ฉบับร่าง:มาสเตอร์เชฟเซเลบริตี้ไทยแลนด์ ซีซันที่ 1

    จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
    มาสเตอร์เชฟเซเลบริตี้ไทยแลนด์ ซีซันที่ 1
    ประเภทเรียลลิตี้
    เสนอโดยปิยธิดา มิตรธีรโรจน์
    กรรมการภาสันต์ สวัสดิวัตน์
    ขวัญทิพย์ เทวกุล
    พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย
    ประเทศแหล่งกำเนิด ไทย
    จำนวนตอน8
    การผลิต
    ผู้อำนวยการผลิตกิติกร เพ็ญ​โรจน์, บริษัท เฮลิโคเนีย เฮช กรุ๊ป จำกัด
    ความยาวตอน110 นาที
    ออกอากาศ
    เครือข่ายช่อง 7 เอชดี
    ออกอากาศ1 พฤศจิกายน ค.ศ. 2020 (2020-11-01) –
    20 ธันวาคม ค.ศ. 2020 (2020-12-20)

    มาสเตอร์เชฟ เซเลบริตี้ ไทยแลนด์ เป็นรายการแข่งขันเรียลลิตีของซีรีส์ มาสเตอร์เชฟ ฉบับภาษาไทยในช่อง 7 เอชดีตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ถึง 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563

    ผู้เข้าแข่งขัน[แก้]

    ผู้เข้าแข่งขัน อายุ บ้านเกิด กลุ่ม สถานะ ชนะ
    พิชญ์ กาไชย[1] 33 กรุงเทพ A ชนะเลิศ
    ในวันที่ 20 ธันวาคม
    2
    ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ (มอส) 47 กรุงเทพ รองชนะเลิศ
    ในวันที่ 20 ธันวาคม
    0
    หนึ่งธิดา โสภณ (หนูนา) 28 นนทบุรี B 1
    ปวีณ์นุช แพ่งนคร (ปุ๊กกี้) 39 ราชบุรี 1
    ชินวุฒ อินทรคูสิน (ชิน) 31 กรุงเทพ B ถูกคัดออก
    ในวันที่ 6 ธันวาคม
    1
    ‎สมพล ปิยะพงศ์สิริ (ไก่) 51 กรุงเทพ ถูกคัดออก
    ในวันที่ 29 พฤศจิกายน
    0
    พิมรา เจริญภักดี (หวาน) 36 กรุงเทพ ถูกคัดออก
    ในวันที่ 22 พฤศจิกายน
    0
    ภัณฑิลา ฟูกลิ่น (แอร์) 33 กรุงเทพ A ถูกคัดออก
    ในวันที่ 15 พฤศจิกายน
    1
    ภัครมัย โปตระนันท์ (ตอง) 42 ชลบุรี ถูกคัดออก
    ในวันที่ 8 พฤศจิกายน
    1
    ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล (บุ๊คโกะ) 35 กรุงเทพ ถูกคัดออก
    ในวันที่ 1 พฤศจิกายน
    1

    ตารางการคัดออก[แก้]

    อันดับ ผู้เข้าแข่งขัน ตอน
    1 2 3 4 5 6 7/8
    1 พิชญ์ ผ่าน ผ่าน ชนะ ผ่าน ผ่าน กดดัน ผ่าน ชนะเลิศ
    2 มอส ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน กดดัน ผ่าน รองชนะเลิศ
    หนูนา สูง ผ่าน ชนะ ผ่าน ผ่าน กดดัน
    ปุ๊กกี้ สูง ต่ำ สูง ผ่าน ชนะ กดดัน
    5 ชิน ชนะ ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ออก
    แอร์ ผ่าน ต่ำ ผ่าน ผ่าน ชนะ ออก
    7 ไก่ ผ่าน ผ่าน ผ่าน ออก
    ตอง ผ่าน ชนะ ผ่าน ออก
    9 หวาน ผ่าน ออก
    บุ๊คโกะ ชนะ ออก
         (ชนะเลิศ) ผู้ชนะเลิศการแข่งขัน
         (รองชนะเลิศ) รองชนะเลิศการแข่งขัน
         (ชนะ) ผู้เข้าแข่งขันที่ชนะชาแลนจ์ (กล่องปริศนา หรือ บททดสอบความคิดสร้างสรรค์)
         (สูง) ผู้เข้าแข่งขันที่เข้าชิงเป็นจานที่ดีที่สุด แต่ไม่ชนะ
         (ผ่าน) ผู้เข้าแข่งขันไม่ได้ถูกเลือกเป็นจานที่ดีหรือแย่
         (ผ่าน) ผู้เข้าแข่งขันที่ทำไม่เสร็จในรอบแข่งขัน และรอดจากการถูกคัดออก
         (กดดัน) ผู้เข้าแข่งขันในด่านสุดท้ายก่อนเข้ารอบสุดท้ายและผ่าน บททดสอบความคิดสร้างสรรค์
         (ต่ำ) ผู้เข้าแข่งขันที่ทำผลงานได้แย่ในชาเลนจ์หรือ บททดสอบความคิดสร้างสรรค์ แต่เข้ารอบ
         (ออก) ผู้เข้าแข่งขันที่ถูกคัดออกประจำสัปดาห์

