ชะฮีด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

 ชะฮีด หรือ การเสียสละชีวิต (เป็นภาษาอาหรับ โดยมีรากคำศัพท์คือ ش – ه – د มาจากคำว่า شهاده หมายถึง พยาน , การแสดงตน และการรับรอง) คือบุคคลที่ถูกทรมานหรือถูกสังหาร จากการไม่ยอมรับ ไม่ยอมจำนน ต่อความอธรรม เพื่อสนับสนุนและปกป้องความเชื่อที่ถูกต้อง.[1]

อิสลาม[แก้]

 ชะฮีด เป็นคำศัพท์ภาษาอาหรับ อยู่ในรูปฟอร์มอธิพจ (ซีเฆาะฮ์มุบาละเฆาะฮ์) จากรากศัพท์ شَهَدَ และมาจากรากศัพท์ (มัสดาร) شهاده โดยมีความหมายว่า พยาน การแสดงตน และการรับรอง. รูปฟอร์มซีเฆาะฮ์มุบาละเฆาะฮ์จะให้ความหมายว่า การกระทำที่ได้รับการรับรองของบุคคลนั้น.

 ฮะดีษบทหนึ่งจากท่านศาสดาอิสลาม (ศ็อลฯ) ได้กล่าวถึงบรรดาชะฮีดว่า


ชะฮีดกลุ่มที่ ๕ ถือเป็นชะฮีดกลุ่มแรกในศาสนาอิสลาม โดยบุคคลแรกที่ได้รับสถานภาพชะฮีดคือ สุมัยยะฮ์ มารดาของอัมมารยาซีร หลังจากนั้นคือท่านฮัมซะ (ลุงศาสดาแห่งอิสลาม) และท่านฮุเซนบินอาลี (หลานท่านศาสดาแห่งอิสลาม) โดยได้รับสมญานามว่า “หัวหน้าบรรดาชะฮีด”.

พระมหาคัมภีร์อัลกุรอานได้กล่าวถึงสถานภาพของบรรดาชะฮีดในซูเราะฮ์อาลิอิมรอน โองการที่ ๑๖๙ ถึง โองการที่ ๑๗๕ ความว่า “และเจ้าจงอย่าได้คิดเป็นอันขาดว่าบรรดาผู้ที่ถูกฆ่าในหนทางของอัลลอฮ์นั้นตาย หามิได้ พวกเขายังมีชีวิตอยู่ ณ พระเจ้าของพวกเขาในสภาพที่ได้รับปัจจัยยังชีพ (๑๖๙). ปลาบปลื้มต่อสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงประทานให้แก่พวกเขา จากความกรุณาของพระองค์และปิติยินดีต่อบรรดาผู้ที่ยังมาไม่ทันพวกเขาซึ่งอยู่เบื้องหลังพวกเขาว่าไม่มีความกลัวใดๆ แก่พวกเขา และทั้งพวกเขาจะไม่เสียใจ (๑๗๐). พวกเขาปิติยินดีต่อสิ่งอำนวยความสุขจากอัลลอฮ์ และความกรุณา (จากพระองค์) ด้วยและแท้จริงอัลลอฮ์นั้นจะไม่ทรงให้สูญหายซึ่งรางวัลของผู้ศรัทธาทั้งหลาย (๑๗๑)." 

นิยามของ “ชะฮาดัต” ในศาสนาอิสลาม[แก้]

 นิยามของ “ชะฮาดัต” ในหลักการศาสนาอิสลาม คือ การถูกสังหารในหนทางของพระเจ้า. ในศาสนาอิสลามเรียกบุคคลที่เสียสละชีวิตของตนเองในหนทางแห่งพระเจ้าว่า “ชะฮีด”. ตามศาสนบัญญัติของอิสลาม ผู้ที่เป็นชะฮาดัตไม่จำเป็นต้องทำฆุซุล (อาบน้ำศพ) และทำกะฟัน (ห่อศพ). โดยในหลักฐานบางส่วนได้รับจากวัจนะของศาสดาอิสลามได้บันทึกว่า บุคคลที่ได้รับตำแหน่งชะฮีด เขาจะได้เข้าสรวงสวรรค์โดยไม่มีการสอบสวนและคิดบัญชีใดๆ ทั้งนั้นสิ้น แม้กระทั่งการสอบสวนนั้นจะเป็นเรื่องราวของฮักกุลนาส (การลิดรอนสิทธิเพื่อนมนุษย) ก็ตาม. 

