ชิต เหล่าวัฒนา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ชิต เหล่าวัฒนา
Dj0.jpg
เกิด พ.ศ. 2504
สัญชาติ  ไทย
ชาติพันธุ์  ไทย
การศึกษา ปริญญาเอกด้านวิทยาการหุ่นยนต์
มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน สหรัฐอเมริกา
อาชีพ อาจารย์ นักวิชาการ
องค์การ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
ผลงานเด่น ก่อตั้งสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม, ร่วมก่อตั้งสมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทย
ศาสนา พุทธ

ดร.ชิต เหล่าวัฒนา อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และเป็นส่วนหนึ่งในคณะกรรมการโครงการ S&T ระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีกับสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT)

ประวัติการศึกษา[แก้]

ดร.ชิต เหล่าวัฒนา จบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ (เกียรตินิยม) จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT)เป็นลูกศิษย์เอกของ ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้ง มจธ: ดร.หริส สูตะบุตร และ ดร.ไพบูลย์ หังสพฤกษ์ ได้รับทุน Monbusho จากรัฐบาลญี่ปุ่นไปศึกษาและทำวิจัยด้านหุ่นยนต์และกลศาสตร์แม่นยำ (Precision Mechanics) ที่มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ศึกษาต่อระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน สหรัฐอเมริกา (CMU) ด้วยทุนฟุลไบร์ท (Fulbright Fellowship) และทุนวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีชั้นสูงของบริษัท AT&T ทุนวิจัยจาก National Science Foundation (NSF) ได้รับประกาศนียบัตรด้าน Management of Technology จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา (MIT) งานวิจัยที่สนใจและทำมาตลอด เน้นทางด้าน Robotic Dexterity, Manufacturing Automation และ Unmanned Exploration Robotics นอกจากสิ่งประดิษฐ์ ด้านอุปกรณ์ประกอบชิ้นงานอัตโนมัติและกลไกสำรวจมะเร็งในลำไส้ ที่ได้รับ US Patent แล้ว ยังได้ตีพิมพ์บทความทางวิชาการในระดับชาติและนานาชาติกว่า 350 บทความ พร้อมทั้งเรียบเรียงตำราเรียนด้านทฤษฎีการควบคุมชั้นสูง และเป็นคอลัมนิสต์ “สมองคนสู่สมองกลอัจฉริยะ ”

ดร.ชิต ได้รับโอกาสสำคัญทำงานแทนคุณแผ่นดินเกิดโดยกลับมาเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี ด้วยแรงสนับสนุนจากปรมาจารย์ทั้งสองท่าน ดร. ชิต จึงสามารถก่อตั้งสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม หรือที่คนทั่วไปรู้จักในนาม “ฟีโบ้ (FIBO)”ได้สำเร็จ ปัจจุบันมีอาจารย์/นักวิจัย 23 ท่านและนักศึกษาวิจัยระดับปริญญา ตรี-โท-เอก ประมาณ 478 ท่าน ฟีโบ้เป็นหน่วยงานหนึ่งในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี แสดงบทบาทผู้นำในงานวิจัยพื้นฐาน และประยุกต์ด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ตลอดจนให้คำปรึกษาหน่วยงานรัฐบาล เอกชน และบริษัทข้ามชาติ (Multi-national companies) ในประเทศไทยด้านการลงทุนทางเทคโนโลยี การใช้งานเทคโนโลยีอัตโนมัติชั้นสูงและการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ดร.ชิต ยังผู้รับผิดชอบโครงการ Hard Disk Cluster ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติในการประสานงานนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่างๆกับ มืออาชีพจากบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสค์เพื่องานวิจัยและพัฒนา การอบรมบุคลากรตลอดจนการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานจนเกิดบริษัทคนไทยที่มีความแข็งแกร่งทางเทคโนโลยีสามารถทำธุรกิจร่วมกับบริษัทข้ามชาติได้ ในปี พ.ศ. 2540 ดร. ชิตได้ร่วมกับนักวิจัยรุ่นใหม่ของประเทศจัดตั้งสมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทยขึ้น และรับตำแหน่งนายกสมาคมฯ คนแรก /ได้ร่วมกับศิษย์เก่า MIT จัดตั้งมูลนิธิศึกษาพัฒน์ โดยมี พณฯ ดร.เชาว์ ณ. ศีลวัณฑ์ องคมนตรี เป็นประธานมูลนิธิฯ สนับสนุนโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับ MIT แม้จะมีภาระงานทางวิชาการแล้ว ดร. ชิต ยังอุทิศเวลาเป็นวิทยากรรายการโทรทัศน์ ส่งเสริมความสามารถของเยาวชนไทยตลอดเวลากว่า 10 ปี: "สมรภูมิไอเดีย" ในฐานะกูรูนักวิทยาศาสตร์ และ กรรมการตัดสินรายการ "คิดส์ กระหึ่มโลก" เป็นผู้ริเริ่มการแข่งขันหุ่นยนต์ในประเทศไทยหลายรายการ สาธารณะให้เกียรติยกย่องเป็นบิดาแห่งวิทยาการหุ่นยนต์ไทย งานที่ภาคภูมิใจมากที่สุดอีกงานหนึ่งในชีวิต คือ การได้ถวายงาน เป็นผู้ประสานงาน โครงการน้ำ กับ King Bhumipol Professor on Water Resource Management Dr. Dennis McLaughlin จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งมลรัฐแมสซาชูเซสต์ (เอ็มไอที) สหรัฐอเมริกา ล่าสุดได้รับการแต่งตั้งจาก พณฯ นายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการเตรียมการเศรษฐกิจดิจิทัล และ กรรมการซุปเปอร์คลัสเตอร์อุตสาหกรรมหุ่นยนต์

ผลงานอื่น[แก้]

  • อุปกรณ์ประกอบชิ้นงานอัตโนมัติ
  • กลไกสำรวจมะเร็งในลำไส้ (ได้รับสิทธิบัตรในสหรัฐอเมริกา)
  • ตีพิมพ์บทความทางวิชาการในระดับชาติและนานาชาติกว่า 70 บทความ
  • เรียบเรียงตำราเรียนด้านทฤษฎีการควบคุมชั้นสูง (Advanced Control Theory)
  • มีส่วนผลักดันสำคัญ ในการสร้างความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมกับมหาวิทยาลัย และจัดตั้งเครือข่ายเพี่อความสามารถเชิงแข่งขันระดับประเทศ (Cluster for National Competitiveness) ในสาขาหุ่นยนต์และวิศวกรรมอัตโนมัติผ่านทางสมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทย (Thai Robotics Society)

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]