ชัยคียะฮ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

ชัยคียะฮ์ คือ ชาวมุสลิมกลุ่มหนึ่งที่ตามแนวทางของ เชคอะห์มัด อิบนิ ซัยนุดดีน อิห์ซานี ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งสำนักชัยคียะฮ์ขึ้น ภายหลังจาก อะห์มัด อิห์ซานี ผู้ที่ก่อตั้งนิกายนี้ขึ้นมาคือลูกศิษย์ของเขา ซัยยิด กาเซ็ม รัชตี ซึ่งเป็นตัวแทนหลังจากเขา.

ภายหลังจาก ซัยยิดกอเซ็ม มีหลายคนอ้างตัวเป็นตัวแทนของเขา แต่ผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในบุคคลเหล่านั้นคือ

มุฮัมหมัด กะรีมคาน เกรมานี ซึ่งได้รับอนุญาตในภารกิจหลายอย่างจากซัยยิดกอเซ็ม จึงเป็นที่ยอมรับของชาวชัยคียะฮ์ส่วนมาก ภายหลังจากมุฮัมหมัดกะรีม ชัยคียะฮ์แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กล่าวคือ กลุ่ม เกรมานียะฮ์ และ บาเกรียะฮ์.

อาลีมุฮัมหมัด เคยเป็นลูกศิษย์ของ ซัยยิดกอเซ็ม เมื่อครั้งอยู่กัรบาลา แต่ภายหลังจากการจากไปของซัยยิดกอเซ็ม เขาจึงอ้างตนในหลายต่อหลายเรื่องจึงทำให้ ชาวชัยคียะฮ์ลุกขึ้นต่อต้านเขา[1]

ตำรา[แก้]

ตำราที่โด่งดังที่สุดของสำนักชัยคียะฮ์คือ อรรถาธิบาย ซียารัต ญามะอะฮ์ กะบีเราะฮ์/อรรถาธิบาย อัรชียะฮ์/อับวาบ วัล อีมาน/ออลัมซัร/โต้ตอบบาบ/อิรชาดอัลอะวาม/ดะกออิก อัลอิลาจ/อรรถธิบาย อัลมะชาอิร/อรรถาธิบายอายะกุรซี/ ดะลีล อัลมุตะฮัยยีรีน/ อัลฟิฏเราะฮ์ อัสสะลีมียะฮ์/ฏอริก อันนิญาต/ฟัศลุล คิฏอบ/อัลกิตาบ อัลมุบีน/ กีฟายะอัลมะซาอิล/มิศบาฮ์ อัซซาลิกีน/ยะนาบิอ์ อัลฮิกมะฮ์/ ซอวาอิก อัลบุรฮาน/ ซัยนะบียะห์/อัซรอร อัชชะฮาดะฮ์/ อิจติฮาด วัตตักลีด/ ฟิฮ์เรสต์/อัตตักลีด/[2]

ซัยยิดกอเซ็ม รัชตี[แก้]

ซัยยิด กอเซ็มรัชตี เกิดเมื่อ ปี ๑๒๑๒ (ฮ.ศ) ซัยยิดกอเซ็มเป็นบุตรชายของกอเซ็มฮุไซนี ฮาอิรี ซึ่งบรรพบุรุษของเขาเป็นซัยยิดฮุไซนีจากเมืองมะดีนะฮ์ เขากำเนิดที่เมือง รัชต์ และเดินทางไปยังเมืองยาซด์ เมื่อเยาว์วัย เขาเป็นลูกศิษย์ของอะห์มัด อิห์ซานีและมีความรักต่ออาจารย์ของเขาเป็นอย่างมาก เขาได้ทำการเผยแพร่แนวทางชัยคียะฮ์จนกระทั่งจากโลกนี้ไป ณ เมืองกัรบาลา เขาเขียนตำรามากว่า ๑๕๐ เล่มเกี่ยวกับสำนักชัยคียะฮ์และทัศนะของเชคอะห์มัด อิห์ซานี.

