ข้ามไปเนื้อหา

ช่วงการหลับที่มีการกลอกตาอย่างรวดเร็ว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาพคลื่นไฟฟ้าสมองของการหลับแสดงวัฏจักรการหลับ ซึ่งมีลักษณะการเพิ่มขึ้นของช่วงการหลับแบบปฏิทรรศน์ (paradoxical (REM) sleep)
ภาพคลื่นไฟฟ้าสมองของหนูแสดงเร็มสลีปที่มีลักษณะของจังหวะทีตา (theta-rhythm) ที่เด่นชัด

ช่วงการหลับที่มีการกลอกตาอย่างรวดเร็ว หรือ เร็มสลีป (rapid eye movement sleep, REM sleep หรือ REMS) คือช่วงที่มีความพิเศษของการหลับในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (รวมถึงมนุษย์) และนก ซึ่งมีลักษณะเด่นคือการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วแบบสุ่มของตาร่วมกับการที่กล้ามเนื้อทั่วร่างกายมีความตึงต่ำ (muscle tone) และผู้หลับมักมีฝันที่ชัดเจน ในช่วงนี้ อุณหภูมิของแกนกลางร่างกายและสมองจะเพิ่มขึ้น ขณะที่อุณหภูมิผิวหนังจะลดลงถึงระดับต่ำสุด[1]

เร็มสลีปยังมีชื่อเรียกอีกว่า ยังมีชื่อเรียกอีกว่า ช่วงการหลับแบบปฏิทรรศน์ (paradoxical sleep; PS) หรือบางครั้งเรียก ช่วงการหลับแบบไม่เป็นจังหวะ (desynchronized sleep) หรือ ช่วงการหลับแบบฝัน (dreamy sleep)[2] เนื่องจากมีสภาพคล้ายทางสรีรวิทยากับสภาวะตื่น เช่น คลื่นสมองที่รวดเร็ว แรงดันไฟฟ้าต่ำ และไม่เป็นจังหวะ กิจกรรมทางไฟฟ้าและเคมีที่ควบคุมช่วงการหลับนี้เริ่มในก้านสมอง โดยมีลักษณะเด่นคือมีสารสื่อประสาทอะเซทิลโคลีน (acetylcholine) อยู่เป็นจำนวนมาก และแทบไม่มีสารสื่อประสาทประเภทโมโนเอมีนได้แก่ ฮิสตามีน เซโรโทนิน และนอร์เอพิเนฟรีน[3] ประสบการณ์ในช่วงเร็มสลีปมักจะไม่ได้รับการเก็บไว้ในความทรงจำถาวร เนื่องจากไม่มีสารสื่อประสาทนอร์เอพิเนฟรีน[2]

เร็มสลีปมีความแตกต่างทางสรีรวิทยาจากช่วงการหลับอื่น ซึ่งเรียกรวมกันว่า เอ็นเร็มสลีป (NREM sleep, NREMS, non-REM sleep หรือ synchronized sleep) ซึ่งการขาดการเร้าทางการมองเห็นและการได้ยิน (การขาดการรับรู้จากการรับสัมผัส) ในช่วงเร็มสลีปอาจทำให้เกิดอาการประสาทหลอน[4][ไม่อยู่ในแหล่งอ้างอิง][ต้องการเลขหน้า] เร็มสลีปและเอ็นเร็มสลีปจะสลับกันในแต่ละวัฐจักรการหลับ โดยรอบหนึ่งกินเวลาประมาณ 90 นาทีในผู้ใหญ่ เมื่อการหลับดำเนินไปแต่ละรอบ สัดส่วนของเร็มสลีปจะเพิ่มขึ้น การเปลี่ยนเข้าสู่เร็มสลีปมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทางกายอย่างเด่นชัด โดยเริ่มจากคลื่นไฟฟ้าที่เรียกว่า "คลื่นพอนโต-เจนิกูโล-อ็อกซิพิทอล" หรือคลื่นพีจีโอ (ponto-geniculo-occipital waves) ซึ่งเริ่มต้นจากก้านสมอง เร็มสลีปจะเกิดขึ้นประมาณ 4 ครั้งในช่วงนอนหลับ 7 ชั่วโมง[5] อวัยวะต่าง ๆ ในช่วงเร็มสลีปจะระงับภาวะธำรงดุลส่วนกลาง ทำให้เกิดความผันผวนอย่างมากในการหายใจ การปรับอุณหภูมิกาย และการไหลเวียน ซึ่งไม่เกิดขึ้นในระยะการหลับหรือการตื่นรูปแบบอื่น ร่างกายจะสูญเสียความตึงของกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว ซึ่งเรียกสภาวะนี้ว่า การขาดความตึงขณะช่วงการหลับที่มีการกลอกตาอย่างรวดเร็ว (REM atonia)[3][6]

