ชินจิ โอกาซากิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ชินจิ โอะกะซะกิ)
Jump to navigation Jump to search
ชินจิ โอกาซากิ
Shinji okazaki.jpg
ข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อเต็ม ชินจิ โอกาซากิ[1]
วันเกิด 16 เมษายน ค.ศ. 1986 (32 ปี)
สถานที่เกิด ทาการาซูกะ
จังหวัดเฮียวโงะ, ประเทศญี่ปุ่น
ส่วนสูง 1.74 เมตร (5 ฟุต 8.5 นิ้ว)[2]
ตำแหน่ง กองหน้า
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
เลสเตอร์ซิตี
หมายเลข 20
สโมสรเยาวชน
2002–2004 โรงเรียนมัธยมปลายทะคิกะวะ ไดนิ
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2005–2010 ชิมิซุ เอส-พัลส์ 121 (42)
2011–2013 ชตุทท์การ์ท 63 (10)
2013–2015 ไมนซ์ 05 65 (27)
2015– เลสเตอร์ซิตี 63 (7)
ทีมชาติ
2007–2008 ญี่ปุ่น รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี 14 (1)
2008– ญี่ปุ่น 108 (50)

* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 2017
† ลงเล่น (ประตู)

‡ นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมชาติ
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 28 มีนาคม ค.ศ. 2017

ชินจิ โอกาซากิ (ญี่ปุ่น: 岡崎 慎司 , เกิดเมื่อวันที่ 16 เมษายน ค.ศ. 1986) เป็นนักฟุตบอลชาวญี่ปุ่น ตำแหน่งกองหน้า ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี ในพรีเมียร์ลีก ประเทศอังกฤษ

โดยชินจิ โอกาซากิ จัดเป็นนักฟุตบอลชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในประเทศเยอรมนี จากผลงานการลงเล่นฟุตบอลระดับบุนเดสลีกาถึง 4 ฤดูกาล กับเฟาเอฟเบ ชตุทท์การ์ทและสโมสรฟุตบอลไมนซ์ 05 ก่อนที่จะมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับเลสเตอร์ในฤดูกาล 2015-2016

ส่วนผลงานระดับทีมชาติ โอกาซากิ เป็นผู้เล่นที่ยิงประตูให้ทีมชาติญี่ปุ่นมากที่สุดตลอดกาลเป็นอันดับ 3 ที่จำนวน 50 ประตู

สโมสรอาชีพ[แก้]

ชิมิซุ เอส-พัลส์[แก้]

หลังจากที่จบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมปลายทากิกาวะแห่งที่สองในปี ค.ศ. 2004 โอกาซากิได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ กับสโมสรชิมิซุ เอส-พัลส์ ซึ่งเป็นสโมสรฟุตบอลชื่อดังประจำเมืองชิซูโอกะในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 2005

วันที่ 17 เมษายน ค.ศ. 2007 โอกาซากิ ได้ลงสนามในเจลีกเป็นครั้งแรกโดยถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง ในนัดที่พบกับซานเฟรซ ฮิโรชิมะ ก่อนจะยิงประตูแรกได้ในนัดที่พบกับคาวาซากิ ฟรอนตาเล โดยโอกาซากิลงเล่นในฤดูกาลแรกไป 13 นัด ยิงได้ 3 ประตู

ในการแช่งขันเจลีก ฤดูกาล 2008 โอกาซากิ ยิงประตูได้ 10 ประตู จากการลงสนาม 27 นัด และพาสโมสรผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วย เจลีก คัพ โดยในรอบชิงชนะเลิศที่สนามกีฬาโอลิมปิก (โตเกียว) สโมสรแพ้โออิตะ ตรินิตะ ไป 2–0 และได้ตำแหน่งรองชนะเลิศไปครอง

ต่อมาในฤดูกาล 2009 และ ฤดูกาล 2010 โอกาซากิ ยังรักษาผลงานการยิงประตูในเจลีกได้อย่างต่อเนื่อง โดยยิงได้ 14 ประตู ในฤดูกาล 2009 และ 13 ประตู ในฤดูกาล 2010

จากผลงานที่โดดเด่นในเจลีก ทำให้เขาได้เซ็นสัญญาย้ายไปเล่นฟุตบอลในบุนเดสลีกา ประเทศเยอรมนีกับเฟาเอฟเบ ชตุทท์การ์ท ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2011[3]

เฟาเอฟเบ ชตุทท์การ์ท[แก้]

วันที่ 30 มกราคม ค.ศ. 2011 โอกาซากิเซ็นสัญญาย้ายมาเล่นให้กับเฟาเอฟเบ ชตุทท์การ์ท ด้วยสัญญาระยะเวลา 3 ปีครึ่ง[4] ก่อนจะได้รับอนุญาตจากฟีฟ่าให้ลงเล่น เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011[5]โดยชินจิ โอกาซากิ ลงเล่นภายใต้การคุมทีมของบรูโน ลับบาเดียโค้ชชาวเยอรมัน