ฮัจญี มุฮัมหมัด กะรีม คาน กิรมานี[แก้]

ท่านมุฮัมหมัดกะรีม คาน เป็นผู้นำคนที่สามของสำนักชัยคียะฮ์ ภายหลังการจากไปของ ซัยยิดกอเซ็ม หลังจากซัยยิดกอเซ็มเสียชีวิตลูกศิษย์หลายคนเชื่อว่า มุฮัมหมัดกะรีม คาน คือตัวแทนของเขา มุฮัมหมัดการีม เขียนหนังสือทั้งหมดมากกว่า ๒๐๐ เล่ม ซึ่งส่วนมากได้กล่าวถึงฮิกมัตของพระองค์จากทัศนะของชีอะฮ์ เขาเป็นลูกของอิบรอฮีมคาน ซุฮิรเจ้าเมืองเกรมาน และเป็นลูกเขยของ ชาฟัตฮ์อาลี แห่งราชวงศ์ กาญาร.[3][4][5]

ชัยคียะฮ์เกรมานี ถูกเรียกขานตามชื่อดังกล่าวเนื่องจาก มุฮัมหมัดกะรีมคานเป็นชาวเมืองเกรมาน และบางครั้งจะถูกเรียกว่า “กะรีมคอเนะ” หนึ่งในคุณลักษณะที่สำคัญของกลุ่มนี้คือ พวกเขาให้เกียรติและมีความรักต่อลูกหลานศาสดา(ศ็อลฯ) มาก นอกจากนั้นพวกเขายังมีวิธีที่พิเศษในการแสดงมารยาทต่อบุคคลในสำนักเดียวกัน.

ภายหลังจาก มุฮัมหมัดกะรีม คาน บุตรชายของเขาสองคนจึงเป็นตัวแทนของเขานามว่า มุฮัมหมัดคาน และ ซัยนุ้ลอาบิดีน เป็นผู้นำชัยคียะฮ์คนต่อไป ภายหลังพวกเขา อบุลกอเซ็ม อิบรอฮีมี บุตรชายของซัยนุ้ลอาบีดีน มารับตำแหน่งนี้ต่อไป และหลังจากเขา อับดุรริฎอ คาน บุตรชายของเขาได้ขึ้นเป็นตัวแทน .

เขาถูกลอบสังหารโดยกลุ่ม อัลฟัตห์ เกรมาน ในปีที่หนึ่งหลังจากการปฏิวัติอิสลามในอิหร่าน ปัจจุบันผู้นำของสำนักชัยคียะฮ์ คือ ซัยยิด อาลีมูซาวี อยู่ที่เมืองบัศเราะฮ์ สุสานของซัยยิด กอเซ็ม /มุฮัมหมัด กะรีมคาน/มุฮัมหมัดคาน และ ซัยนุ้ลอาบีดีน คาน อยู่ที่ ฮารอมท่านอิมาม ฮุเซน(อ.) สุสานของ อะบุลกอเซ็ม อยู่ที่ ฮารอมอิมามริฎอ(อ.) ส่วนสุสานของอับดุรริฎอคาน อยู่ที่เมืองกัรบาลา ปัจจุบันชาวชัยคียะฮ์ส่วนมากใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเกรมาน /คุรัมชะฮร์/ตับรีซ/บะนาบ/ซินูร/มัชฮัด/ชีรอซ/บัศเราะฮ์ และ กัรบาลา.

บาเกรียะฮ์[แก้]

«بบาเกรียะฮ์ คือ กลุ่มที่ตามแนวทางของ มีรซา มุฮัมหมัด บาเก็ร ชะรีฟ ฏอบาฏอบาอี เริ่มแรกเขาคือตัวแทนของมุฮัมหมัด กะรีมคานในเมือง นายีน และ ฮัมดาน หลังการเสียชีวิตของมุฮัมหมัดกะรีมเขาขัดแย้งกับมุฮัมหมัด คานในเรื่อง”ความเป็นหนึ่งเดียวแห่งตรรกะ”จึงทำให้แยกตัวออกและสร้างสำนักอื่นในชัยคียะฮ์ขึ้น.

ภายหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเดือนรอมฎอน (๑๓๑๕ ฮ.ศ) บ้านและทรัพย์สินของเขาถูกปล้นสะดม เขาหนีไปเตหะรานเพื่อรักษาชีวิตของตน เขาร้องเรียนและเชิญชวนกับผู้ปกครองในยุคนั้นสู่แนวทางของตน แต่เมื่อเขาไม่ได้รับคำตอบที่น่าพึงพอใจจากเจ้าเมืองเขาจึงเดินทางไปยังเมืองญุนดัก เขาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองญุนดักเป็นเวลาหลายปีทำให้มีผู้ตามบางส่วน จากเมืองนายีน/อิศฟาฮาน/ญุนดัก/มัชฮัด/ฮัมดาน และ เตหะราน

อาเซอร์ไบจานียะฮ์ ษิกอตุลอิสลาม[แก้]

ชัยคียะฮ์ สายอาเซอร์ไบจาน เป็นผู้ตามแนวทางของ มีรซา ชะฟิอ์ ษิกอตุลอิสลาม ของเมืองตับรีซ ชัยคียะฮ์ สายดังกล่าวถูกเรียกว่า “ษิกอตุล อิสลามียะฮ์” ภายหลังจากชะฟิอ์ บุตรชายของเขา มีรซา มูซา และ ภายหลังจากเขา มีรซาอาลี โด่งดังในนาม ษิกอตุลอิสลามที่สอง และหลังจากเขา มีรซามุฮัมหมัด ได้เป็นผู้นำของสำนักนี้ตามลำดับดังกล่าว นอกจากนั้นยังมีกลุ่มอื่น ๆ ที่แยกตัวภายใต้ชัยคียะฮ์ เช่น.

อาเซอร์ไบจาน ฮุจญะตุลอิสลาม[แก้]

- กลุ่ม อาเซอร์ไบจาน ฮุจญะตุลอิสลาม อีกกลุ่มหนึ่งจากชัยคียะฮ์คือ กลุ่ม ฮุจญะตุลอิสลาม ซึ่งตามแนวทางของ มีรซามุฮัมหมัด มามะกอนี เขาปฏิเสธ ซัยยิดมุฮัมหมัดอาลีบาบ




- กลุ่ม “อะมีด อิสลาม”ซึ่งเป็นชัยคียะฮ์ชาวตับรีซ - กลุ่มชัยคียะฮ์ อิฮกอกี หรือ เฆาฮารี ตามแนวทางของ ออคูนด์ มุลลา บาเก็ร อิสกูยี เขาคือผู้ยิ่งใหญ่ในเมืองกัรบาลา ลูกชายทั้งหลายของซัยยิดกอเซ็มเล่าเรียนกับเขา หนังสือที่โด่งดังของพวกเขาคือ “อิฮกอก อัลฮัก วัล อิบฏอล อัลบาฏิล”ถูกเขียนขึ้นเพื่อโจมตี มุฮัมหมัด กะรีมคาน ปัจจุบันกลุ่มนี้ใช้ชีวิตอยู่ ณ เมืองอาเซอร์ไบจาน กัรบาลา และประเทศคูเวต ผู้นำของเขาคือ เชค รอซุล อะฆกอนี [6]


กลุ่มบาบียะฮ์ ส่วนหนึ่งจากนิกายชัยคียะฮ์ ได้ตามแนวทางของ ฏอฮิร กุรรอตุลอีน ณ บาบ ภายหลังการจากไปของ ซัยยิด กอเซ็ม รัชตี จึงถูกเรียกว่า บาบียะห์” [7]

ความเชื่อของชัยคียะฮ์[แก้]

