ชาผูเอ่อร์
บทความนี้คล้ายโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์
วิกิพีเดียมิใช่ช่องทางการสื่อสารการตลาดของหน่วยธุรกิจใด ๆ กรุณาเขียนใหม่ด้วยมุมมองที่เป็นกลาง และนำแหล่งข้อมูลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องออก |


ชาผูเอ่อร์ (จีน: 普洱茶) เป็นชาหมัก น้ำชามีสีดำและมีกลิ่นกับรสชาติที่เข้มข้น ผลิตจากใบชาที่ปลูกทางภาคใต้ของมณฑลยูนนาน ที่อำเภอผูเอ่อร์ โดยภาษาอี๋ของชาวอี๋ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ในมณฑลยูนนาน ซึ่งปัจจุบันชาชนิดนี้ได้แพร่หลายไปทั่วโลก
กรรมวิธีการผลิต
[แก้]ชาผูเอ่อร์มีกรรมวิธีการผลิดแบบโบราณโดยการหมักไว้ในเข่งตะกร้าสานด้วยไม้ไผ่และรองด้วยใบตอง จากนั้นจึงอัดเป็นก้อนตั้งแต่ขนาดเท่าหัวแม่มือ ไปจนถึงขนาดเท่ากับโต๊ะกลม ๆ แล้วเก็บรักษาเอาไว้ตั้งแต่ 1 ปี 5 ปี 10 ปี ไปจนถึง 20 ปี แล้วจึงนำออกขาย
ชาชนิดนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นก้อนเสมอไป แต่เพราะว่าสมัยโบราณการอัดเป็นก้อนสะดวกในการขนส่งมากกว่า
ความเป็นมา
[แก้]จากการค้นพบของนักประวัติศาสตร์และโบราณคดี พบว่า มีการใช้ชาผู่เอ่อร์เป็นเครื่องราชบรรณาการถวายแด่จักรพรรดิ์จีนมาตั้ง แต่เื่มื่อ 3,000 ปีก่อน แต่ในยุคสมัยนั้น ยังไม่เรียกใบชาชนิดนี้ว่า ชาผู่เอ่อร์ จนต่อมาเมื่อมาถึงยุคราชวงศ์ถังจึงได้เริ่มพัฒนาการเพาะปลูกใบชาภายใต้ชื่อ “ชาผู่เอ่อร์” นับแต่นั้นมา ชาผู่เอ่อร์จึงเริ่มเป็นที่รู้จัก และมีบทบาทที่สำคัญทางการค้าและเศรษฐกิจของประเทศจีน[1]
เมื่อเข้าสู่ยุคราชวงศ์ชิงอันเป็นราชวงศ์สุดท้ายของจีน ความนิยมชาผู่เอ่อร์ได้พุ่งขึ้นมาถึงจุดสูงสุด โดยในขณะนั้น ชาผู่เอ่อร์มีราคาจำหน่ายที่สูงมาก ยิ่งเป็นชาผู่เอ่อร์คุณภาพดีเป็นพิเศษด้วยแล้ว อาจมีราคาจำหน่ายสูงกว่าทองคำถึงสองเท่า และเริ่มมีการใช้ชาผู่เอ่อร์เป็นชาในพระราชสำนัก ซึ่งมีคำบอกเล่าว่า ชาผู่เอ่อร์เป็นชาที่พระนางซูสีไทเฮาทรงโปรดปรานยิ่งนัก จนถึงกับมีการใช้ชาผู่เอ่อร์นี้ เป็นเครื่องราชบรรณาการถวายให้แก่จักรพรรดิ์ หรือกษัตริย์ของประเทศอื่นๆ ด้วย
เมื่อถึงยุคที่ประเทศจีนเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ และสถาปนา “สาธารณรัฐประชาชนจีน” ขึ้นในปี ค.ศ. 1949 เป็นช่วงที่ธุรกิจใบชายูนนานซบเซาลงอย่างมาก จนถึงยุคสมัยหลังการเปิดประเทศ และปฏิรูปแผนพัฒนาเศรษฐกิจของจีน รัฐบาลมณฑลยูนนานก็มิได้ให้ความสนใจต่อการพัฒนาใบชาผู่เอ่อร์ แต่กลับให้ความสำคัญในการเพาะปลูกชาเขียว และชาแดง
เมื่อสังคมและเศรษฐกิจมีการพัฒนามากยิ่งขึ้น ชาวจีนมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผู้คนจึงเริ่มหันมาสนใจในการดูแลรักษาสุขภาพ และให้ความสำคัญกับรสชาติในการบริโภคมากยิ่งขึ้น ใบชาผู่เอ่อร์จึงเริ่มกลับมามีบทบาทในสังคมจีนอีกครั้งหนึ่ง และมิได้เป็นที่นิยมแต่เฉพาะในมณฑลยูนนาน หรือในประเทศจีนเท่านั้น หากแต่กระแสการดื่มชาผู้เอ่อร์ยังโด่งดังไปจนถึงฮ่องกง ไต้หวัน สิงค์โปร์ อเมริกา ฝรั่งเศส รวมถึงประเทศไทย
จึงทำให้รัฐบาลมณฑลยูนนานตระหนักถึงคุณค่า โอกาส และความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจของชาผู่เอ่อร์ ทำให้ศิลปะในการหมักบ่ม และการชงชาผู่เอ่อร์แต่โบราณได้ถูกนำมาศึกษาวิจัย และพัฒนาอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง ดังจะเห็นได้จากช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลมณฑลยูนนานได้ทุ่มงบประมาณด้านการประชาสัมพันธ์เส้นทางขนส่งชาผู่เออร์ (เส้นทางสายชา) รวมถึงรื้อฟื้นวัฒนธรรมโบราณ และประโยชน์ในการบริโภคชาผู่เอ่อร์ให้รู้จักกันอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น
อ้างอิง
[แก้]jibcha – ชาผู่เอ๋อ,ชาผู่เอ่อร์ เป็นชาที่ได้รับความสนใจ จากผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย
- ↑ "jibcha – ชาผู่เอ๋อ,ชาผู่เอ่อร์ เป็นชาที่ได้รับความสนใจ จากผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย". https://www.jibcha.com/. สืบค้นเมื่อ 2026-01-05.
{{cite web}}: ตรวจค่าวันที่ใน:|date=(วิธีใช้); ลิงก์ภายนอกใน(วิธีใช้)|date=