ฉบับร่าง:ประวัติ กำนันพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

อ้างอิง[แก้]

กำนันพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว เดิมประกอบอาชีพทำประมงชายฝั่ง ด้วยการเพาะเลี้ยงหอยแครง หอยแมลงภู่ ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์มาก ต่อสู่มาตั้งแต่ทางการยังไม่สามารถจัดการระบบในทะเลได้ จนมีความมั่นคงและมีความร่ำรวยจาการเลี้ยงหอย ชีวิตอยู่กับทะเลมาตลอด กำนันศักดิ์กล่าวถึงและเชิญชวนชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในการแย่งชิง คือการแย่งชิงทำความดีกัน ให้กล้าแสดงออกในการทำความดีโชว์กัน ตลอดระยะเวลา 2 ปี หรือกว่า 22 เดือนในการเดินพบปะพี่น้องประชาชน ที่ทำวันนี้เพื่ออุทิศตนให้ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นตัวเลือก กำนันศักดิ์ ลาออกจากทุกตำแหน่ง ลาออกจากกำนัน ลาออกจากนายกสมาคมกำนัน ฯ ตลอดระยะเวลาที่ลงพื้น 2 ปี ที่พบปะชาวบ้านต้องใช้เงินมากพอสมควร การเมืองแนวใหม่กำนันศักดิ์ใช้ความตั้งใจที่จะชักชวนประชาชนทุกระดับโดยเฉพาะรากหญ้า ตลอดระยะเวลา 2 ปี กำนันศักดิ์ มั่นใจว่าประชาชนรู้จักรับข้อมูล ไม่น้อยกว่า 90 เปอร์เซ็นของคนทั้งจังหวัด โดยสร้างกรอบความคิดว่าการลงการเมืองรอบนี้จะไม่แย่งชิงกับใคร แต่จะแสดงให้ประชาชนเห็นว่าตนเองเป็นตัวเลือกอีกคนหนึ่ง

สำหรับเรื่องเงินทองที่จะต้องนำไปใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง กำนันศักดิ์บอกว่า ผมรวยแล้ว "ผมรวยเพื่อน"จากที่เดินทางรอบจังหวัด ซึ่งไม่ได้รวยเงินทองหรือทรัพย์สินใดๆๆ

อาชีพของกำนันศักดิ์ คือการเลี้ยงหอยนางรม ประมาณ 370000 หลอด ปีหนึ่งได้หอยนางรม 4 แสนตัว เมื่อก่อนขายได้ตัวละ 19 บาท ตอนนี้ขายได้ตัวละ 35 บาท ปีละประมาณ 12 ล้านบาท นี้คืออาชีพ นอกจากนี้ ยังเลี้ยงหอยแครง ตลอดระยะเวลา 15 ปี ไม่เคยขาดทุนแม้นแต่ครั้งเดียว ประมาณ ปีละ 20-30 ล้านบาท ทุกปี นอกจากนี้ยังมีท่าทราย ทำร้านอาหาร และยังมีธุรกิจนากุ้ง จากธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และจากนี้ไปก็จะใช้ความสามารถไปทำงานเพื่อประชาชน

กำนันศักดิ์เล่าว่า พ่อแม่ลำบาก เกิดมาท่ามกลางปัญหาของครอบครัว มีชีวิตที่มีปมด้อย ก็ได้อาศัยอยู่กับยาย มีอาชีพย่างปลากระเบนขาย ยายยากจนไม่มีกำลังพอที่จะส่งเสียให้ได้เรียนหนังสือได้ ระดับประถมก็ได้ไปเรียนที่ท้ายเหมือง จังหวัดพังงา จนจบ ป.6 ศึกษาต่อมัธยมที่ ร.ร.ท้ายเหมืองวิทยา ช่วงนั้นประกอบอาชีพ เป็นกรรมกร และกลับมาสร้างครอบครัว ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากอาชีพค้าขาย ก็ได้ทุนไปกู้เงินจากหญ้ามาล้านกว่าบาท นำไปเลี้ยงหอยครั้งแรก โชคดีกำไร 2 ล้านกว่าบาท ผลประกอบการก็ดีขึ้นเรื่อยๆ

การตัดสินใจลงสมัครนายก อบจ.สุราษฎร์ธานี เพราะเห็นปัญหาชาวบ้านลำบาก อยากจะเห็นชาวบ้านมีความเป็นอยู่ดีกว่านี้ จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีทรัพยากรมากมาย ต้องดีกว่านี้ มาจาก เพราะสุราษฎร์เดินช้า น่าจะทำอะไรให้เจริญกว่านี้ ที่ผ่านมาผู้นำถูกขีดให้เดิน ตอนนี้เราจะไม่เดินตามหลังใครอีกแล้ว กำนันศักดิ์บอกว่ากล้าที่จะทำสิ่งที่บางคนไม่กล้า ต้องรู้ว่าขาดอะไร สถาบันครอบครัวขาดอะไรก็จะทำในสิ่งที่ไม่กล้าทำ ความตั้งใจที่จะพัฒนาแหล่งน้ำ เพราะน้ำคือชีวิต รับฟังปัญหาของชาวบ้านไปเป็นแนวทางการทำงาน และสร้างความรักความสามัคคีในจังหวัด ใช้การขับคลื่นไปด้วยกันระหว่างท้องที่กับท้องถิ่น