«หลักศรัทธา และ ปฏิบัติศาสนกิจของผู้ตามแนวทางชัยคียะฮ์มาจากอัลกุรอาน และ ซุนนะฮ์ของท่านศาสดา(ศ็อลฯ) กล่าวโดยรวมคือ กลุ่มชัยคียะฮ์คือชีอะฮ์ ที่พยายามตามแนวทางและคำสอนสั่งของบรรดาอิมามซึ่งเชื่อว่าอิมามนำมาจากอัลกุรอานและซุนนะฮ์ของท่านศาสดา(ศ็อลฯ )อย่างแน่นอน แต่พวกเขาไม่เชื่อในการวินิจฉัยด้วยสติปัญญาและตรรกะโดยมีทัศนะว่า ไม่ควรไว้วางใจต่อเหตุผลที่ถูกยืนยันด้วยสติปัญญา กิยาส หรือ ตรรกะซึ่งเป็นผลผลิตจากสติปัญญาที่บกพร่อง พวกเขาพยายามที่จะอรรถาธิบายถึงความประเสริฐของท่านศาสดา(ศ็อลฯ)และลูกหลานของท่าน และ กล่าวว่าเราไม่ควรคิดว่า คำสั่งสอนของอิสลามมีเพียงแค่บทบัญญัติ ในเรื่อง อิบาดะฮ์ หรือ มุอามิละฮ์ เพียงอย่างเดียว และกลุ่มใดที่มีความเชื่อเช่นนี้จะถูกตัดสินให้เป็นผู้กระทำผิดด้วยตนเอง เช่นเดียวกันพวกเขามีความเชื่อว่าแนวทางของเหล่าซูฟีที่มองว่าศาสนาอิสลามมีเพียงแต่เรื่องภายใน และละทิ้งภายนอกของการทำอิบาดะฮ์เป็นแนวทางที่ผิดเช่นกันพวกเขาเชื่อว่าแนวทางภายในเพียงอย่างเดียวไม่สามารถนำมนุษย์สู่พระองค์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และความเป็นจริงคือ มนุษย์จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งสอนของอิสลามในภายนอกให้ครบถ้วน และแสวงหาความเข้าใจเรื่องภายในเท่าที่ตนสามารถจะทำได้ ในความเป็นจริงแล้ว ชัยคียะฮ์คือกลุ่มชีอะฮ์ สิบสองอิมาม ตามแนวทางปฏิบัติ ญะอ์ฟะรียะฮ์ พวกเขาไม่ได้เพิ่มเติมสิ่งใดเพียงแต่พวกเขาเชื่อ ไม่ควรตัดสิ่งใด หรือ เพิ่มสิ่งใดในศาสนาของพระองค์

ชัยคียะฮ์ เชื่อในหลักศรัทธาสี่ข้อกล่าวคือ การรู้จักพระเจ้า นะบูวัต อิมามัต และหลักที่สี่คือการรู้จักชีอะฮ์อย่างสมบูรณ์แบบ นั้นือ (นั่นคือ)การรู้จักสื่อระหว่างมนุษย์และอิมามผู้เร้นกาย ซึ่งสื่อจะมีหน้าที่ในการเป็นสื่อกลางในทุกเรื่องระหว่างมนุษย์และอิมาม