หลังจากได้รับการอนุญาตจากฟีฟ่า โอกาซากิ ได้ลงเล่นให้กับชตุทท์การ์ทเป็นนัดแรกในคืนดังกล่าวทันทีโดยเป็นการลงแข่งขันในรายการยูฟ่า ยูโรปา ลีก นัดที่พบกับสโมสรเบนฟิกา ที่สนามอิชตาดีอู ดา ลุช เมืองลิสบอน

ต่อมาเขาได้ลงเล่นในบุนเดสลีกาเป็นนัดแรกเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011 โดยถูกส่งลงสนามเป็นผู้เล่นตัวจริงในนัดที่สโมสรบุกไปเยือนไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน ที่สนามเบ อาเรนา สเตเดียม ก่อนจะมาทำประตูแรกในบุนเดสลีกาได้ในนัดที่พบกับฮันโนเวอร์ 96[6]

ในการแข่งขันนัดแรกของบุนเดสลีกา ฤดูกาล 2011–12 ขณะที่สโมสรกำลังขึ้นนำชาลเก 04 อยู่ 2–0 ชินจิ โอกาซากิ สามารถทำประตูเพิ่มได้ จากการยิงไกลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม พาสโมสรชนะไปอย่างขาดลอย 3–0 ต่อมาเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2012 โอกาซากิ สามารถยิงประตูได้จากลูกจักรยานอากาศ (Bicycle Kick) ในการแข่งขันกับสโมสรฟุตบอลฮันโนเวอร์ 96 โดยประตูดังกล่าวได้รับการคัดเลือกให้เป็นลูกยิงยอดเยี่ยมประจำเดือน และทำให้เขากลายเป็นนักฟุตบอลชาวญี่ปุ่นคนที่สองที่ได้รับรางวัลนี้ในประเทศเยอรมนี ต่อจากยาซูฮิโกะ โอกูเดระ อดีตกองกลางชาวญี่ปุ่นของเอฟเซ โคโลญ ที่ถือเป็นชาวญี่ปุ่นที่ได้รับรางวัลนี้เป็นคนแรกในเดือนเมษายน 1978

ฤดูกาล 2012–13 โอกาซากิ มีผลงานที่ไม่ค่อยดีนักเมื่อยิงประตูในบุนเดสลีกาได้เพียงแค่ 1 ประตู อย่างไรก็ตามเขาสามารถยิงประตูในการแข่งขันระดับทวีปยุโรปได้เป็นครั้งแรกโดยเป็นการยิง 2 ประตูในยูฟ่า ยูโรปา ลีกนัดที่พบกับสโมสรฟุตบอลสเตอัว บูคาเรสต์จากประเทศโรมาเนีย

ไมนซ์ 05[แก้]

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2013 โอกาซากิย้ายมาเล่นให้กับไมนซ์ 05 [7] ภายใต้การคุมทีมของโทมัส ทูเคิล ประตูแรกของเขาเกิดขึ้นในเกมนัดแรกของบุนเดสลีกา ฤดูกาล 2013–14 ในเกมที่พบกับชตุทท์การ์ท ซึ่งเป็นสโมสรเก่าที่เคยค้าแข้งอยู่ [8] โอกาซากิยิงประตูในลีกไปได้ทั้งหมด 15 ประตูหลังจบฤดูกาล

เลสเตอร์ซิตี[แก้]

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ค.ศ. 2015 โอกาซากิเซ็นสัญญากับเลสเตอร์ซิตี สโมสรจากพรีเมียร์ลีกด้วยค่าตัว 7 ล้านปอนด์และได้รับการอณุมัติในการออกใบอนุญาตทำงาน[9]โดยเขาลงเล่นให้กับสโมสรครั้งแรกในเกมนัดแรกที่ชนะซันเดอร์แลนด์ 4–2 และประตูแรกของเขาเกิดขึ้นในเกมที่ชนะเวสต์แฮมยูไนเต็ด 2–1 และก็พาเลสเตอร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก สมัยแรก ได้สำเร็จ

อ้างอิง[แก้]

  1. "FIFA World Cup South Africa 2010: List of Players" (PDF). FIFA. 4 June 2010. p. 16. สืบค้นเมื่อ 20 April 2014. 
  2. "National Team Squad". jfa.or.jp. Japan Football Association. สืบค้นเมื่อ 15 January 2014. 
  3. "Shinji Okazaki in Stuttgart". VfB Stuttgart. 30 January 2011. สืบค้นเมื่อ 30 January 2011. 
  4. "Shinji Okazaki signs for VfB". VfB Stuttgart. 30 January 2011. สืบค้นเมื่อ 30 January 2011. 
  5. "Clearance for Shinji Okazaki". VfB Stuttgart. 17 February 2011. สืบค้นเมื่อ 17 February 2011. 
  6. "Okazaki gets maiden Stuttgart goal". The Japan Times. 9 May 2011. สืบค้นเมื่อ 25 September 2011. 
  7. "Shinji Okazaki moves to Mainz". VfB Stuttgart. 25 June 2013. สืบค้นเมื่อ 25 June 2013. 
  8. "Okazaki and Müller fire Mainz to victory". Bundesliga. 11 August 2013. สืบค้นเมื่อ 13 October 2013. 
  9. "Shinji Okazaki Agrees Leicester City Deal". Leicester City. 26 June 2015. สืบค้นเมื่อ 26 June 2015. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]