ชิคาโกแบล็กฮอกส์
| ชิคาโกแบล็กฮอกส์ | |
|---|---|
| ฝั่ง | ตะวันตก |
| ดิวิชัน | เซนทรัล |
| ก่อตั้ง | ค.ศ. 1926 |
| ประวัติ | ชิคาโก แบล็ก ฮอกส์ ฤดูกาล 1926–1986 ชิคาโกแบล็กฮอกส์ ฤดูกาล 1986–ปัจจุบัน |
| สนามเหย้า | ยูไนเต็ดเซ็นเตอร์ |
| เมือง | ชิคาโก รัฐอิลลินอย |
| สีทีม | แดง, ขาว, ดำ[1][2] |
| สื่อ | ชิคาโกสปอตส์เนตเวิร์ก ดับเบิลยูจีเอ็น (720 เอเอ็ม) |
| เจ้าของ | เวิตซ์คอร์ปอเรชัน แดนนี เวิตซ์ (ประธาน)[3][4] |
| ผู้จัดการทั่วไป | ไคล์ เดวิดสัน |
| หัวหน้าผู้ฝึกสอน | เจฟ บลาชิล |
| กัปตัน | ว่าง |
| ทีมในลีกรอง | ร็อกฟอร์ดไอซ์ฮอกส์ (เอเอชแอล) อินดีฟิวเอิล (อีซีเอชแอล) |
| สแตนลีย์คัพ | 6 สมัย (ฤดูกาล 1933–34, 1937–38, 1960–61, 2009–10, 2012–13, 2014–15) |
| ชิงแชมป์ฝั่ง | 4 สมัย (ฤดูกาล 1991–92, 2009–10, 2012–13, 2014–15) |
| ถ้วยรางวัลเพรซิเดนส์ | 2 สมัย (ฤดูกาล 1990–91, 2012–13) |
| ชิงแชมป์ดิวิชัน | 16 สมัย (ฤดูกาล 1969–70, 1970–71, 1971–72, 1972–73, 1975–76, 1977–78, 1978–79, 1979–80, 1982–83, 1985–86, 1989–90, 1990–91, 1992–93, 2009–10, 2012–13, 2016–17) |
| เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ | nhl |
ชิคาโกแบล็กฮอกส์ (อังกฤษ: Chicago Blackhawks; สะกดว่าแบล็ก ฮอกส์ จนถึง ค.ศ. 1986 และเรียกกันทั่วไปว่าฮอกส์) เป็นทีมฮอกกี้น้ำแข็งระดับอาชีพที่มีฐานอยู่ในเมืองชิคาโก ซึ่งทีมแบล็กฮอกส์แข่งในแนชันแนลฮอกกีลีก (NHL) ในฐานะสมาชิกของดิวิชันเซนทรัลในฝั่งตะวันตก โดยทีมนี้คว้าแชมป์สแตนลีย์คัพได้หกสมัยนับตั้งแต่ก่อตั้งทีมใน ค.ศ. 1926 พวกเขาเป็นหนึ่งในทีม "ออริจินัลซิกซ์" ของเอ็นเอชแอล ร่วมกับดีทรอยต์เรดวิงส์, มอนทรีออลคาเนเดียนส์, โทรอนโตเมเปิลลีฟส์, บอสตันบรูอินส์ และนิวยอร์กเรนเจอส์ นับตั้งแต่ฤดูกาล 1994–95 ทีมนี้ได้ใช้สนามยูไนเต็ดเซ็นเตอร์เป็นสนามเหย้า ซึ่งใช้ร่วมกับทีมชิคาโกบูลส์ในสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ โดยก่อนหน้านี้ทั้งสองทีมเคยใช้ชิคาโกสเตเดียมเป็นสนามเหย้า ซึ่งปัจจุบันถูกรื้อถอนไปแล้ว[5]
ส่วนเจ้าของทีมแบล็กฮอกส์คนแรกคือเฟรเดอริก แม็กลาฟลิน ซึ่งเป็นเจ้าของที่ลงมือทำเองทุกอย่าง โดยเขาได้ไล่ผู้ฝึกสอนหลายคนออกระหว่างที่เขาเป็นเจ้าของทีม และนำทีมคว้าแชมป์สแตนลีย์คัพได้สองสมัยใน ค.ศ. 1934 และ ค.ศ. 1938 ครั้นหลังจากแม็กลาฟลินเสียชีวิตใน ค.ศ. 1944 ทีมนี้ก็ตกอยู่ภายใต้การครอบครองของตระกูลนอร์ริส ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ให้เช่าชิคาโกสเตเดียม และยังถือหุ้นในทีมเอ็นเอชแอลหลายทีม ที่ในตอนแรก การเป็นเจ้าของทีมของตระกูลนอร์ริสเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มทุนที่นำโดยบิล โทบิน ผู้บริหารระดับสูงที่ดำรงตำแหน่งมานาน และทีมก็ตกต่ำลงเนื่องจากทีมดีทรอยต์เรดวิงส์ ซึ่งเป็นเจ้าของโดยตระกูลนอร์ริสเช่นกัน ได้รับความนิยมมากกว่า กระทั่งหลังจากเจมส์ อี. นอร์ริส ผู้พ่อเสียชีวิตใน ค.ศ. 1952 ทรัพย์สินของตระกูลนอร์ริสก็ได้แบ่งให้แก่สมาชิกในครอบครัว และเจมส์ ดี. นอร์ริส ก็กลายเป็นเจ้าของทีมแบล็กฮอกส์ โดยนอร์ริสผู้เป็นลูกได้ให้ความสนใจทีมอย่างมาก และทีมดังกล่าวก็คว้าแชมป์สแตนลีย์คัพได้อีกครั้งภายใต้การเป็นเจ้าของของเขาใน ค.ศ. 1961 ครั้นหลังจากเจมส์ ดี. นอร์ริส เสียชีวิตใน ค.ศ. 1966 ครอบครัวเวิตซ์จึงได้เป็นเจ้าของแฟรนไชส์ กระทั่งใน ค.