  • ในความเชื่อของพวกเขาชีอะฮ์ที่สมบูรณ์แบบอาจไม่ถูกรู้จักอย่างชัดเจน แต่ด้วยหลักที่สี่พวกเขาชื่อว่าบุคคลเช่นนี้จะต้องมีอยู่จริงอย่างแน่นอน ตามฮาดีษของพวกเขา ได้กล่าวถึง๓๐ นะกีบ และ ๗๐ นะญิบ ซึ่งนะกีบและนะญิบคือผู้ที่ อยู่กับอิมามในทุกยุคทุกสมัย อาทิ ซัลมานในยุคสมัยของท่านศาสดา(ศ็อลฯ) อะบุลฟัฎล์ในยุคสมัยของท่านอิมามฮุเซน(อ.) และตัวแทนเฉพาะทั้งสี่ในยุคสมัยของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ.) หลักศรัทธาข้อที่สี่ไม่เป็นที่ยอมรับของกลุ่มอาเซอร์ไบจาน และถูกบรรยายโดยมุฮัมหมัด กะรีมคาน .
  • กลุ่มชัยคียะฮ์ความศรัทธาต่อมะอาดและความยุติธรรมของพระองค์เช่นเดียวกัน เพียงแต่พวกเขาเชื่อว่าการรูจักและศรัทธาต่อพระองค์และศาสดา(ศ็อลฯ)มีความสำคัญมากกว่า รวมถึงความเชื่อและการมีศรัทธาต่อพระองค์และศาสดาจะเป็นที่มาของคำสั่งสอนเกี่ยวกับมะอาด และ ความยุติธรรมของพระองค์ด้วย ความยุติธรรมเป็นหนึ่งในคุณลักษณะของพระองค์ซึ่งหากถูกนับให้เป็นหนึ่งในหลักศรัทธาแล้วจะมีเหตุผลอันใดที่เราจะไม่นับคุณลักษณะอื่น ๆ ของพระองค์เช่น ความรู้ ความเมตตา พลังอำนาจเป็นหนึ่งในหลักศรัทธาด้วยเช่นกัน
  • บรรดาชัยคียะฮ์ มีความเชื่อในเรื่องมะอาดและการฟื้นคืนชีพด้วยร่างกาย เพียงแต่ร่างกายของมนุษย์เมื่อสูญสลายไปแล้วจะเหลือเพียงร่างกายที่เป็นวัตถุที่นุ่มนวล(ละฏีฟ)ซึ่งปรากฏตามรูปร่างของมนุษย์ที่ถูกกล่าวถึงตามทัศนะของเชคอะห์มัด อิห์ซานี เขากล่าวว่า “มนุษย์มีสองร่างกาย ร่างที่หนึ่งคือวัตถุและภายนอกที่เราสามารถมองเห็นได้บนโลกนี้ซึ่งเปรียบเสมือนกับเสื้อผ้าของมนุษย์ และเมื่อมนุษย์ตายและถูกฝัง ร่างกายนั้นจะสลายและเหลือเพียงร่างกายที่สองที่เต็มไปด้วยการกระทำและจะอยู่ในหลุมฝังของเขา และในวันกิยามัต วิญญาณจะกลับสู่ร่างกายที่สองที่มีคุณลักษณะที่นุ่มนวลและแตกต่างจากร่างกายในโลกนี้ .
  • บรรดาชัยคียะฮ์มีความเชื่อในเรื่องมิอ์รอจของท่านศาสดา(ศ็อลฯ)เพียงแต่เชื่อว่าร่างกายของท่านศาสดาได้เปลี่ยนแปลงสภาพไปตามความเหมาะสมของแต่ละชั้นฟ้า ทัศนะที่แตกต่างนี้ไม่ได้มีเพียงชัยคียะฮ์เท่านั้นที่เชื่อ
  • หนึ่งในข้อแตกต่างระหว่างกลุ่มชัยคียะและชีอะฮ์กลุ่มอื่น ๆ คือ วิธีการนมาซซียาเราะฮ์กูโบร์ของบรรดาอิมาม พวกเขาจะยืนนมาซหันทางกิบละฮ์โดยให้กุโบร์ของอิมามอยู่ระหว่างกลางผู้ที่นมาซ และกิบละฮ์
  • นอกจากนั้นพวกเขายังคงให้เกียรติต่อผู้นำของพวกเขาไม่จะมีชีวิตหรือเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม
  • กลุ่มที่ต่อต้านชัยคียะฮ์กล่าวหาว่าพวกเขาเป็นฆอลี (เชื่อเลยเถิด) และนับถือบรรดาอิมามเป็นพระเจ้าและนับว่ากโบร์ของอิมามเป็นกิบละฮ์ แต่ความเป็นจริงพวกเพียงแค่แสดงมารยาทต่อบรรดาอิมามตามความเชื่อของพวกเขาเท่านั้น

منابع[แก้]

แม่แบบ:پانویس

  1. แม่แบบ:یادکرد وب
  2. مکتب شیخیه - المدرسة الشیخیة - Shaykhi School
  3. แม่แบบ:یادکرد ژورنال
  4. http://alabrar.info/webview.aspx?newbook=yes&book=introduction
  5. The Persian Presence in the Islamic World (Levi Della Vida Symposia), p. 103 By Ehsan Yarshater
  6. مشکور، محمدجواد، فرهنگ فرق اسلامی
  7. แม่แบบ:یادکرد کتاب