ฉบับร่าง:รัตนา ห่อเร

    จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
    • Symbol opinion vote.svg ความคิดเห็น: ควรอ้างอิงท้ายบรรทัดเพื่อยืนยันความโดดเด่นด้วยครับ (ดูที่ วิธีการอ้างอิง) Nakare✝「T」 01:12, 13 มิถุนายน 2565 (+07)

    ป้ารัตนา
    เกิดรัตนา ห่อเร
    15 กันยายน พ.ศ. 2502 (62 ปี)
    บ้านแป้ง ตำบลโรงช้าง อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ประเทศไทย
    ชื่ออื่นต้อย (ชื่อเล่น)
    การศึกษาปริญญาตรี หลักสูตรพยาบาลศาสตร์
    อาชีพอดีตพยาบาล
    ปีปฏิบัติงานพ.ศ. 2526 – 2551 (พยาบาล), พ.ศ. 2564 – ปัจจุบัน (ดาวtiktok)
    มีชื่อเสียงจากคลิปขอให้พระทำโทษอย่างหนัก, รัตนา..ว่ายังไง!!!
    ศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก

    รัตนา ห่อเร เป็นที่รู้จักกันในชื่อ ป้ารัตนา (ชื่อเล่น ต้อย; เกิด 15 กันยายน พ.ศ. 2502) อดีตพยาบาลโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ เริ่มมีอาการป่วยเมื่อปี พ.ศ. 2551 ญาติพาไปรักษามาหลายที่ โดยในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2564 ได้มารักษาตัวที่บ้านหมอปลา จนโด่งดังจากวลี "ขอให้พระทำโทษอย่างหนัก","พี่โนชมาโอเค", "พระดลใจ" และอื่น ๆ

    ประวัติ[แก้]

    รัตนาเกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2502 ที่บ้านแป้ง ตำบลโรงช้าง อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี เป็นบุตรคนที่ 6 จากพี่น้อง 8 คน ของพ่อสท้านและแม่สะอิ้ง ห่อเร ทางบ้านนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก

    รัตนา จบการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ และได้ทำงานเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์

    ชีวิตส่วนตัวได้จดทะเบียนสมรสกับนายเปีย พนักงานรัฐวิสาหกิจ (การไฟฟ้า) ซึ่งเป็นเพื่อนกันพี่โนชญ์ มีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ น้องต้อง (ป้ารัตนาตั้งให้ชื่อเล่นคล้องจองกับตัวเอง)

    อาการป่วย[แก้]

    ป้ารัตนา เกิดอาการช็อกที่เห็นสามีตัวเองถูกเพื่อนบ้านเอามีดแทงปากเนื่องจากปากหมา จึงรีบที่จะโทรบอกพี่โนชญ์ที่เป็นตำรวจให้มาช่วย หลังจากนั้นป้ารัตนาก็เป็นลมหมดสติไป ญาติได้ดูแลจนกระทั่งป้ารัตนาได้สติตื่นขึ้นมา ต่อจากกนั้นป้ารัตนาก็เริ่มมีอาการป่วยโดยพูดแต่เรื่องเดิม ๆ เรื่องราวเหตุการณ์ในช่วงชีวิต 25 ปี เหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ ที่ชาวบ้านมากวักมือเรียก มามุงดูกันหลายคน การโทรบอกพี่โนชญ์

    หลังจากเหตุการณ์นั้น ญาติพี่น้องก็พาป้ารัตนาไปรักษาในที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งด้านวิทยาศาสตร์ แต่โรงพยาบาลศรีธัญญาไม่รับรักษา แพทย์เพียงแต่ให้ยามารับปประทานระงับอาการ เหตุผลเพราะว่าป้ารัตนาไม่ได้ป่วยทางจิตแต่ป่วยทางสมอง โดยเชื้อแบคทีเรียได้กินสมองส่วนหน้าของป้ารัตนา และทางไสยศาสตร์

    เมื่อสามีกับลูกก็ไม่สนใจใยดีที่จะดูแลป้ารัตนา ภาระการดูแลป้ารัตนาจึงตกเป็นของพี่สาว (วาสนา) โดยมีช่วงหนึ่งที่สามีจำใจต้องเอาไปดูแล พอเอากลับมาป้ารัตนามีรอยฟกช้ำ ถามสามีก็บอกว่าป้ารัตนาหกล้ม และถ้าจะให้ดูแลก็จะดูแลเหมือนหมูเหมือนหมา อีกทั้งลูกก็ไม่สนใจโดยให้เหตุผลว่าแม่จำตัวเองไม่ได้ และยังไปเปลี่ยนชื่อเล่นจาก ต้อง เป็นกิ๊ฟ รวมทั้งชื่อจริงและนามสกุล สามีก็ไปมีภรรยาใหม่ แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่ากับป้ารัตนา

    ญาติได้พาป้ารัตนามารักษาตัวที่บ้านหมอปลา (เพราะพี่วาสนาป่วยเป็นโรคไตระยะสุดท้ายไม่สามารถดูแลต่อไปได้) เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคม พ.ศ. 2564 หมอปลาก็รับรักษามาเรื่อย ๆ โดยได้มีการกระตุ้นป้ารัตนาในด้านต่าง ๆ จนอาการดีขึ้นมากในปัจจุบัน

    อ้างอิง[แก้]

    https://www.thairath.co.th/entertain/news/2309190 https://www.springnews.co.th/news/820617 https://hilight.kapook.com/view/220475 https://www.thainewsonline.co/news/829295