ข้ามไปเนื้อหา

ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี
ดำรงตำแหน่ง
23 ธันวาคม พ.ศ. 2550  20 มีนาคม พ.ศ. 2566
ก่อนหน้ารัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์
ถัดไปพิมพกาญจน์ พลสมัคร
ดำรงตำแหน่ง
2 กรกฎาคม พ.ศ. 2538  6 มกราคม พ.ศ. 2548
ก่อนหน้าดุสิต โสภิตชา
ถัดไปรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
แบบบัญชีรายชื่อ
ดำรงตำแหน่ง
6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548  24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2506 (62 ปี)
อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ประเทศไทย
พรรคการเมืองประชาธิปัตย์ (2537–2539)
ความหวังใหม่ (2539–2543)
ไทยรักไทย (2543–2550)
พลังประชาชน (2550–2551)
เพื่อไทย (2551–2568)
กล้าธรรม (2568–ปัจจุบัน)
คู่สมรสจันทนา พิทักษ์พรพัลลภ (สมรส 2538)
บุตร

ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ หรือที่สื่อมวลชนนิยมเรียกว่า ชูวิทย์ กุ่ย (เกิด 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2506) เป็นนักธุรกิจและนักการเมืองชาวไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า) อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี สังกัดพรรคเพื่อไทย อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงมหาดไทย[1] เจ้าของธุรกิจสวนเสือตระการ[2] อดีตประธานสโมสรฟุตบอลอุบล ไทเกอร์ และอดีตแกนนำกลุ่มชักธงรบของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ในจังหวัดอุบลราชธานี

ประวัติ

[แก้]

ชูวิทย์ เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2506 ที่อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี[3] เป็นบุตรนายคิมหมง นางเสี่ยมเค็ง แซ่เต็ง ด้านครอบครัวสมรสกับนางจันทนา พิทักษ์พรพัลลภ มีบุตร 2 คน ได้แก่สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี และสุชาวดี พิทักษ์พรพัลลภ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการอื่นในคณะกรรมการองค์การตลาด[4]

สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ ระดับชั้นประกาศนียบัตรการศึกษาชั้นสูง (ป.กศ.สูง) วิชาเอกอุตสาหกรรมศิลป์ จากวิทยาลัยครูอุบลราชธานี ระดับปริญญาตรี และระดับปริญญาโท สาขาการบริหารการศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

การทำงาน

[แก้]

เขาประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว เจ้าของสวนเสือตระการ กระทั่งในปี พ.ศ. 2538 จึงได้เข้ามาสู่งานการเมืองเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2539 ได้ย้ายมาสังกัดพรรคความหวังใหม่ และในปี พ.ศ. 2544 ได้ย้ายมาสังกัดพรรคไทยรักไทย, พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย (ตามลำดับ) ก่อนจะยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยต่อนายทะเบียนสมาชิกพรรคเพื่อไทยโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2568

เขาเคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองหลายตำแหน่ง ได้แก่ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (เสนาะ เทียนทอง) ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ชูชีพ หาญสวัสดิ์) รองประธานกรรมาธิการติดตามงบประมาณ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ทำหน้าที่เลขานุการ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์) และในปี พ.ศ. 2545 เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์)

เขาได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่นในสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 24

เขาเป็นหนึ่งในผู้ที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินออกหมายเรียกเนื่องจากอาจมีส่วนรู้เห็นกับการเผาศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี เนื่องจากเป็นแกนนำของกลุ่มร่วมกับสุพล ฟองงาม แต่ท้ายที่สุดก็ได้มีการตัดสินคดีลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมาย[5] โดยมิได้เกี่ยวข้องกับเขาแต่อย่างใด

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. มติครม. แต่งตั้งพรึบ ชัยเกษม-สงคราม ไขก๊อกสส. รับที่ปรึกษานายกฯ มีชื่อนิพัทธ์-พิชัย
  2. สวนเสือตระการ
  3. https://hris.parliament.go.th/ss_detail.php?sapa_id=82&ssp_id=21125&lang=th
  4. สรุปข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรี 27 กุมภาพันธ์ 2567
  5. แดงเผาศาลากลาง โทษหนัก ศาลฎีกาให้ประหาร
  6. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย เก็บถาวร 2009-01-17 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๑๗ ข หน้า ๒, ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๑
  7. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย เก็บถาวร 2007-01-07 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๒๑ ตอนที่ ๒๓ ข หน้า ๑๒, ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๗