    เชฟที่ปรึกษา[แก้]

    ในซีซันที่ 1 ผู้เข้าแข่งขันจะมีเชฟที่ปรึกษาสำหรับให้คำปรึกษาในรอบการแข่งขันส่วนใหญ่ โดยเชฟที่ปรึกษาคือผู้เข้าแข่งขันบางคนที่อยู่ใน 5 อันดับแรกของมาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ ซีซันที่ 1 - 3

    เชฟที่ปรึกษา ตอน
    1 2 3 4 5 6
    เฟิร์ส แอร์
    เป่าเป้ ตอง
    จ๋า มอส พิชญ์
    พลอย พิชญ์ มอส
    เดียว บุ๊คโกะ แอร์
    แก้ว ปุ๊กกี้
    ริซ่า หนูนา ไก่ ปุ๊กกี้
    แมกซ์ ชิน
    เควส ไก่ ปุ๊กกี้ หนูนา
    แบงค์ หวาน หนูนา
    • กฎของเชฟที่ปรึกษา: เมื่อผู้ช่วยได้ยินเสียงกริ่ง พวกเขาต้องวิ่งตรงไปที่ฐานของผู้เข้าแข่งขัน อย่างไรก็ตาม เมื่อเสียงกริ่งดังอีกครั้ง (หลัง 5 นาที) ผู้ช่วยจะต้องกลับไปยังที่ที่ตนเองเคยอยู่
    • ในบททดสอบความละเอียดและความแม่นยำ รอบสุดท้ายของตอนที่ 1 - 3 และรอบชิงชนะเลิศ จะไม่มีเชฟที่ปรึกษาช่วยเหลือ

    ข้อมูลการออกอากาศ[แก้]

    ตอนที่ 1 : การทำอาหารจากหัวหมู[แก้]

