสินค้าออนไลน์เช่นกัน[14][15]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "What Is Buy Now, Pay Later?". Investopedia (ภาษาอังกฤษ). ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 27 May 2022. สืบค้นเมื่อ 26 May 2022.
  2. "The growing popularity of 'buy now, pay later' in Singapore". KrASIA (ภาษาอังกฤษ). 9 May 2022. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 May 2022. สืบค้นเมื่อ 26 May 2022.
  3. "Key Differences Between BNPL and Traditional Lending: Tips for Making the Right Financial Choice - Wheon" (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2024-11-01. สืบค้นเมื่อ 2024-11-02.
  4. "'ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง' คลื่นลูกใหม่แห่งวงการสินเชื่อ". วิจัยกรุงศรี. 31 มกราคม 2023. สืบค้นเมื่อ 2 มิถุนายน 2026.
  5. "Buy Now Pay Later (BNPL) Gaining Momentum in Thailand". Fintech Singapore (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2 มิถุนายน 2026.
  6. "SpayLater VS LazPayLater อยากขายได้เพิ่มต้อง Buy Now Pay Later". Marketeer. 10 ตุลาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 2 มิถุนายน 2026.
  7. "Top 3 BNPLs in Thailand and What's Next for the Market in 2026". Fintech Singapore (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2 มิถุนายน 2026.
  8. "Thailand Buy Now Pay Later Business Report 2025-2030". GlobeNewswire (ภาษาอังกฤษ). 17 กุมภาพันธ์ 2025. สืบค้นเมื่อ 2 มิถุนายน 2026.
  9. "แบงก์ชาติ จ่อคุมเข้ม Buy Now Pay Later คาดออกเกณฑ์ใหม่ภายในสิ้นปี 2569". Thairath Money. 2 มิถุนายน 2026. สืบค้นเมื่อ 2 มิถุนายน 2026.
  10. 1 2 "Buy Now, Pay Later: How Retail's Hot Feature Hurts Low-Income Shoppers | Working Knowledge". Harvard Business School (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2022-11-21. สืบค้นเมื่อ 2025-06-06.
  11. 1 2 Paige Sutherland; Meghna Chakrabarti (May 10, 2024). "The unregulated boom in the 'buy now, pay later' market". WBUR.
  12. "'Buy now, pay later' is taking off in Indonesia, but risks are high". KrASIA (ภาษาอังกฤษ). 27 September 2021. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 11 October 2021. สืบค้นเมื่อ 29 May 2022.
  13. Tagle, Andee (2025-03-13). "The pros and cons of clicking that option to 'pay in 4 easy installments'". NPR (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-06-06.
  14. 1 2 Kumar, S., & Nayak, J.K. (2024), "Understanding the intricacies of risky indebtedness, impulse buying and perceived risk in buy-now-pay-later adoption", Asia Pacific Journal of Marketing and Logistics, 36(7), 1697–1716. https://doi.org/10.1108/APJML-08-2023-0759
  15. 1 2 Kumar, S., & Nayak, J.K. (2025). "Exploring buy-now-pay-later adoption among e-retail consumers: a user’s gratification perspective." International Journal of Retail & Distribution Management, ahead-of-print. https://doi.org/10.1108/IJRDM-08-2024-0409