 ในตัฟซีรของนาศิร มะการิม ชีรอซีย์ ได้กล่าวว่า ในวันกิยามะฮ์ ชะฮีดจะร่วมอยู่กับศาสดาแห่งอิสลามเพื่อให้การรับรองการกระทำของบรรดาประชาชาติ. นิกายชีอะฮ์มีความเชื่อว่า ชะฮีด คือบุคคลที่ได้เสียชีวิตในสงครามก่อนที่สงครามจะจบลง โดยได้ร่วมสงครามกับท่านศาสดาแห่งอิสลาม หรือบรรดาอิมามมะอ์ซูม และหรือตัวแทนของอิมามมะอ์ซูมที่เฉพาะ. และเช่นกันหากบุคคลใดถูกสังหารในช่วงการฆอยบะฮ์ (เร้นกาย) ของอิมามมะฮ์ดีย์ ในช่วงขณะทำสงครามเพื่อการปกป้องและรักษาศาสนาอิสลาม (ไม่ใช่สงครามอื่นๆ) เขาก็มีสถานภาพ “ชะฮีด” เช่นกัน. และนอกเหนือจากสงครามดังกล่าวเขาไม่ใช่ “ชะฮีด” ถึงแม้ว่าจะได้รับมรรคผลเทียบเท่ากับชะฮีดก็ตาม. สำหรับบุคคลที่เป็น “ชะฮีด” (เสียชีวิต) ในสงคราม นั้นไม่จำเป็นต้องทำฆุซุล (อาบน้ำศพ) กะฟัน (ห่อศพ) และฮุนนูต (การแต่งศพโดยพิมเสน) แต่ให้ทำการนมาซมัยยิตและฝังศพนั้นด้วยเสื้อผ้าที่เขาสวมอยู่ นี้คือศาสนบัญญัติสำหรับบุคคลที่เป็นชะฮีด (เสียชีวิต) ในสงครามรบเพียงเท่านั้น. แต่สำหรับบุคคลที่ได้รับบาดเจ็บจากสงคราม และได้ออกจากสงครามมาแล้ว และได้เสียชีวิตลงในภายหลัง บุคคลดังกล่าวก็ได้รับมรรคผลแห่งชะฮีดเช่นกัน แต่ทว่าศาสนบัญญัติข้างต้น (ฆุซุล กะฟัน ฮุนนูต) นั้น ไม่ครอบคลุมสำหรับเขา.

 ฟัคร์ รอซีย์ และญารุลลอฮ์ ซะมัคชะรีย์ ได้รายงานวัจนะบทหนึ่งไว้ในตัฟซีรกะบีร และตัฟซีรกัชช็อฟ ว่า

“พึงรู้ไว้เถิดว่า บุคคลใดก็ตามที่ได้มอบความรักแก่วงศ์วานของมุฮัมหมัด และได้ตายจากโลกนี้ไป เท่ากับตายในสภาพ ชะฮีด”.

อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> เปิดผิดรูปหรือมีชื่อที่ใช้ไม่ได้อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> เปิดผิดรูปหรือมีชื่อที่ใช้ไม่ได้

ชะฮาดัต ในกฎหมายของอิหร่าน[แก้]