ศ. 2007 ทีมนี้ได้ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของร็อกกี เวิตซ์ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าสามารถพลิกฟื้นองค์กรที่สูญเสียความสนใจจากแฟน ๆ และความสามารถในการแข่งได้ โดยภายใต้การนำของเวิตซ์ ทีมแบล็กฮอกส์คว้าแชมป์สแตนลีย์คัพได้ถึงสามครั้ง ใน ค.ศ. 2010, ค.ศ. 2013 และ ค.ศ. 2015[6][7] จากนั้น ร็อกกีได้เสียชีวิตในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2023 และแดนนี เวิตซ์ ซึ่งเป็นลูกชายของเขา ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานของทีมแบล็กฮอกส์
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Weekes, Kevin (April 3, 2020). "Friday Four: Blackhawks, Sharks among best jerseys of all time". NHL.com. NHL Enterprises, L.P. สืบค้นเมื่อ October 17, 2022.
What I love about the Blackhawks is that in their almost-100 seasons, their sweaters haven't changed much, nor have they needed to. Whether it's the red jersey with black and white trim, or the white jersey with black and red trim, these jerseys have a clean and crisp look.
- ↑ "Front Office". ChicagoBlackhawks.com. NHL Enterprises, L.P. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ December 2, 2018. สืบค้นเมื่อ November 21, 2023.
- ↑ Daniels, Steve (July 31, 2023). "Danny Wirtz succeeds late father Rocky atop Wirtz Corp". Crain's Chicago Business. สืบค้นเมื่อ August 1, 2023.
- ↑ "Front Office". ChicagoBlackhawks.com. NHL Enterprises, L.P. สืบค้นเมื่อ October 17, 2022.
- ↑ Horn, Toby (2002). "Blackhawks". Stadiums. 2 (1): 56–80.
- ↑ Mather, Victor (June 4, 2015). "When Ownership Changed in 2007, So Did the Blackhawks". The New York Times.
- ↑ Belson, Ken (June 16, 2015). "With Blackhawks' 3 Stanley Cups in 6 Years, Chicago Runneth over". The New York Times.
อ่านเพิ่ม
[แก้]- Diamond, Dan (1991). The Official National Hockey League 75th anniversary commemorative book. Toronto, Ontario: McClelland & Stewart. ISBN 0-7710-6727-5.
- Jenish, D'Arcy (2013). The NHL: 100 Years of On-Ice Action and Boardroom Battles. Random House LLC. ISBN 9780385671477.
- Skog, Jason (2008). The Story of the Chicago Blackhawks. The Creative Company. ISBN 9781583416150.
- Vass, George (1970). The Chicago Black Hawks Story. Chicago, IL: Follett Publishing Company. ISBN 0-695-80202-X.
- Goyens, Chrys; Orr, Frank; Turowetz, Allan; Duguay, Jean-Luc (2000). Blades on ice : a century of professional hockey. TPE Publishing. ISBN 978-0-9686220-0-1.
- MacFarlane, Brian (2000). The Blackhawks. Toronto, Ontario: Stoddart Publishing. ISBN 978-0-7737-3252-0.
- Pfeiffer, Gerald L. (1986). The Chicago Blackhawks : a sixty year history, 1926–1986. Chicago, IL: Windy City Pub. Co. LCCN 87142381. OCLC 16466824.
- Weinberg, Mark (2000). Career Misconduct: The Story of Bill Wirtz's Greed, Corruption, and the Betrayal of Blackhawks' Fans. Blueline Publishing. ISBN 978-0-9656312-0-4.
- Wong, John Chi-Kit (2005). Lords of the Rinks: The Emergence of the National Hockey League, 1875–1936. University of Toronto Press. ISBN 978-0-8020-3725-1.