    ออกอากาศ 1 พฤศจิกายน 2563
    • การแข่งกล่องปริศนา: ในการแข่งขันของผู้เข้าแข่งขันสาย A ในรอบแรก ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับเชฟที่ปรึกษาเป็นผู้ช่วยตามการสุ่มจากวงล้อแห่งบุญกุศล เมื่อได้เชฟที่ปรึกษาแล้วผู้เข้าแข่งขันจะต้องเริ่มแข่งขันจากโจทย์กล่องปริศนา โดยโจทย์กล่องปริศนาในรอบนี้ คือ หัวหมู ผู้เข้าแข่งขันจะต้องสร้างสรรค์อาหารจากหัวหมูในเวลา 60 นาที และมีการให้คำปรึกษาจากเชฟที่ปรึกษา 2 ช่วงเวลา ช่วงละ 5 นาที เมื่อกรรมการชิมอาหารของผู้เข้าแข่งขันทุกคนแล้ว ผู้ที่ทำอาหารออกมาได้ดีที่สุดและเป็นผู้ชนะ คือ บุ๊คโกะ
    • ผู้ชนะกล่องปริศนา: บุ๊คโกะ
    • บททดสอบความคิดสร้างสรรค์: โจทย์ในรอบนี้ คือ การสร้างสรรค์อาหารจากปู 3 ชนิด คือ ปูทาราบะ ปูม้า และปูเค็ม บุ๊คโกะ ผู้ชนะจากรอบที่แล้ว จะได้รับสิทธิ์เลือกวัตถุดิบให้ตนเองและผู้เข้าแข่งขันคนอื่น บุ๊คโกะได้เลือกปูทาราบะให้ตนเองและแอร์ ปูม้าให้ตอง และปูเค็มให้มอสและพิชญ์ ทั้งนี้ผู้เข้าแข่งขันมีเวลา 60 นาทีและได้รับความช่วยเหลือจากเชฟที่ปรึกษาเช่นเดิม แต่จะได้รับเพียง 5 นาทีแรกของการแข่งขันเท่านั้น ในการแข่งขันครั้งนี้ ตอง เป็นผู้ที่ทำอาหารออกมาได้ดีที่สุดและเป็นผู้ชนะ ส่วนแอร์และบุ๊คโกะคือผู้ที่ทำอาหารออกมาได้ไม่ดี โดยจานของแอร์มีความคิดสร้างสรรค์ที่น้อยเกินไป แต่รสชาติดี ส่วนจานของบุ๊คโกะมีความคิดสร้างสรรค์ที่ดี แต่รสชาติไม่ดี และเนื้อปูสุกเกินไป ผู้ที่ต้องออกจากการแข่งขันในสัปดาห์นี้คือ บุ๊คโกะ
    • ผู้ชนะ: ตอง
    • ผู้ที่ตกเป็นสองอันดับอาหารไม่สร้างสรรค์: แอร์และบุ๊คโกะ
    • ผู้ที่ถูกคัดออก: บุ๊คโกะ

    ตอนที่ 2 : การทำอาหารจากไข่[แก้]

    ออกอากาศ 8 พฤศจิกายน 2563
    • การแข่งกล่องปริศนา: ในการแข่งขันในสัปดาห์ที่สองของสาย A ผู้เข้าข่งขันจะยังคงได้รับความช่วยเหลือจากเชฟที่ปรึกษาเช่นเดิม แต่จะมีการหมุนวงล้อแห่งบุญกุศลใหม่เพื่อสับเปลี่ยนเชฟที่ปรึกษาทุกสัปดาห์ ในโจทย์กล่องปริศนาในสัปดาห์นี้ คือ วัตถุดิบจากญี่ปุ่น ดังต่อไปนี้ เนื้อวากิวริบอายเกรด A5, ปลาทูน่าบลูฟิน, หอยเชลล์โฮตาเตะ, วาซาบิสด, ถั่วแระญี่ปุ่น, องุ่นเคียวโฮ, สตรอว์เบอร์รีญี่ปุ่น, มะเขือม่วงญี่ปุ่น และไข่ปลาแซลมอน ทั้งนี้ผู้เข้าแข่งขันมีเวลา 60 นาทีในการแข่งขันรอบนี้ เมื่อกรรมการชิมอาหารของผู้เข้าแข่งขันทุกคนแล้ว ผู้ที่ทำอาหารออกมาได้ดีที่สุดและเป็นผู้ชนะ คือ พิชญ์
    • ผู้ชนะกล่องปริศนา: พิชญ์
    • บททดสอบความคิดสร้างสรรค์: การที่พิชญ์ชนะรอบกล่องปริศนา เขามีสิทธิพิเศษเหนือกว่าผู้อื่น นั่นคือ สามารถเลือกผู้เข้าแข่งขัน 2 คน ไม่ให้ได้รับความช่วยเหลือจากเชฟที่ปรึกษา โดยพิชญ์ได้เลือกมอสและตองไม่ให้ได้รับความช่วยเหลือ และในรอบนี้ผู้เข้าแข่งขันมีเวลาในซูเปอร์มาร์เก็ต 10 นาที แต่วัตถุดิบทั้งหมดในซูเปอร์มาร์เก็ต คือ ไข่ไก่ และมีวัตถุดิบเสริมในห้องอุปกรณ์สำหรับผู้เข้าแข่งขันทุกคน ทั้งนี้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนมีเวลา 60 นาที (ไม่รวมเวลาในซูเปอร์มาร์เก็ต) สำหรับการแข่งขันครั้งนี้ หลังจากกรรมการชิมอาหารของทุกคนแล้ว จานของตอง มีรสชาติและความคิดสร้างสรรค์ที่ดี แต่หมูที่อยู่ในอาหารไม่สุกพอ ทำให้เธอต้องออกจากการแข่งขัน
    • ผู้ที่ถูกคัดออก: ตอง

