ชาร์ล มีแชล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
บทความนี้มีเนื้อหาที่สั้นมาก ต้องการเพิ่มเติมเนื้อหาหรือพิจารณารวมเข้ากับบทความอื่นแทน
ชาร์ล มีแชล
ประธานคณะมนตรียุโรป
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
1 ธันวาคม ค.ศ. 2019
ก่อนหน้า ดอนัลต์ ตุสก์
นายกรัฐมนตรีเบลเยียมคนที่ 51
ดำรงตำแหน่ง
11 ตุลาคม ค.ศ. 2014 – 27 ตุลาคม ค.ศ. 2019
กษัตริย์ สมเด็จพระราชาธิบดีฟีลิป
ก่อนหน้า เอลีโย ดี รูโป
ถัดไป ซอฟี วีลแม็ส
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด ชาร์ล อีฟว์ ฌ็อง กีแลน มีแชล
21 ธันวาคม ค.ศ. 1975 (45 ปี)
นามูร์ เบลเยียม
พรรคการเมือง ขบวนการปฏิรูป
คู่อาศัย Amélie Derbaudrenghien
บุตร 2 คน
ศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยเสรีบรัสเซลส์
มหาวิทยาลัยอัมสเตอร์ดัม

ชาร์ล อีฟว์ ฌ็อง กีแลน มีแชล (ฝรั่งเศส: Charles Yves Jean Ghislaine Michel) เป็นนักการเมืองชาวเบลเยียมซึ่งในปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะมนตรียุโรป มีแชลเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเบลเยียมระหว่าง ค.ศ. 2014–2019

มีแชลเป็นรัฐมนตรีความร่วมมือเพื่อการพัฒนาใน ค.ศ. 2007 จนกระทั่งได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าขบวนการปฏิรูปซึ่งเป็นพรรคเสรีนิยมฝรั่งเศสในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011 ซึ่งเขาสามารถทำคะแนนเป็นอันดับสามในสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งทั่วไป ค.ศ. 2014 โดยภายหลังจากการต่อรองเพื่อจัดตั้งรัฐบาลพรรคร่วมฯ มีแชลได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากความร่วมมือระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลระหว่างขบวนการปฏิรูป-พันธมิตรเฟลมิชใหม่-โอเปิน เฟเอลเด-ประชาธิปไตยคริสเตียนและเฟลมิช โดยได้ถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ค.ศ. 2014 นับเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดของเบลเยียมตั้งแต่ ค.ศ. 1845

ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2018 รัฐบาลผสมของมีแชลสิ้นสุดลงภายหลังจากความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องข้อตกลงระหว่างประเทศเพื่อการย้ายถิ่น ซึ่งเป็นเหตุให้พรรคพันธมิตรเฟลมิชใหม่ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล มีแชลจึงขอลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ยังคงเป็นรักษาการนายกรัฐมนตรีต่อไป[1]

ในการเลือกตั้งทั่วไปใน ค.ศ. 2019 ขบวนการปฏิรูปได้รับคะแนนเสียงลดลงโดยมีแชลยังคงรับหน้าที่เป็นรักษาการนายกรัฐมนตรีในระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคร่วมรัฐบาล ต่อมาในวันที่ 2 กรกฎาคม ค.ศ. 2019 คณะมนตรียุโรปได้ออกเสียงเลือกมีแชลเป็นประธานคณะมนตรียุโรปคนใหม่ โดยรับหน้าที่ต่อจากดอนัลต์ ตุสก์ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 2019 โดยเริ่มต้นสมัยเมื่อ 1 ธันวาคม อย่างเป็นทางการ[2][3]

งานด้านการเมือง[แก้]

มีแชลได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใน ค.ศ 1999 ในเขตจังหวัดวอลลูนบราบันต์ซึ่งเป็นเหมือนที่มั่นสำคัญของขบวนการปฏิรูป

ใน ค.ศ. 2000 เขาได้รับเลือกเป็นรัฐมนตรีมหาดไทยในรัฐบาลวอลลูนในขณะที่เขามีอายุเพียง 25 ปี กลายเป็นรัฐมนตรีในการปกครองส่วนภูมิภาคที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์เบลเยียม[4] ในส่วนของการเมืองระดับท้องถิ่น มีแชลได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาเมืองวาฟวร์ใน ค.ศ. 2000 และใน ค.ศ 2006 ได้กลายเป็นนายกเทศมนตรีของเมือง

ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2007 มีแชลได้รับเลือกเป็นรัฐมนตรีความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในรัฐบาลเฟอร์โฮฟสตัต 3 และต่อเนื่องในรัฐบาลเลอแตร์ม 1, ฟัน โรมเปย 1 และ เลอแตร์ม 2[5]

หลังจากความล้มเหลวในการเลือกตั้งท้องถิ่นใน ค.ศ. 2009 มีแชลเป็นหนึ่งในสมาชิกที่กดดันเรียกร้องให้ดีดีเย แร็นเดิร์ส หัวหน้าขบวนการปฏิรูป ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ต่อมาพรรคก็ได้พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งทั่วไปใน ค.ศ. 2010 แร็นเดิร์สจึงลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค และมีแชลก็ได้ประกาศตัวเข้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแทน ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2011 เขาได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค จึงได้ลาออกจากการเป็นรัฐมนตรี[6]

อ้างอิง[แก้]

  1. Dunst, Charles. "Charles Michel to head Belgian caretaker government – POLITICO". Politico.eu. สืบค้นเมื่อ 2020-05-28.
  2. "Charles Michel takes over from Donald Tusk as President of the European Council". General Secretariat of the Council (ภาษาอังกฤษ). Press release. 29 November 2019. สืบค้นเมื่อ 2019-11-30.CS1 maint: others (link)
  3. eucopresident (29 November 2019). "It's time: I am handing over the #EUCO bell & this Twitter account to my friend @CharlesMichel. Best wishes, Mr President! Thank you all for accompanying me over the last 5 years! europa.eu/!Yd78Cd Don't worry, I will continue tweeting on @donaldtusk and @donaldtuskEPP" (ทวีต) – โดยทาง ทวิตเตอร์.
  4. "Charles Michel officiellement candidat à la présidence du MR". Le Vif. 13 December 2010.
  5. "20 March 2008 – Royal Orders. Government – Dismissals – Appointments" (PDF) (ภาษาดัตช์ และ ฝรั่งเศส). The Belgian Official Journal. 21 March 2008. pp. 3–4. สืบค้นเมื่อ 30 March 2008.
  6. "Michel vs. Reynders: waarom de MR elke keer wat anders zegt". De Morgen. 27 June 2014.