 ในประเทศอิหร่านคำว่า “ชะฮีด” ได้เด่นชัดขึ้นภายหลังจากการปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่านในปี 2522 ซึ่งผู้ที่ถูกสังหารในช่วงการปฏิวัติจะได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ที่เสียสละในการสู้รบกับฝ่ายอธรรม และจะได้รับสถานภาพชะฮีด. ตามกฎหมายของ “มูลนิธิแห่งชะฮีด” ในประเทศอิหร่านผู้ใดก็ตามไม่ว่าจะด้วยทางตรงหรือทางอ้อมซึ่งได้เกี่ยวข้องกับสงคราม และได้รับผลกระทบจากศัตรูของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน แล้วเสียชีวิตลง พวกเขาคือ “ชะฮีด”. โดยสมาชิกแห่งกองทัพ หรือหน่วยข่าวกรอง ไม่ว่าจะอยู่ในขณะการฝึกซ้อม หรือกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ และหรือหากถูกจับเป็นเชลย แล้วถูกทรมานแต่ก็ยังปกปิดความลับแห่งการปฏิวัติอิสลามอยู่ และได้เสียชีวิตลง พวกเขาเหล่านั้นคือ “ชะฮีด” และอยู่ในหมวด “กฎหมายชะฮีด” เช่นเดียวกัน. และกฎหมายนี้ยังรวมถึงบุคคลดังต่อไปนี้

  1. กองกำลังอาสาสมัคร (บาซีจ) และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกสังหารโดยอาชญากร.บุคคลที่ศาลตัดสินแล้วว่าได้เสียชีวิตโดยอาชญากรในขณะห้ามปรามการกระทำผิดบทบัญญัติ เพื่อ ส่งเสริมการกระทำความดี
  2. บุคคลที่ศาลตัดสินแล้วว่าได้เสียชีวิตโดยอาชญากรในขณะห้ามปรามการกระทำผิดบทบัญญัติ เพื่อ ส่งเสริมการกระทำความดี.
  3. บุคคลที่ได้รับบาดเจ็บและพิการ โดยแพทย์ได้วินิจฉัยแล้วว่า หากทำการรักษาหรือผ่าตัด เขาจะเสียชีวิตลง.
  4. บุคคลที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากสงคราม และได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ.
  5. บุคคลที่ได้รับยกเว้นพิเศษจากผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่าน.

เงื่อนไขผู้ที่อยู่ภายใต้กฎหมายชะฮีด

  1. นักรบที่เสียชีวิตระหว่างสงครามในพื้นที่ปฏิบัติการ เนื่องจากภัยธรรมชาติหรือไม่ใช่ภัยธรรมชาติ และไม่ได้เกิดโดยความประมาทหรือความผิดพลาดใดๆ.
  2. เจ้าหน้าที่กองกำลังและเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหม ที่เสียชีวิตขณะทดลองอาวุธ.
  3. ผู้อพยพในสงครามที่โดนระเบิดและได้เสียชีวิตลง.
  4. ๔. อิสลามแห่งอิหร่าน หรือทรัพย์สินส่วนรวม และหรือทรัพยากรธรรมชาติ.
  5. บุคคลที่ถูกฆ่าโดยอาชยากรแห่งการปฏิวัติ ในขณะได้รับคำสั่งให้ปกป้องฐานทัพ.[2]
  • ภาพถ่ายจากสุสานบรรดา ชะฮีด ณ เมืองนะญับฟ ออـบอด

อ้างอิง[แก้]

แม่แบบ:پانویس

  1. ^  ซูเราะห์อาลิอิมรอน โองการที่ ๑๖๙ ถึง ๑๗๑ :

«وَ لا تحْسبنَّ الَّذِینَ قُتِلُوا فی سبِیلِ اللَّهِ أَمْوَاتَا بَلْ أَحْیَاءٌ عِندَ رَبِّهِمْ یُرْزَقُونَ(۱۶۹) فَرِحِینَ بِمَا ءَاتَاهُمُ اللَّهُ مِن فَضلِهِ وَ یَستَبْشرُونَ بِالَّذِینَ لَمْ یَلْحَقُوا بهِم مِّنْ خَلْفِهِمْ أَلا خَوْفٌ عَلَیهِمْ وَ لا هُمْ یَحْزَنُونَ(۱۷۰) یَستَبْشرُونَ بِنِعْمَةٍ مِّنَ اللَّهِ وَ فَضلٍ وَ أَنَّ اللَّهَ لا یُضِیعُ أَجْرَ الْمُؤْمِنِینَ(۱۷۱)»

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  • Merriam-Webster's Learner's Dictionary
  • tums.ac.ir