ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง
ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (อังกฤษ: buy now, pay later) คือรูปแบบของการให้สินเชื่อระยะสั้นที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าหรือบริการได้ โดยชำระเงินเพียงบางส่วนในช่วงแรก แล้วเลื่อนการชำระเงินส่วนที่เหลือออกไปเป็นวันข้างหน้า หรือแบ่งชำระเป็นงวดตามระยะเวลาที่กำหนด[1] รูปแบบนี้มีโครงสร้างคล้ายกับการเช่าซื้อหรือการผ่อนชำระค่างวด ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้บริโภค ผู้ให้บริการทางการเงิน และผู้ค้า เมื่อผู้บริโภคซื้อสินค้าหรือบริการ ผู้ให้บริการทางการเงินจะเป็นผู้ชำระเงินให้แก่ผู้ค้าแทนผู้บริโภคก่อน[2] จากนั้นผู้บริโภคจึงค่อยผ่อนชำระคืนให้แก่ผู้ให้บริการทางการเงินเป็นงวด ๆ ในจำนวนที่เท่ากัน โดยจำนวนงวดและระยะเวลาในการผ่อนชำระ จะแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการแต่ละราย[3]
ในประเทศไทย
[แก้]บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังในประเทศไทยเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงการระบาดทั่วของโควิด-19 ท่ามกลางการขยายตัวของตลาดอีคอมเมิร์ซและการทำธุรกรรมดิจิทัล[4] ซึ่งก่อนหน้านั้น การผ่อนชำระสินค้ามักจำกัดอยู่ในกลุ่มผู้มีบัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคลจากสถาบันการเงิน แต่เมื่อการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์กลายเป็นพฤติกรรมที่แพร่หลายมากขึ้น และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ณ ช่วงเวลานั้น[5] บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังจึงถูกนำมาใช้เป็นทางเลือกในการชำระเงินบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงวงเงินสินเชื่อขนาดเล็กได้ง่ายขึ้น โดยอาศัยข้อมูลพฤติกรรมการซื้อทางออนไลน์แทนการใช้หลักประกัน หรือเอกสารแสดงรายได้ในรูปแบบเดิม
แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและแอปพลิเคชันทางการเงินหลายราย ได้เพิ่มบริการลักษณะดังกล่าวเป็นหนึ่งในทางเลือกการชำระเงินของผู้ใช้งาน เช่น ช้อปปี้, ลาซาด้า, ,ติ๊กต๊อก, แกร็บ, ทรูมันนี่ และธนาคารกสิกรไทย[6][7] การเข้ามาของผู้ให้บริการเหล่านี้ ทำให้บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังขยายจากการซื้อสินค้าออนไลน์ ไปสู่การชำระค่าสินค้าและบริการในชีวิตประจำวันมากขึ้น ทั้งในร้านค้า ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และบริการสาธารณูปโภคบางประเภท[8]
การขยายตัวของบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังในไทยสัมพันธ์กับโครงสร้างผู้บริโภคที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อแบบดั้งเดิม บริการดังกล่าวถูกตั้งข้อสังเกตว่า อาจทำให้ผู้บริโภคบางส่วนก่อหนี้โดยไม่ตระหนักว่ากำลังใช้สินเชื่อ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้งานอายุน้อยและผู้มีรายได้น้อย ในปี พ.ศ. 2567 มูลค่าสินเชื่อซื้อก่อนจ่ายทีหลังในไทยอยู่ที่ 17,908 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 38 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีจำนวนบัญชี 4.91 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นร้อยละ 99.9 ต่อปี ส่งผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทย เตรียมออกหลักเกณฑ์เฉพาะสำหรับการกำกับดูแลบริการประเภทนี้ภายในปี พ.ศ. 2569[9]
ผลกระทบต่อผู้บริโภค
[แก้]นักวิชาการบางส่วนเห็นว่า กลไกของบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังอาจก่อให้เกิด “ปรากฏการณ์กระดาษติดกาว” ซึ่งทำให้ผู้บริโภคที่มีสภาพคล่องสูงอยู่แล้ว ใช้จ่ายในสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าค้าปลีกเป็นสัดส่วนที่มากขึ้นจากรายได้ทั้งหมดของตน[10] งานวิจัยจากโรงเรียนธุรกิจฮาร์วาร์ดพบว่า ผู้บริโภคมีแนวโน้มใช้จ่ายมากขึ้นเมื่อมีทางเลือกในการผ่อนชำระผ่านบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง เมื่อเทียบกับการใช้บัตรเครดิต[10] ขณะที่ผลสำรวจของ Financial Health Network ในปี พ.ศ. 2567 พบว่า ผู้บริโภคมากกว่าหนึ่งในสามรู้สึกว่าตนใช้จ่ายมากขึ้นจากการมีทางเลือกการชำระเงินแบบซื้อก่อนจ่ายทีหลัง[11] บริการดังกล่าวจึงถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า อาจสร้างความรู้สึกมั่นคงทางการเงินที่คลาดเคลื่อนแก่ผู้บริโภค ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดการซื้อด้วยอารมณ์ชั่ววูบ และนำไปสู่การใช้จ่ายเงินที่ผู้บริโภคยังไม่มีอยู่จริง[11][12][13]
จากผลการศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีอินเดียรุรคีพบว่า ผู้บริโภคที่มีหนี้อยู่แล้ว มีแนวโน้มยอมรับและใช้บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังมากกว่ากลุ่มอื่น[14] และยังชี้ให้เห็นว่า การเปิดรับนวัตกรรม ความวิตกกังวลต่อเทคโนโลยี และความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวงเงินสินเชื่อ ล้วนมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจใช้บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังของผู้บริโภค[15] รวมถึงการซื้อด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ก็มีบทบาทสำคัญต่อทัศนคติและความตั้งใจใช้บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังในกลุ่มผู้ซื้อสินค้าออนไลน์เช่นกัน[14][15]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "What Is Buy Now, Pay Later?". Investopedia (ภาษาอังกฤษ). ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 27 May 2022. สืบค้นเมื่อ 26 May 2022.
- ↑ "The growing popularity of 'buy now, pay later' in Singapore". KrASIA (ภาษาอังกฤษ). 9 May 2022. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 May 2022. สืบค้นเมื่อ 26 May 2022.
- ↑ "Key Differences Between BNPL and Traditional Lending: Tips for Making the Right Financial Choice - Wheon" (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2024-11-01. สืบค้นเมื่อ 2024-11-02.
- ↑ "'ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง' คลื่นลูกใหม่แห่งวงการสินเชื่อ". วิจัยกรุงศรี. 31 มกราคม 2023. สืบค้นเมื่อ 2 มิถุนายน 2026.
- ↑ "Buy Now Pay Later (BNPL) Gaining Momentum in Thailand". Fintech Singapore (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2 มิถุนายน 2026.
- ↑ "SpayLater VS LazPayLater อยากขายได้เพิ่มต้อง Buy Now Pay Later". Marketeer. 10 ตุลาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 2 มิถุนายน 2026.
- ↑ "Top 3 BNPLs in Thailand and What's Next for the Market in 2026". Fintech Singapore (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2 มิถุนายน 2026.
- ↑ "Thailand Buy Now Pay Later Business Report 2025-2030". GlobeNewswire (ภาษาอังกฤษ). 17 กุมภาพันธ์ 2025. สืบค้นเมื่อ 2 มิถุนายน 2026.
- ↑ "แบงก์ชาติ จ่อคุมเข้ม Buy Now Pay Later คาดออกเกณฑ์ใหม่ภายในสิ้นปี 2569". Thairath Money. 2 มิถุนายน 2026. สืบค้นเมื่อ 2 มิถุนายน 2026.
- 1 2 "Buy Now, Pay Later: How Retail's Hot Feature Hurts Low-Income Shoppers | Working Knowledge". Harvard Business School (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2022-11-21. สืบค้นเมื่อ 2025-06-06.
- 1 2 Paige Sutherland; Meghna Chakrabarti (May 10, 2024). "The unregulated boom in the 'buy now, pay later' market". WBUR.
- ↑ "'Buy now, pay later' is taking off in Indonesia, but risks are high". KrASIA (ภาษาอังกฤษ). 27 September 2021. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 11 October 2021. สืบค้นเมื่อ 29 May 2022.
- ↑ Tagle, Andee (2025-03-13). "The pros and cons of clicking that option to 'pay in 4 easy installments'". NPR (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-06-06.
- 1 2 Kumar, S., & Nayak, J.K. (2024), "Understanding the intricacies of risky indebtedness, impulse buying and perceived risk in buy-now-pay-later adoption", Asia Pacific Journal of Marketing and Logistics, 36(7), 1697–1716. https://doi.org/10.1108/APJML-08-2023-0759
- 1 2 Kumar, S., & Nayak, J.K. (2025). "Exploring buy-now-pay-later adoption among e-retail consumers: a user’s gratification perspective." International Journal of Retail & Distribution Management, ahead-of-print. https://doi.org/10.1108/IJRDM-08-2024-0409