ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ระวังสับสนกับ ฉัตรชัย บุตรพรม
ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี
Chatchai Butdee Rio2016.jpg
ชื่อจริงร.ต.ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี
รุ่นฟลายเวท
แบนตั้มเวท
ส่วนสูง167 เซนติเมตร
เกิด26 มีนาคม พ.ศ. 2528 (37 ปี)
อำเภอตาพระยา
จังหวัดสระแก้ว
สถิติเหรียญโอลิมปิก
ซีเกมส์
เหรียญทอง - ชนะเลิศ ซีเกมส์ 2009 แบนตั้มเวท
เหรียญเงิน - รองชนะเลิศ ซีเกมส์ 2011 ฟลายเวท
เหรียญทอง - ชนะเลิศ ซีเกมส์ 2013 ฟลายเวท
เหรียญทอง - ชนะเลิศ ซีเกมส์ 2017 แบนตั้มเวท
เหรียญทอง - ชนะเลิศ ซีเกมส์ 2019 แบนตั้มเวท
มวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์โลก
เหรียญทองแดง - อันดับที่ 3 อัลมาตี 2013 ฟลายเวท
มวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์เอเชีย
เหรียญทอง - ชนะเลิศ กรุงเทพ 2015 แบนตั้มเวท
ไทยแลนด์อินวิเตชั่นเนชั่นแนลบ็อกซิ่งทัวร์นาเมนต์ 2017
เหรียญทอง - ชนะเลิศ กรุงเทพ 2017 แบนตั้มเวท

ร้อยตรี ฉัตร์ชัย บุตรดี หรือ ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี (ชื่อเล่น: สด; สังกัดกองทัพภาคที่ 1) เป็นนักมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย จบจากโรงเรียนนายสิบทหารบกเหล่าทหารราบ

ประวัติ[แก้]

ฉัตร์ชัย บุตรดี เกิดวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2528 ที่อำเภอตาพระยา จังหวัดปราจีนบุรี (ปัจจุบัน คือ จังหวัดสระแก้ว) เป็นบุตรของนายเทือน กับนางทองมา บุตรดี จบการศึกษามัธยมศึกษาจากโรงเรียนปทุมคงคา และจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะศึกษาศาสตร์ สถาบันการพลศึกษาสุโขทัย และปริญญาโท หลักสูตร รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยทองสุข[2] ชีวิตครอบครัว สมรสกับ จุฑารัตน์ เนียมสุ่ม (จิ๊บ) ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2555[3] มีลูกสาวด้วยกัน 2 คน คือ เขมจิรา กับณพิชญา บุตรดี ฉัตร์ชัยเป็นคนที่ชื่นชอบกีฬาหลายประเภท และชื่นชอบทีมสโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล เป็นการส่วนตัว[4]

ฉัตร์ชัยเคยชกมวยไทยมาก่อนในชื่อ "ตาพระยา กิมเชียงก่อสร้าง" ประมาณ 80 ครั้ง แต่ทว่าไม่ประสบความสำเร็จ จึงหันมาชกมวยสากลสมัครเล่นในปี พ.ศ. 2548 ปรากฏว่าชกได้ดี จนกระทั่งได้ติดทีมชาติไทยชุด B และเป็นตัวแทนในรุ่นฟลายเวท (50 กิโลกรัม) สืบต่อจาก สมจิตร จงจอหอ ที่แขวนนวมไปหลังจากจบการแข่งขันโอลิมปิก 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

โดยผลงานการชกของฉัตร์ชัย เกียรติประวัติสูงสุด คือการคว้าแชมป์ปรีโอลิมปิก ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ในปี พ.ศ. 2550 และก่อนหน้านั้นก็คว้าแชมป์ประเทศไทยมาแล้ว 2 สมัย

ในการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 31 ที่กรุงเทพมหานคร ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2552 ซึ่ง วรพจน์ เพชรขุ้ม ได้เกิดอาการบาดเจ็บ ฉัตร์ชัยจึงถูกดันขึ้นมาชกในรุ่นแบนตั้มเวท (54 กิโลกรัม) นี้แทน และถือเป็นการชกในนามทีมชาติไทยชุด A เป็นครั้งแรก ซึ่งฉัตร์ชัยก็สามารถคว้าเหรียญทองมาครองได้ในที่สุด [5]