    ตอนที่ 3 : Pressure Test หมี่กรอบทรงเครื่องสูตรดั้งเดิม[แก้]

    ออกอากาศ 15 พฤศจิกายน 2563
    • การแข่งกล่องปริศนา: ในรอบนี้ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทำของหวานโดยวัตถุดิบในกล่องปริศนาดังต่อไปนี้ ช็อกโกแลต, สตรอว์เบอร์รี, มะม่วง, เมลอน, มะพร้าว, แป้งพัฟฟ์, ครีมชีส, ใบเตย, อัลมอนด์ และวุ้นผง ผู้เข้าแข่งขันมีเวลา 60 นาที และได้รับความช่วยเหลือจากเชฟที่ปรึกษาเช่นเดิม เมื่อกรรมการชิมอาหารของผู้เข้าแข่งขันทุกคนแล้ว ผู้ที่ทำอาหารออกมาได้ดีที่สุดและเป็นผู้ชนะ คือ แอร์
    • ผู้ชนะกล่องปริศนา: แอร์
    • บททดสอบความละเอียดและความแม่นยำ: ในการที่จะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องผ่านบททดสอบความละเอียดและความแม่นยำในรอบสุดท้ายนี้โดยไม่มีความช่วยเหลือจากเชฟที่ปรึกษา ซึ่งโจทย์ในรอบนี้ คือ หมี่กรอบทรงเครื่องสูตรดั้งเดิม ในเวลา 60 นาที ทั้งนี้ เชฟป้อมได้ทำการสาธิตการทำเมนูนี้และให้ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดจดสูตรตาม และจากรอบที่แล้ว แอร์ คือผู้ชนะ เธอจะได้รับวัตถุดิบทั้งหมดในการทำหมี่กรอบทรงเครื่อง ขณะที่ผู้เข้าแข่งขันอื่นจะต้องหยิบวัตถุดิบเองจากห้องอุปกรณ์โดยสามารถเลือกได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง หลังจากกรรมการได้ชิมหมี่กรอบของทั้งสามคน หมี่กรอบของทั้งสามคนไม่มีความประณีตเท่าที่ควร และผู้ที่ต้องออกจากการแข่งขันในรอบนี้ คือ แอร์
    • ผู้ที่ถูกคัดออก: แอร์

    ตอนที่ 4 : การทำอาหารจากหางจระเข้[แก้]

    ออกอากาศ 22 พฤศจิกายน 2563
    • การแข่งกล่องปริศนา: ในการแข่งขันของผู้เข้าแข่งขันสาย B ในรอบแรก ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับเชฟที่ปรึกษาเป็นผู้ช่วยตามการสุ่มจากวงล้อแห่งบุญกุศล เมื่อได้เชฟที่ปรึกษาแล้วผู้เข้าแข่งขันจะต้องเริ่มแข่งขันจากโจทย์กล่องปริศนา โดยโจทย์กล่องปริศนาในรอบนี้ คือ หางจระเข้ที่มาพร้อมหนัง ผู้เข้าแข่งขันจะต้องสร้างสรรค์อาหารจากหางจระเข้ในเวลา 60 นาที และต้องแล่หนังด้วยตัวเอง ในรอบนี้ มีการให้คำปรึกษาจากเชฟที่ปรึกษา 2 ช่วงเวลา ช่วงละ 5 นาที เมื่อกรรมการชิมอาหารของผู้เข้าแข่งขันทุกคนแล้ว สามจานที่ดีที่สุดเป็นของ ปุ๊กกี้ ชิน และหนูนา โดยผู้ชนะในรอบนี้ คือ ชิน
    • ผู้ชนะกล่องปริศนา: ชิน
    • บททดสอบความคิดสร้างสรรค์: จากรอบกล่องปริศนา ชิน คือผู้ชนะ เขาจะได้รับเวลา 60 นาทีในการสร้างสรรค์เมนูจากลิ้นวัว และจะได้รับสิทธิพิเศษในการกำหนดเวลาให้ผู้เข้าแข่งขันคนอื่น นั่นคือ 50 นาที และ 40 นาที โดยชินเลือกเวลา 50 นาทีให้หวานและหนูนา และเลือกเวลา 40 นาทีให้ปุ๊กกี้และไก่ ในรอบนี้ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับความช่วยเหลือจากเชฟที่ปรึกษาเช่นเดิม เมื่อกรรมการชิมอาหารของผู้เข้าแข่งขันทุกคนแล้ว มี 2 คนที่มีข้อผิดพลาดมากที่สุด คือ ปุ๊กกี้และหวาน และผู้ที่ถูกคัดออกในรอบนี้ คือ หวาน
    • ผู้ที่ตกเป็นสองอันดับอาหารไม่สร้างสรรค์: ปุ๊กกี้และหวาน
    • ผู้ที่ถูกคัดออก: หวาน

