ชาวซอร์บ
ธงซอร์บ ในสีกลุ่มชนสลาฟ เริ่มใช้เมื่อ ค.ศ. 1842 | |
ชุดสตรีดั้งเดิมของลูเซเชียตอนล่าง (Spreewald) | |
| ประชากรทั้งหมด | |
|---|---|
| 80,000 คน[1][2] (โดยประมาณ) • ชาวซอร์บตอนบน 45,000–60,000 คน • ชาวซอร์บตอนล่าง 15,000–20,000 คน | |
| ภูมิภาคที่มีประชากรอย่างมีนัยสำคัญ | |
| 60,000 (20,000 คนยังคงพูดภาษาซอร์เบีย) (ประมาณการ ค.ศ. 2007 โดยรอยเตอส์)[3] | |
| 2,000 | |
| น้อยกว่า 1,000 | |
| 1,245 (2000)[4] | |
| ภาษา | |
| ซอร์เบีย (ซอร์เบียตอนบน ซอร์เบียตอนล่าง) โปแลนด์ (ภาษาย่อยผสมใหม่) เยอรมัน (กลุ่มภาษาย่อยลูเซเชีย), เช็ก | |
| ศาสนา | |
| ส่วนใหญ่โรมันคาทอลิก[5] โปรเตสแตนต์[3] | |
| กลุ่มชาติพันธุ์ที่เกี่ยวข้อง | |
| ชาวสลาฟตะวันตก (โดยเฉพาะชาวเช็กและชาวโปแลนด์) | |
ชาวซอร์บ (ซอร์เบียตอนบน: Serbja; ซอร์เบียตอนล่าง: Serby; เยอรมัน: Sorben; เช็ก: Lužičtí Srbové; โปแลนด์: Serbołużyczanie; หรือเรียกว่า ชาวลูเซเชีย ชาวเซิร์บลูเซเชีย[6] และ ชาวเวนด์) เป็นกลุ่มชาติพันธุ์พื้นเมืองสลาฟตะวันตกที่อาศัยอยู่เป็นหลักในบางส่วนของภูมิภาคลูเซเชีย ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐซัคเซินและรัฐบรันเดินบวร์คของเยอรมนี ตามธรรมเนียมแล้ว ชาวซอร์บใช้ภาษาในกลุ่มซอร์เบีย (หรือที่เรียกว่า ภาษาเวนด์ และภาษาลูเซเชีย) ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับภาษาเช็กและกลุ่มภาษาเลคิติก ภาษาซอร์เบียตอนบนและภาษาซอร์เบียตอนล่างได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็นภาษาของชนกลุ่มน้อยในเยอรมนี
ในสมัยกลางตอนต้น ชาวซอร์บได้ก่อตั้งอาณาเขตของตนเองขึ้น ซึ่งต่อมาไม่นานก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิซาโมและมอเรเวียใหญ่ของชาวสลาฟตะวันตกในยุคแรกเริ่ม ก่อนจะถูกพิชิตโดย[[อาณาจักรแฟรงก์ตะวันออก (อาณาจักรชายแดนซอร์เบีย) และจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (อาณาจักรชายแดนตะวันออกซัคเซิน แคว้นชายแดนไมเซิน อาณาจักรชายแดนลูเซเชีย) ในที่สุด ตั้งแต่สมัยกลางยุครุ่งโรจน์เป็นต้นมา อาณาเขตเหล่านั้นถูกปกครองโดยกลุ่มชาติพันธุ์ที่สัมพันธ์ใกล้ชิดอย่างชาวโปแลนด์และชาวเช็ก รวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ห่างไกลออกไปอย่างชาวเยอรมันและชาวฮังการีด้วย จากการกลืนกลายที่ค่อยเป็นค่อยไปและเพิ่มมากขึ้นระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 17 ถึง 20 ทำให้ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ชาวซอร์บแทบทั้งหมดสามารถพูดภาษาเยอรมันได้ด้วย ในรัฐชาติเยอรมันที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 และต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 มีการนำนโยบายมาใช้เพื่อมุ่งให้ชาวซอร์บกลายเป็นเยอรมัน นโยบายเหล่านี้ถึงจุดสูงสุดภายใต้ระบอบนาซี ซึ่งปฏิเสธการมีอยู่ของชาวซอร์บในฐานะชนชาติสลาฟที่แตกต่าง โดยเรียกพวกเขาว่าเป็น "ชาวเยอรมันที่พูดภาษาซอร์เบีย"
ชุมชนชาวซอร์บมีการแบ่งแยกทางศาสนาระหว่างโรมันคาทอลิก (เป็นส่วนใหญ่) กับลูเทอแรน สตานิสลาฟ ทิลิช อดีตมุขมนตรีแห่งรัฐซัคเซิน ก็มีเชื้อสายซอร์บ
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Gebel, K. (2002). Language and ethnic national identity in Europe: the importance of Gaelic and Sorbian to the maintenance of associated cultures and ethno cultural identities (PDF). London: Middlesex University. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2019-05-01. สืบค้นเมื่อ 2018-02-08.
- ↑ Víšek, Zdeněk. "Lužičtí Srbové a česko-lužickosrbské vztahy". Listy (ภาษาเช็ก). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 4 March 2016. สืบค้นเมื่อ 29 September 2014.
- 1 2 Chambers, Madeline (26 November 2007). "Germany's Sorb minority struggles for survival". Reuters. สืบค้นเมื่อ 18 August 2022.
- ↑ "Table 1. First, Second, and Total Responses to the Ancestry Question by Detailed Ancestry Code: 2000" (PDF). census.gov. United States Census Bureau. สืบค้นเมื่อ 18 October 2023.
- ↑ Sparrow, Thomas (16 June 2021). "Sorbs: The ethnic minority inside Germany". BBC. สืบค้นเมื่อ 3 April 2022.
- ↑ Oldřich Tůma, Jaroslav Pánek (2018). History of the Czech Lands (ภาษาอังกฤษ). p. 237.