จากนั้นในปลายปีเดียวกัน ฉัตร์ชัยได้เป็นตัวแทนทีมชาติไทยในรุ่นแบนตั้มเวท ในการแข่งขันซีเกมส์ 2009 ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว ซึ่งฉัตรชัยก็สามารถโชว์ฟอร์มการชกได้อย่างน่าประทับใจ โดยในรอบแรกสามารถเอาชนะ ฮวน ทิปอน จากฟิลิปปินส์ เจ้าของเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ซึ่งเคยชนะวรพจน์มาด้วยในครั้งนั้น ด้วยจำนวน 4-9 หมัด และเป็นฝ่ายเอาชนะ มาเทียส มาดินกาน จากอินโดนีเซีย 11-2 หมัด ไปในรอบชิงชนะเลิศคว้าเหรียญทองมาได้ และยังคว้ารางวัลนักมวยยอดเยี่ยม หรือ Best Boxer ไปได้อีกด้วย[6] โดยฉัตร์ชัยถือเป็นนักมวยถนัดซ้าย ซึ่งหาได้ยากในวงการมวยสากลสมัครเล่นของไทย

หลังการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ฉัตร์ชัย ได้ทำการเปลี่ยนชื่อเป็น ฉัตร์ชัยเดชา เนื่องจากมีความคิดที่จะแก้เคล็ดที่ทำอะไรติดขัดและเสริมสิริมงคลของตนเอง[7]

ทีมชาติ[แก้]

เอเชียนเกมส์ 2010[แก้]

ในเอเชียนเกมส์ 2010 ที่นครกว่างโจว ประเทศจีน ฉัตร์ชัยเป็นตัวแทนทีมชาติไทยในรุ่นฟลายเวท ในรอบแรก ฉัตร์ชัยขึ้นชกเป็นคนแรกของทีมนักมวยไทย พบกับ สุรันจอย มาเยงบัม ซิงห์ นักมวยชาวอินเดียซึ่งเป็นตัวเต็งคนหนึ่งในรุ่นนี้ ปรากฏว่าฉัตร์ชัยแพ้ไป 7-2 หมัด โดยมาได้ 2 คะแนนในยกที่ 3 ซึ่งเป็นยกสุดท้าย ทำให้ต้องตกรอบแรกไป ทั้งที่เป็นนักมวยความหวังเหรียญทองคนหนึ่งของไทย[8]

ซีเกมส์ 2011[แก้]

ในซีเกมส์ 2011 ที่เมืองปาเล็มบัง ประเทศอินโดนีเซีย ฉัตร์ชัยสามารถทะลุไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้ แต่ก็เป็นฝ่ายแพ้ต่อ ฮูลิโอ เบรีย นักมวยชาวอินโดนีเซียเจ้าภาพไป 16-19 หมัด ได้เหรียญเงิน[9]

โอลิมปิก 2012[แก้]

ในโอลิมปิก 2012 ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ฉัตร์ชัยได้ผ่านเข้าไปแข่งขันในรอบสุดท้าย ด้วยการเป็นผู้ที่ผ่านเข้ารอบมวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์โลก ที่ประเทศอาเซอร์ไบจาน แม้จะแพ้ในรอบชิงชนะเลิศ โดยถือเป็น 1 ใน 3 นักมวยทีมชาติไทยในครั้งนี้ พร้อมกับ แก้ว พงษ์ประยูร และสายลม อาดี[10]

ซึ่งผลการแข่งขัน ปรากฏว่า ฉัตร์ชัยในรอบแรกสามารถเอาชนะนักมวยจากตุรกีไปได้อย่างสวยงาม แต่ทว่าในรอบต่อมา เมื่อเจอกับนักมวยจากคิวบา ก็แพ้ตกรอบไปอย่างขาดลอยเช่นกัน

รอบ คู่ชก วันที่ สถานที่ ผล
32 คน ตุรกี เซลซุค อีเกอร์ 30 กรกฎาคม เอ็กซ์เซล ลอนดอน 24-10[11]
16 คน คิวบา โรเบยซี รามีเรซ 3 สิงหาคม เอ็กซ์เซล ลอนดอน 10-22[12]

มวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์โลก 2013[แก้]