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

กำนันพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว เดิมประกอบอาชีพทำประมงชายฝั่ง ด้วยการเพาะเลี้ยงหอยแครง หอยแมลงภู่ ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์มาก ต่อสู่มาตั้งแต่ทางการยังไม่สามารถจัดการระบบในทะเลได้ จนมีความมั่นคงและมีความร่ำรวยจาการเลี้ยงหอย ชีวิตอยู่กับทะเลมาตลอด กำนันศักดิ์กล่าวถึงและเชิญชวนชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในการแย่งชิง คือการแย่งชิงทำความดีกัน ให้กล้าแสดงออกในการทำความดีโชว์กัน ตลอดระยะเวลา 2 ปี หรือกว่า 22 เดือนในการเดินพบปะพี่น้องประชาชน ที่ทำวันนี้เพื่ออุทิศตนให้ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นตัวเลือก กำนันศักดิ์ ลาออกจากทุกตำแหน่ง ลาออกจากกำนัน ลาออกจากนายกสมาคมกำนัน ฯ เพื่อที่จะอาสาไปทำหน้าที่นายก ฯ อบจ. ตลอดระยะเวลาที่ลงพื้น 2 ปี ที่พบปะชาวบ้านต้องใช้เงินมากพอสมควร การเมืองแนวใหม่กำนันศักดิ์ใช้ความตั้งใจที่จะชักชวนประชาชนทุกระดับโดยเฉพาะรากหญ้า ตลอดระยะเวลา 2 ปี กำนันศักดิ์ มั่นใจว่าประชาชนรู้จักรับข้อมูล ไม่น้อยกว่า 90 เปอร์เซ็นของคนทั้งจังหวัด โดยสร้างกรอบความคิดว่าการลงการเมืองรอบนี้จะไม่แย่งชิงกับใคร แต่จะแสดงให้ประชาชนเห็นว่าตนเองเป็นตัวเลือกอีกคนหนึ่ง

สำหรับเรื่องเงินทองที่จะต้องนำไปใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง กำนันศักดิ์บอกว่า ผมรวยแล้ว "ผมรวยเพื่อน"จากที่เดินทางรอบจังหวัด ซึ่งไม่ได้รวยเงินทองหรือทรัพย์สินใดๆๆ

อาชีพของกำนันศักดิ์ คือการเลี้ยงหอยนางรม ประมาณ 370000 หลอด ปีหนึ่งได้หอยนางรม 4 แสนตัว เมื่อก่อนขายได้ตัวละ 19 บาท ตอนนี้ขายได้ตัวละ 35 บาท ปีละประมาณ 12 ล้านบาท นี้คืออาชีพ นอกจากนี้ ยังเลี้ยงหอยแครง ตลอดระยะเวลา 15 ปี ไม่เคยขาดทุนแม้นแต่ครั้งเดียว ประมาณ ปีละ 20-30 ล้านบาท ทุกปี นอกจากนี้ยังมีท่าทราย ทำร้านอาหาร และยังมีธุรกิจนากุ้ง จากธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และจากนี้ไปก็จะใช้ความสามารถไปทำงานเพื่อประชาชน


กำนันศักดิ์เล่าว่า พ่อแม่ลำบาก เกิดมาท่ามกลางปัญหาของครอบครัว มีชีวิตที่มีปมด้อย ก็ได้อาศัยอยู่กับยาย มีอาชีพย่างปลากระเบนขาย ยายยากจนไม่มีกำลังพอที่จะส่งเสียให้ได้เรียนหนังสือได้ ระดับประถมก็ได้ไปเรียนที่ท้ายเหมือง จังหวัดพังงา จนจบ ป.6 ศึกษาต่อมัธยมที่ ร.ร.ท้ายเหมืองวิทยา ช่วงนั้นประกอบอาชีพ เป็นกรรมกร และกลับมาสร้างครอบครัว ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากอาชีพค้าขาย ก็ได้ทุนไปกู้เงินจากหญ้ามาล้านกว่าบาท นำไปเลี้ยงหอยครั้งแรก โชคดีกำไร 2 ล้านกว่าบาท ผลประกอบการก็ดีขึ้นเรื่อยๆ

การตัดสินใจลงสมัครนายก อบจ.สุราษฎร์ธานี เพราะเห็นปัญหาชาวบ้านลำบาก อยากจะเห็นชาวบ้านมีความเป็นอยู่ดีกว่านี้ จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีทรัพยากรมากมาย ต้องดีกว่านี้ มาจาก เพราะสุราษฎร์เดินช้า น่าจะทำอะไรให้เจริญกว่านี้ ที่ผ่านมาผู้นำถูกขีดให้เดิน ตอนนี้เราจะไม่เดินตามหลังใครอีกแล้ว กำนันศักดิ์บอกว่ากล้าที่จะทำสิ่งที่บางคนไม่กล้า ต้องรู้ว่าขาดอะไร สถาบันครอบครัวขาดอะไรก็จะทำในสิ่งที่ไม่กล้าทำ ความตั้งใจที่จะพัฒนาแหล่งน้ำ เพราะน้ำคือชีวิต รับฟังปัญหาของชาวบ้านไปเป็นแนวทางการทำงาน และสร้างความรักความสามัคคีในจังหวัด ใช้การขับคลื่นไปด้วยกันระหว่างท้องที่กับท้องถิ่น