    ตอนที่ 5 : การทำเมนูต้นแบบของเชฟที่ปรึกษา[แก้]

    ออกอากาศ 29 พฤศจิกายน 2563
    • การแข่งกล่องปริศนา: ในการแข่งขันในสัปดาห์ที่สองของสาย B ในรอบแรก ผู้เข้าแข่งขันจะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเชฟที่ปรึกษา นั่นคือ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องแข่งขันด้วยตัวเอง ในกล่องปริศนารอบนี้ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทำอาหารเช้าสุดสร้างสรรค์ จากวัตถุดิบที่อยู่ในกล่อง ได้แก่ เบคอน แซลมอนรมควัน สะโพกไก่ ไข่ไก่ กล้วยหอม อะโวคาโด มะเขือเทศ เมล็ดกาแฟ และข้าวโอ๊ต ในเวลา 60 นาที หลังจากที่กรรมการชิมอาหารของผู้เข้าแข่งขันทุกคนแล้ว จานที่ดีที่สุดเป็นของ หนูนา
    • ผู้ชนะกล่องปริศนา: หนูนา
    • รอบคัดออก: ในการแข่งขันรอบนี้ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทำอาหารให้เหมือนจานต้นแบบของเชฟที่ปรึกษาทั้ง 4 คน ได้แก่ ริซ่า เควส แบงค์ และแมกซ์ โดยเมนูของทั้ง 4 คนจะมีกะทิเป็นวัตถุดิบหลัก เมนูของริซ่า คือ ราวีโยลีแกงปูใบชะพลูกรอบ เป็นเมนูที่ง่ายที่สุด มี 6 องค์ประกอบ เมนูของเควส คือ ลาซัญญาเนื้อขาแกะตุ๋นแกงบุ่มไบ่ มี 6 องค์ประกอบ เมนูของแบงค์ คือ ปันนาคอตตารวมมิตรข้าวโพด มี 7 องค์ประกอบ และเมนูของแมกซ์ซึ่งเป็นเมนูที่ยากที่สุด คือ ปิญญาโกลาดาในรูปแบบของหวาน มี 8 องค์ประกอบ ในรอบนี้ หนูนาจะได้รับสิทธิพิเศษ คือ เลือกเมนูของเชฟที่ปรึกษาแต่ละคน ให้ตัวเองและให้ผู้เข้าแข่งขันอื่นทุกคน ซึ่งหนูนาได้เลือกเมนูของแมกซ์ให้ชิน เมนูของแบงค์ให้ตัวเอง เมนูของเควสให้ปุ๊กกี้ และเมนูของริซ่าให้ไก่ ผู้เข้าแข่งขันทุกคนมีเวลา 70 นาทีในการแข่งขัน โดยเชฟที่ปรึกษาจะสอนและช่วยผู้เข้าแข่งขันได้ในเวลา 10 นาทีแรกเท่านั้น หลังจากที่กรรมการชิมอาหารของผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดแล้ว ผู้ที่ทำอาหารได้สมบูรณ์น้อยที่สุด คือ ไก่
    • ผู้ที่ถูกคัดออก: ไก่

    ตอนที่ 6 : Pressure Test ครอก็องบุช ครีมชาไทย[แก้]