ในกลางปี พ.ศ. 2556 ฉัตร์ชัยถือเป็นนักมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทยเพียงคนเดียวที่ได้รับเหรียญรางวัลในรายการมวยสากลสมัครเล่นสมัครเล่นชิงแชมป์โลก ในรายการไอบ้า เวิลด์บ็อกซิ่ง แชมเปี้ยนชิพส์ อัลมาตี 2013 ที่เมืองอัลมาตี ประเทศคาซัคสถาน แม้จะเป็นเพียงเหรียญทองแดงก็ตาม โดยในครั้งนี้ กติกาการชกมวยสากลสมัครเล่นได้ให้ถอดเฮดการ์ดออก จะเปลี่ยนระบบการให้คะแนนเป็นให้ยกละ 10 คะแนนคล้ายกับมวยสากลอาชีพ ซึ่งนับว่าฉัตร์ชัยเป็นนักมวยทีมชาติไทยคนแรกในรอบหลายปีที่คว้าเหรียญรางวัลในรายการนี้ นับจากสมจิตร จงจอหอ ที่ได้เหรียญเงินในปี พ.ศ. 2550 ที่นครชิคาโก สหรัฐอเมริกา และโอมาร์ มาลากอน เทรนเนอร์ผู้ฝึกสอนชาวคิวบาได้ทำนายว่า ฉัตร์ชัยจะเป็นผู้ที่คว้าเหรียญทองมาได้ในโอลิมปิกครั้งหน้าที่บราซิล เหมือนเช่นสมจิตรที่ทำได้มาก่อน[13]

ซึ่งหลังจากการจบการแข่งขันครั้งนี้ ฉัตร์ชัยได้ขยับอันดับโลกในรุ่นฟลายเวทจากอันดับที่ 29 มาอยู่ที่อันดับ 6 ด้วย[14]

เอเชียนเกมส์ 2014[แก้]

ในเอเชียนเกมส์ 2014 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ฉัตร์ชัยเป็นตัวแทนทีมชาติไทยในรุ่นฟลายเวท ในรอบแรก ฉัตร์ชัยพบกับ อิลยาส สุไลมานอฟ นักมวยชาวคาซัคสถาน ปรากฏว่าฉัตร์ชัยเป็นฝ่ายโดนชกล้มลงไปให้กรรมการนับ 8 ในยกแรก จากนั้นแม้พยายามจะเดินหน้าออกหมัด แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ชัดเจน จนเมื่อครบ 3 ยก ก็เป็นฝ่ายแพ้ไปอย่างเป็นเอกฉันท์ 27-30, 28-29 และ 28-29 ทำให้ต้องตกรอบแรกในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ติดต่อกันถึง 2 ครั้ง [15]

ซีเกมส์ 2015[แก้]

ในซีเกมส์ 2015 ที่ประเทศสิงคโปร์ ฉัตร์ชัยขึ้นชกในรุ่นฟลายเวท โดยพบกับ เอียน คลาร์ก เบาติสตา นักมวยชาวฟิลิปปินส์ การชกของทั้งคู่เป็นไปอย่างสูสี ก่อนที่หมดยก 2 คอมพิวเตอร์ให้คะแนนเกิดขัดข้องต้องเปลี่ยนมาใช้วิธีเขียนด้วยมือแทน สุดท้ายครบ 3 ยก ฉัตร์ชัยเป็นฝ่ายแพ้คะแนนไปอย่างค้านสายตา 1-2 เสียง[16]

มวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์เอเชีย 2015[แก้]

ในมวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์เอเชีย 2015 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ฉัตร์ชัยได้เลื่อนขึ้นไปชกในรุ่นแบนตั้มเวท และเป็นหนึ่งใน 2 นักมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทยที่เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ (อีกหนึ่งคน คือ วุฒิชัย มาสุข) และเป็นฝ่ายเอาชนะ มูโรดจอน อัคห์มาดาเลฟ นักมวยชาวอุซเบกิสถาน ไปได้ 2-1 เสียง ทำให้ได้เหรียญทองและผ่านเข้าไปแข่งขันในรอบคัดเลือกมวยสากลสมัครเล่นในโอลิมปิก 2016 เลกแรกต่อไป[17]

มวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์โลก 2015[แก้]

ในมวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์โลก 2015 ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ซึ่งเป็นรายการคัดเลือกตัวเข้าไปแข่งขันรอบสุดท้ายในโอลิมปิก 2016 เลกแรก ฉัตร์ชัยสามารถเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้ แต่ต้องตกรอบไปเมื่อเป็นฝ่ายแพ้ต่อ มูโรดจอน อัคห์มาดาลิเยฟ นักมวยชาวอุซเบกิสถาน ที่ฉัตร์ชัยเคยเอาชนะมาได้ก่อนหน้านั้นเพียงเดือนเดียวในรายการมวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์เอเชีย 2015 ไป 3-0 เสียง ด้วยคะแนน 29-28, 30-27 และ 30-27[18]

โอลิมปิก 2016[แก้]