ในปี 1953 ศาสตราจารย์นาธาเนียล ไคลต์แมน (Nathaniel Kleitman) และยูจีน แอสเซอรินสกี (Eugene Aserinsky) ซึ่งเป็นนักศึกษาของเขา ได้ระบุลักษณะของการกลอกตาอย่างรวดเร็วและการเชื่อมโยงกับความฝัน ต่อมาเร็มสลีปได้รับการอธิบายเพิ่มเติมโดยนักวิจัยคนอื่น เช่น วิลเลียม ดีเมนต์ (William Dement) และมิเชล ชูเวต์ (Michel Jouvet) โดยมีการทดลองมากมายที่ปลุกผู้เข้าทดสอบทุกครั้งที่พวกเขาเริ่มเข้าสู่ช่วงเร็มสลีปซึ่งก่อให้เกิดสภาวะที่เรียกว่า ภาวะขาดการหลับขณะช่วงการหลับที่มีการกลอกตาอย่างรวดเร็ว (REM deprivation) และเมื่อผู้เข้าทดลองได้รับอนุญาตให้หลับตามปกติอีกครั้ง มักได้รับประสบการณ์ที่เรียกว่าการเพิ่มขึ้นของระยะเวลา ความถี่ และความลึกของช่วงการหลับที่มีการกลอกตาอย่างรวดเร็ว (REM rebound) เทคนิคของประสาทศัลยศาสตร์ การฉีดสารเคมี การบันทึกคลื่นไฟฟ้าสมอง การกราดภาพตัดขวางด้วยการปล่อยโพซิตรอน และรายงานของผู้ฝันหลังตื่นนอน ล้วนได้รับการนำมาใช้เพื่อศึกษาช่วงการหลับนี้[7]

เชิงอรรถและอ้างอิง

[แก้]
  1. Altini, Marco; Kinnunen, Hannu (2021-06-23). "The Promise of Sleep: A Multi-Sensor Approach for Accurate Sleep Stage Detection Using the Oura Ring". Sensors (Basel, Switzerland). 21 (13): 4302. Bibcode:2021Senso..21.4302A. doi:10.3390/s21134302. ISSN 1424-8220. PMC 8271886. PMID 34201861.
  2. 1 2 Hall JE (2010). Guyton and Hall Textbook of Medical Physiology E-Book (ภาษาอังกฤษ). Elsevier Health Sciences. ISBN 978-1-4377-2674-9.
  3. 1 2 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ "BrownMcCarley"
  4. Orem J (2012). Physiology in Sleep (ภาษาอังกฤษ). Elsevier. ISBN 978-0-323-15416-1.
  5. Mallick BN, Pandi-Perumal SR, McCarley RW, Morrison AR (2011). Rapid Eye Movement Sleep: Regulation and Function (ภาษาอังกฤษ). Cambridge University Press. ISBN 978-1-139-50378-5.
  6. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ "LaiSiegel"
  7. Deboer T (พฤษภาคม 2007). "Technologies of sleep research". Cellular and Molecular Life Sciences. 64 (10): 1227–1235. doi:10.1007/s00018-007-6533-0. PMC 2771137. PMID 17364139.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)

อ่านเพิ่มเติม

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]