    ออกอากาศ 6 ธันวาคม 2563
    • การแข่งกล่องปริศนา: ในการแข่งขันกล่องปริศนาครั้งสุดท้าย มีวัตถุดิบในกล่องเป็นวัตถุดิบพื้นบ้านไทย ได้แก่ ปลาดุก หอยแครง ไข่มดแดง ฝักกระถิน ผักกระเฉด มะรุม หัวปลี ดอกโสน ไข่ผำ มะอึก ละมุด และวุ้นเส้น ในรอบนี้เชฟที่ปรึกษามีสิทธิ์ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือเพียงครั้งเดียวใรช่วงแรกเท่านั้น หลังจากที่กรรมการชิมอาหารของผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดแล้ว ผู้ชนะในรอบนี้ คือ ปุ๊กกี้
    • ผู้ชนะกล่องปริศนา: ปุ๊กกี้
    • บททดสอบความละเอียดและความแม่นยำ: ในการแข่งขันครั้งสุดท้ายก่อนเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ผู้เข้าแข่งขันในสาย B จะต้องทำเมนูขนมสัญชาติฝรั่งเศส ครอก็องบุช ทำจากชูว์ครีมวางซ้อนกันเป็นรูปพีระมิด ในรอบนี้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 3 คนจะต้องทำครอก็องบุชสอดไส้ครีมชาไทยซึ่งเป็นสูตรของเชฟเอียน ครอก็องบุชที่ต้องการ จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้ แป้งชูว์ฟู อบจนมีเปลือกแข็ง ด้านในโปร่ง สามารถบีบไส้เข้าไปได้ รสชาติของไส้ มีกลิ่นชาไทยชัดเจน รสชาติของไส้กับแป้งเมื่อกินรวมกันจะต้องกลมกล่อม ไม่หวานจนเกินไป และครอก็องบุชจะต้องมีรูปทรงพีระมิดเหมือนต้นฉบับ มีความสูงไม่ต่ำกว่า 1 ฟุต (ต้นฉบับมีชูว์ครีมจำนวน 50 ชิ้น) ในเวลา 90 นาที ทั้งนี้ เชฟเอียน ได้สาธิตการทำครอก็องบุชและให้ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดจดสูตรตาม สำหรับปุ๊กกี้ ผู้ชนะในรอบที่แล้ว จะได้รับสิทธิ์ในการปรึกษาเชฟที่ปรึกษาคนใดก็ได้ผ่านไอแพดที่รายการเตรียมไว้ให้ 1 คน ในเวลา 5 นาที ตลอดการแข่งขัน ขณะที่ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นจะต้องทำเมนูนี้ด้วยตัวเองทั้งหมดโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือใด ๆ ระหว่างการแข่งขัน ปุ๊กกี้ได้ใช้สิทธิ์ในการปรึกษาเชฟที่ปรึกษา โดยเลือกปรึกษาแมกซ์ หลังจากที่กรรมการตรวจสอบผลงานของผู้เข้าแข่งขันทุกคนแล้ว ผู้ที่ต้องออกจากการแข่งขันในรอบนี้ คือ ชิน
    • ผู้ที่ถูกคัดออก: ชิน

    ตอนที่ 7 - 8 : การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ[แก้]

    ออกอากาศ 13-20 ธันวาคม 2563
    • รอบชิงชนะเลิศ : ผู้เข้าแข่งขันจากทั้งสองสาย จำนวน 4 คน ได้แก่ มอส พิชญ์ หนูนา และปุ๊กกี้ จะต้องรังสรรค์คอร์สอาหารทั้งสามเมนูได้แก่ อาหารเรียกน้ำย่อย (Appetizers), อาหารจานหลัก (Main Course) และของหวาน (Dessert) โดยจะแข่งทีละเมนู แต่ละเมนูมีเวลาทำอาหาร 60 นาที ผู้ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดจะได้เป็นมาสเตอร์เชฟ เซเลบริตี้ คนแรกของประเทศไทย
    • ผู้ชนะมาสเตอร์เชฟ เซเลบริตี้ ไทยแลนด์ : พิชญ์

    อ้างอิง[แก้]

    1. Kapook. "พิชญ์ กาไชย คว้าเงินล้าน ! หลังชนะศึก MasterChef Celebrity Thailand". สืบค้นเมื่อ 20 December 2020.