ฉบับร่าง:พรรคเศรษฐกิจไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พรรคเศรษฐกิจไทย
เลขาธิการเมธาวี เนตรไสว
ก่อตั้ง7 เมษายน พ.ศ. 2563 (1 ปี)
ที่ทำการ161/1 อาคาร เอส จี ทาวเวอร์ ห้อง M 1 ซอยมหาดเล็กหลวง 3 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
จำนวนสมาชิก  (ปี 2564)8,759
รองหัวหน้ารัชนี ศิวเวชช (รักษาการหัวหน้าพรรค)
รองเลขาธิการปุณิกา เศรษฐกุลดี
นโยบาย(๑) พรรคเศรษฐกิจไทยจะยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(๒) จะเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทยในกิจกรรมทางการเมือง และจะบริหารราชการแผ่นดินด้วยหลักธรรมาภิบาลและความซื่อสัตย์สุจริต
(๓) จะส่งเสริมความอยู๋ดีกินดีของประชาชนทุกระดับ และจะส่งเสริมและพัฒนาให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญรุ่งเรือง
(๔) กระจายดุลทางการปกครองและบริหาร เพื่อลดอำนาจรัฐไปให้ประชาชนในท้องถิ่นได้จัดการตนเองให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน เพราะปัญหาต่าง ๆ ในท้องถิ่นประชาชนในท้องถิ่นเท่านั้นย่อมรู้ดีที่สุด ฉะนั้น ในยุคโลกาภิวัฒน์ที่ความต้องการของประชาชนมีความหลากหลาย จึงจำเป็นที่ต้องให้คนรู้ปัญหาเป็นคนแก้ปัญหา ไม่ใช่เอาคนที่อื่นมาช่วยแก้ปัญหา
เหรัญญิกบุษบา ถนิมลักษณ์
ผู้ช่วยเหรัญญิกน้ำฝน ดอกบัว
อุดมการณ์(๑) พรรคเศรษฐกิจไทยจะอาศัยหลักกฎหมาย เหตุผล และหลักธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน และมุ่งส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(๒) พรรคเศรษฐกิจไทยจะดำเนินการทางการเมืองด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
(๓) พรรคเศรษฐกิจไทยจะส่งเสริมให้คนไทยมีที่ทำกิน มีที่อยู่ และมีอาชีพรองรับ และพัฒนาเศรษฐกิจให้อยู่ดี กินดี และมีความสุข
(๔) พรรคเศรษฐกิจไทยจะส่งเสริมและรักษาไว้ซึ่งจารีต ประเพณี ธรรมเนียมอันดีของชาติ ศิลปวัฒนธรรม การศึกษา ศาสนา และความปลอดภัยของประชาชน
(๕) ประเทศไทยจะส่งเสริมและรักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
โฆษกธรรศ สุวัชรนนท์
การเมืองไทย
รายชื่อพรรคการเมือง
การเลือกตั้ง

พรรคเศรษฐกิจไทย (อังกฤษ: Thai Economic Party) พรรคการเมืองของไทยที่จดทะเบียนก่อตั้งเป็นลำดับที่ 1/2563 เมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2563 โดยมีนาย ประสงค์ วรารัตนกุล และนาย เมธาวี อ่อนไสว เป็นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคคนแรก[1]

ต่อมาในวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2563 นายเชตวัน อนันตสมบูรณ์ รองหัวหน้าพรรคได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งโดยทางพรรคได้รับหนังสือได้หนังสือลาออกในวันรุ่งขึ้นทำให้เหลือกรรมการบริหารพรรคทั้งสิ้น 17 คน[2] จากนั้นได้มีกรรมการบริหารพรรคยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งอีก 2 คนคือ นายออมสิน แม้นจักร และ นายธาวิต แสวงดี ทำให้เหลือกรรมการบริหารพรรคทั้งสิ้น 15 คน[3]

ในวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2563 นายกัมพล ติยะรัตน์ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคลงวันที่ 2 กันยายนทำให้พ้นจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคจึงเหลือกรรมการบริหารพรรคทั้งสิ้น 14 คน[4]

โดยพรรคเศรษฐกิจไทยได้ปรากฏเป็นข่าวเมื่อมีกระแสออกมาว่า นาย ฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ให้คนมาจดทะเบียนจัดตั้งไว้ โดยทางพรรคได้จัดประชุมจัดตั้งสาขาพรรคครบทั้ง 4 ภาคแล้วและมีกำหนดจัดประชุมใหญ่ของพรรคในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564 แต่ด้วยสถานการณ์โควิดจึงจำเป็นต้องเลื่อนออกไปก่อน[5] ในเวลาต่อมาคณะกรรมการบริหารพรรคพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะเนื่องจากนายประสงค์ หัวหน้าพรรคได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเมื่อวันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2564 ทำให้พ้นจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคโดยทางพรรคได้รับหนังสือดังกล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2564 ทำให้คณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยู่พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะแต่ยังต้องดำรงตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมบริหารพรรคชุดใหม่[6]โดย นางรัชนี ศิวะเวชช ซึ่งเป็นรองหัวหน้าพรรคจึงได้รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าพรรค

จากนั้นในวันพุธที่ 29 กันยายน ปี พ.ศ. 2564 พันเอก สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้และผู้ร่วมก่อตั้ง พรรคพลังประชารัฐ ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่าเตรียมย้ายมาสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทยพร้อมคณะอีก 9 คนนำโดย นาย ทวี สุระบาล อดีต ส.ส. จังหวัดตรัง [7] แต่ในเวลาต่อมาพันเอกสุชาติได้ไปสมัครเป็นสมาชิก พรรคกล้า ของนาย กรณ์ จาติกวณิช

บุคลากร[แก้]

หัวหน้าพรรค[แก้]

ลำดับที่ ชื่อ เริ่มดำรงตำแหน่ง สิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง หมายเหตุ
1 ประสงค์ วรารัตนกุล 7 เมษายน พ.ศ. 2563 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564
- รัชนี ศิวะเวชช 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 ปัจจุบัน รองหัวหน้าพรรครักษาการในตำแหน่งหัวหน้าพรรค

เลขาธิการพรรค[แก้]

ลำดับที่ ชื่อ เริ่มดำรงตำแหน่ง สิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง หมายเหตุ
1 เมธาวี เนตรไสว 7 เมษายน พ.ศ. 2563 ปัจจุบัน รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการพรรค

อ้างอิง[แก้]