ฉัตร์ชัย (แดง) ในการชกกับวลาดิมียร์ นิกิติน ในโอลิมปิก 2016

ดูบทความหลักที่: กีฬามวยสากลสมัครเล่นในโอลิมปิกฤดูร้อน 2016 ในการแข่งขันโอลิมปิก 2016 ที่ริโอเดอจาเรโร ประเทศบราซิล ฉัตร์ชัยผ่านเข้าสู่การแข่งขัน โดยเป็นฝ่ายเอาชนะ มาร์ริโอ เฟอร์นันเดซ นักมวยชาวฟิลิปปินส์ไปได้ 3-0 เสียง ในการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ รายการคัดเลือกตัวเลก 2 โซนเอเชีย-โอเชียเนีย ได้ที่เมืองเฉียงอัน มณฑลเหอเป่ย ประเทศจีน[19] และในรอบชิงชนะเลิศก็เอาชนะ ชีวา ทาปา นักมวยชาวอินเดียไปได้ 3-0 เสียง[20]

ในรอบแรกโอลิมปิก 2016 ฉัตร์ชัยขึ้นชกในมุมน้ำเงิน เอาชนะ เคซ อัชฟาก นักมวยชาวสหราชอาณาจักรไปได้ 3-0 เสียง ด้วยคะแนน 29-28, 29-28 และ 29-28 โดยได้นับ 8 ในปลายยกที่ 2 ด้วย[21]

แต่ในรอบที่สอง ฉัตร์ชัยขึ้นชกในมุมแดง พบกับวลาดิมียร์ นิกิติน นักมวยชาวรัสเซีย ฉัตร์ชัยแพ้ไป 2-1 เสียง ด้วยคะแนน 29-28, 29-28 และ 28-29 ทั้งที่ฉัตร์ชัยเป็นฝ่ายชกได้จะแจ้งกว่าเห็นได้ชัดเจน พร้อมกับมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงผลการตัดสินอย่างมากมายในสังคมเว็บไซต์ออนไลน์[22]

รอบ คู่ชก วันที่ สถานที่ ผล
32 คน สหราชอาณาจักร เคซ อัชฟาก 10 สิงหาคม รีอูเซงตรู 3-0
16 คน รัสเซีย วลาดิมียร์ นิกิติน 14 สิงหาคม รีอูเซงตรู 2-1

ไทยแลนด์อินวิเตชั่นเนชั่นแนลบ็อกซิ่งทัวร์นาเมนต์ 2017[แก้]

ในการแข่งขันรายการไทยแลนด์อินวิเตชั่นเนชั่นแนลบ็อกซิ่งทัวร์นาเมนต์ 2017 ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2560 ที่บีจีฮอลล์ คลอง 3 จังหวัดปทุมธานี ฉัตร์ชัยได้เหรียญทอง ด้วยการเอาชนะ โช ฮโยนัม นักมวยชาวเกาหลีเหนือไปได้ขาดลอย 5-0 เสียง และยังได้รับเลือกให้เป็นนักมวยยอดเยี่ยมประจำการแข่งขัน หรือเบสต์บ็อกเซอร์อีกด้วย[23]



