จุงอิจิ อินาโมโตะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
จุงอิจิ อินาโมโตะ
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม จุงอิจิ อินาโมโตะ[1]
วันเกิด 18 กันยายน ค.ศ. 1979 (40 ปี)
สถานที่เกิด จังหวัดคาโงชิมะ ประเทศญี่ปุ่น
ส่วนสูง 1.81 เมตร (5 ฟุต 11.3 นิ้ว)
ตำแหน่ง กองกลาง
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
ฮกไกโด คอนซาโดเล ซัปโปโระ
สโมสรเยาวชน
1985–1992 Seiei Gakuen SC
1992–1997 กัมบะ โอซากะ
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
1997–2004 กัมบะ โอซากะ 105 (14)
2001–2002 อาร์เซนอล 0 (0)
2002–2004 ฟูลัม 41 (4)
2004–2006 เวสต์บรอมมิชอัลเบียน 28 (0)
2004–2005คาร์ดิฟฟ์ซิตี (ยืมตัว) 14 (0)
2006–2007 กาลาทาซาไร 25 (0)
2007–2009 ไอน์ทรัคท์ฟรังค์ฟวร์ท 43 (0)
2009–2010 แรน 5 (0)
2010–2014 คาวาซากิ ฟรอนตาเล 88 (3)
2015– ฮกไกโด คอนซาโดเล ซัปโปโระ 31 (0)
ทีมชาติ
1995 ญี่ปุ่น U-17 3 (0)
1998–1999 ญี่ปุ่น U-20 11 (4)
1998–2000 ญี่ปุ่น U-23 15 (5)
2000–2010 ญี่ปุ่น 83 (5)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้กับสโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 23 February 2016

จุงอิจิ อินาโมโตะ (ญี่ปุ่น: 稲本 潤一 โรมาจิInamoto Jun'ichi) เป็นนักฟุตบอลชาวญี่ปุ่น เล่นในตำแหน่งกองกลาง เกิดเมื่อวันที่ 18 กันยายน 1979 ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับสโมสรฮกไกโด คอนซาโดเล ซัปโปโระ

เส้นทางอาชีพ[แก้]

อินาโมโตะเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่ระดับเยาวชนกับกัมบะ โอซากะก่อนจะเซ็นสัญญาอาชีพในปี 1997 และเริ่มมีชื่อเสียงในวงกว้างเมื่อได้เซ็นสัญญากับอาร์เซนอลในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษในปี 2001

อินาโมโตะยิงได้ 2 ประตูในรายการฟุตบอลโลก 2002 แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้อาร์เซนอลเก็บตัวเอาไว้ และได้ปล่อยตัวออกมาก่อนที่ฤดูกาลต่อมาจะเริ่ม[2] หลังจากนั้น อินาโมโตะได้เซ็นสัญญากับทางฟูลัมด้วยสัญญายืมตัวระยะยาวจากกัมบะ โอซากะ[3] และเมื่อเริ่มปรับตัวเข้ากับการค้าแข้งที่ลอนดอนได้ มีชื่อเสียงด้านการเข้าบอลที่หนัก และมีสายตาที่แหลมคม อินาโมโตะเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นเมื่อทำได้ถึง 4 ประตูในการเจอกับสโมสรโบโลญญาในศึก Intertoto Cup โดยสามารถทำแฮตทริกได้ด้วย นอกจากนั้นยังยิงประตูให้ฟูลัมในการเจอกับ ทอตนัมฮอตสเปอร์ ซันเดอร์แลนด์ มิดเดิลส์เบรอ และ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในเกมพรีเมียร์ลีก และเอฟเวอร์ตันในเอฟเอคัพ จนกลายเป็นดาวเด่นในวงการฟุตบอลญี่ปุ่น แต่เมื่อโชคร้ายกระดูกแข้งหักในเกมอุ่นเครื่องกับทีมชาติอังกฤษ อินาโมโตะจึงต้องเดินทางกลับกัมบะ โอซากะ แม้ฟูลัมต้องการจะเซ็นสัญญาอีกครั้ง แต่สโมสรไม่แน่ใจว่าอินาโมโตะจะสลัดอาการบาดเจ็บได้เป็นปลิดทิ้งหรือไม่ จึงตัดสินใจไม่เซ็นสัญญา[4][5]