รางวัล[แก้]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ""โอมาร์ มาลากอน" หนักใจแทน 3 กำปั้นไทย ลุย "ลอนดอนเกมส์"". เดลินิวส์.
  2. "ศิษย์เก่าวิทยาลัยทองสุข จ่าสิบเอก แก้ว พงษ์ประยูร สายลม อาดี ฉัตรชัย บุตรดี". วิทยาลัยทองสุข. สืบค้นเมื่อ 8 September 2014.
  3. [ลิงก์เสีย] แต่งแล้ว จากข่าวสด
  4. "@jackie14ap : ปะทะ ฉัตรชัย บุตรดี แฟนปืนตัวจริง..." กระปุกดอตคอม. 16 August 2012. สืบค้นเมื่อ 14 July 2015.
  5. "กำปั้นไทยเอซิว5ทองครองคิงส์คัพ,อำนาจเบสต์บ็อกเซอร์". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2010-05-12. สืบค้นเมื่อ 2014-10-01.
  6. ฉัตรชัย บุตรดี เชือดอินโดนิ่ม คว้าทองที่สาม
  7. เจ้าสด ฉัตร์ชัย เอาเคล็ดเปลี่ยนชื่อใหม่หลังดวงแตกซ้ำซากใน เอเชียนเกมส์
  8. [https://web.archive.org/web/20101119021943/http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9530000162013 เก็บถาวร 2010-11-19 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน มวยความหวังริบหรี่ "ฉัตรชัย" ตัวเปิดตกรอบ จากผู้จัดการออนไลน์]
  9. อภิเชษฐ์กระทุ้งหม่อง55วิ.น็อก! แก้ว-วรพจน์ทอง ฉัตรชัยพ่ายอินโดเก็บถาวร 2013-11-09 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน จากเอ็มไทย
  10. [https://web.archive.org/web/20160305202440/http://www.manager.co.th/sport/viewnews.aspx?NewsID=9550000087368 เก็บถาวร 2016-03-05 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน มวยความหวังเหรียญทองโอลิมปิก? / ลักษมณ์ นันทิวัชรินทร์ จากผู้จัดการออนไลน์]
  11. ""ฉัตรชัย" หักคอไก่งวงเข้ารอบมวยอลป.จากผู้จัดการออนไลน์". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-03-05. สืบค้นเมื่อ 2014-10-01.
  12. ""ฉัตรชัย" พ่ายคิวบาร่วงรอบ 2 มวยอลป. จากผู้จัดการออนไลน์". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-08-06. สืบค้นเมื่อ 2014-10-01.
  13. หน้า 17-20 กีฬา, โค้ช'โอมาร์'ฟันธง'ฉัตรชัย'ทองอลป.. เดลินิวส์ฉบับที่ 23,391: วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2556 แรม 9 ค่ำ เดือน 11 ปีมะเส็ง
  14. หน้า 18-19 กีฬา, ฉัตร์ชัยอันดับพุ่ง สายลมรั้งที่4ไอบ้า. เดลินิวส์ฉบับที่ 23,398: วันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 12 ปีมะเส็ง
  15. ""เจ้าสด" โดนจิ้มร่วงยกแรก พ่ายคะแนนจอดป้าย". ผู้จัดการออนไลน์. 25 September 2014. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-03-05. สืบค้นเมื่อ 25 September 2014.
  16. ""ฉัตรชัย" พ่ายค้านสายตาร่วงซีเกมส์". ผู้จัดการออนไลน์. 7 June 2014. สืบค้นเมื่อ 8 June 2015.[ลิงก์เสีย]
  17. หน้า 16 ต่อหน้า 14 กีฬา, 'สด-เอ็ม'ชกสะใจแฟน. เดลินิวส์ฉบับที่ 24,069: วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2558 แรม 8 ค่ำ เดือน 9 ปีมะแม
  18. หน้า 14 ต่อหน้า 16 กีฬา, 'เอ็ม'เก็บชัย เข้าตัดเชือก. เดลินิวส์ฉบับที่ 24,104: วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2558 แรม 14 ค่ำ เดือน 10 ปีมะแม
  19. หน้า 17 ต่อหน้า 19 กีฬา, 'สด'อัดปินส์'ลม'สมหวังตีตั๋วไปอลป.. เดลินิวส์ฉบับที่ 24,277: วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2559 แรม 10 ค่ำ เดือน 4 ปีมะแม
  20. หน้า 17 ต่อหน้า 19 กีฬา, สดลั่นซ้อมหนักไปอลป.ต้องมีเฮสายลมวืดแค่เงิน. เดลินิวส์ฉบับที่ 24,278: วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2559 แรม 11 ค่ำ เดือน 4 ปีมะแม
  21. "ทะลุ 16 คน ! ฉัตรชัย บุตรดี ชนะอังกฤษ 3-0 มวยสากลสมัครเล่น โอลิมปิก 2016". ช่อง 7. August 10, 2016. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-08-13. สืบค้นเมื่อ August 11, 2016.
  22. หน้า 19 ต่อจากหน้า 17 กีฬา, อึ้งทั้งประเทศฉัตร์ชัยถูกโกงแพ้แต้มรัสเซีย. "ตะลึงฉัตร์ชัยชกดีแต่แพ้หมีขาวเฉย". เดลินิวส์ฉบับที่ 24,413: วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 9 ปีวอก
  23. หน้า 14 ต่อจากหน้า 16 กีฬา, 3นักชกไทยผงาดทองครองถ้วยคะแนนรวม. เดลินิวส์ฉบับที่ 24,650: วันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2560 ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 5 ปีระกา
  24. "น้องเมย์-เจ้าสด คว้านักกีฬาดีเด่น/โค้ชอ๊อด ได้ผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม". เอ็มไทย. 27 December 2013. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2014-08-21. สืบค้นเมื่อ 8 September 2014.
  25. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปี ๒๕๖๔, เล่ม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๒ ข หน้า ๒๘, ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]