ในที่สุด อินาโมโตะได้เซ็นสัญญากับเวสต์บรอมมิชอัลเบียนด้ยค่าตัวเพียง 200,000 ปอนด์ แต่จะได้รับค่าจ้างก็ต่อเมื่อได้ลงสนามเท่านั้น[6] อย่างไรก็ตาม เมื่อแกรี เม็กสัน ผู้จัดการทีมได้โบกมือลาไป ไบรอัน ร็อบสัน ที่เข้ามาแทนนั้นก็ไม่ค่อยมั่นใจในความสามารถของอินาโมโตะ จึงได้ปล่อยให้คาร์ดิฟฟ์ซิตียืมตัวในช่วงหลังของฤดูกาล 2004-05[7] และทำผลานได้ประทับใจจนกระทั่งเวสต์บรอมมิชอัลเบียนเรียกตัวกลับมาเพื่อให้อยู่รอดในพรีเมียร์ลีก จนในฤดูกาล 2005-06 อินาโมโตะได้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอให้กับเวสต์บรอมฯ จนมีชื่อติดทีมชาติญี่ปุ่นลุยศึกฟุตบอลโลก 2006 และเป็นนักเตะคนแรกของเวสต์บรอมฯ ในรอบ 20 ปีที่ได้ลงเล่นรายการนี้

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2006 อินาโมโตะได้เซ็นสัญญาสองปีกับกาลาทาซาไร[8] และเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2007 ได้มีการประกาศว่าอินาโมโตะได้ร่วมทัพกับไอน์ทรัคท์ฟรังค์ฟวร์ทแบบไร้ค่าตัว[9] โดยได้ผนึกกำลังกับนาโอฮิโระ ทากาฮาระ รุ่นน้องในทีมชาติ แต่ได้ถูกปล่อยตัวเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2009 ในวัย 29 ปี

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2009 อินาโมโตะย้ายไปค้าแข้งกับสโมสรแรนในลีกเอิง ฝรั่งเศส[10] ก่อนที่จะย้ายกลับมาค้าแข้งที่ญี่ปุ่นอีกครั้งกับ คาวาซากิ ฟรอนตาเล ในวันที่ 11 มกราคม 2010 และเมื่อปี 2015 ได้ย้ายมาเล่นให้กับคอนซาโดเล ซัปโปโระ

การติดทีมชาติ[แก้]

การลงสนาม[แก้]

ทีมชาติญี่ปุ่น
ปี ลงสนาม ประตู
2000 14 0
2001 11 1
2002 11 2
2003 10 1
2004 6 0
2005 10 0
2006 4 0
2007 3 0
2008 2 0
2009 4 1
2010 8 0
รวม 82 5

อ้างอิง[แก้]

  1. "FIFA World Cup South Africa 2010: List of Players" (PDF). FIFA. 4 June 2010. p. 16. สืบค้นเมื่อ 20 April 2014.
  2. "Arsenal release Inamoto". BBC Sport. 10 June 2002. สืบค้นเมื่อ 30 April 2007.
  3. "Inamoto joins". Fulham Official Website. 15 July 2002. สืบค้นเมื่อ 10 April 2014.
  4. "Inamoto to leave Fulham". BBC Sport. 29 July 2004. สืบค้นเมื่อ 30 April 2007.
  5. "Inamoto signs extension". Fulham Official Website. 8 May 2003. สืบค้นเมื่อ 10 April 2014.
  6. "Inamoto signs for West Brom". BBC Sport. 31 August 2004. สืบค้นเมื่อ 30 April 2007.
  7. "Cardiff snap up Inamoto on loan". BBC Sport. 23 December 2004. สืบค้นเมื่อ 30 April 2007.
  8. "Inamoto leaves Baggies for Turkey". BBC Sport. 1 September 2006. สืบค้นเมื่อ 30 April 2007.
  9. "Inamoto kommt" (in German). kicker. 29 May 2007. สืบค้นเมื่อ 29 May 2007.
  10. "Junichi Inamoto rejoint le Stade Rennais F.C." (in French). staderennais.com. 19 June 2009. สืบค้นเมื่อ 19 June 2009.