ข้ามไปเนื้อหา

จีคิว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จีคิว
ปกฉบับเดือนมีนาคม ค.ศ. 2018 โดยมีทิโมธี ชาลาเมต์ ปรากฏบนหน้าปก
บรรณาธิการบริหารวิลล์ เวลช์
หมวดหมู่ผู้ชาย
นิตยสารราย10 ฉบับต่อปี
ผู้พิมพ์ผู้โฆษณากงเดนาสต์
ยอดพิมพ์รวม934,000 (2019)[1]
ฉบับแรก1931 (แอพพาเรลอาตส์)
1957 (เจนเทิลเมนส์ควอเตอร์ลี)
1967 (จีคิว)
บริษัทแอดวานซ์พับลิเคชันส์
ประเทศสหรัฐ
เมืองนครนิวยอร์ก
ภาษาจีน อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลี โปแลนด์ โปรตุเกส และสเปน
เว็บไซต์gq.com
ISSN0016-6979

จีคิว (อังกฤษ: GQ; ย่อจากคำว่า เจนเทิลเมนส์ควอเตอร์ลี (อังกฤษ: Gentlemen’s Quarterly) และเดิมใช้ชื่อว่า แอพพาเรลอาตส์ (อังกฤษ: Apparel Arts)) เป็นนิตยสารแฟชั่นผู้ชายระดับนานาชาติ ออกเป็นรายเดือน มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครนิวยอร์ก ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1931 มุ่งเน้นเนื้อหาเกี่ยวกับแฟชั่น วิถีชีวิต และวัฒนธรรมสำหรับผู้ชาย นอกจากนี้ยังมีบทความเกี่ยวกับอาหาร ภาพยนตร์ สุขภาพและการออกกำลังกาย เรื่องเพศ ดนตรี การท่องเที่ยว กีฬา ผู้มีชื่อเสียง เทคโนโลยี และหนังสือ

ประวัติ

[แก้]

นิตยสารแอพพาเรลอาตส์ เปิดตัวใน ค.ศ. 1931 ในสหรัฐ[2] เป็นนิตยสารแฟชั่นสำหรับผู้ชายในแวดวงอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้ซื้อขายส่งและผู้ค้าปลีกเป็นหลัก ในระยะแรก นิตยสารมีการพิมพ์จำนวนจำกัด และจัดทำขึ้นเฉพาะสำหรับผู้ที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรม เพื่อใช้เป็นสื่อแนะนำลูกค้าในด้านแฟชั่น ความนิยมของนิตยสารนี้ในหมู่ลูกค้าปลีก ซึ่งมักหยิบนิตยสารจากร้านค้ามาอ่านเอง ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการก่อตั้งนิตยสารเอสไควร์ (Esquire) ขึ้นใน ค.ศ. 1933[3][4]

แอพพาเรลอาตส์ ตีพิมพ์ต่อเนื่องมาจนถึงปี 1957 ก่อนจะถูกปรับโฉมเป็นนิตยสารรายไตรมาสสำหรับผู้ชาย ซึ่งจัดพิมพ์โดยบริษัทเอสไควร์อิงก์ (Esquire Inc.)[5] เป็นเวลาหลายปี คำว่าแอพพาเรล (Apparel) ถูกตัดออกจากตราสัญลักษณ์ของนิตยสารในฉบับฤดูใบไม้ผลิปี 1958 หลังจากตีพิมพ์ได้เก้าฉบับ และได้ใช้ชื่อใหม่ว่าเจนเทิลเมนส์ควอเตอร์ลี[6]

ใน ค.ศ. 1967 นิตยสารได้ปรับภาพลักษณ์ใหม่ภายใต้ชื่อจีคิว[2] ต่อมาใน ค.ศ. 1970 ความถี่ในการจัดพิมพ์ได้เพิ่มจากรายไตรมาสเป็นรายเดือน[2] และใน ค.ศ. 1979 บริษัทกงเดนาสต์ได้เข้าซื้อกิจการนิตยสารนี้ โดยมีอาร์ต คูเปอร์ เป็นบรรณาธิการผู้เปลี่ยนทิศทางของนิตยสาร ให้ขยายขอบเขตเนื้อหานอกเหนือจากแฟชั่นเพียงอย่างเดียว จนทำให้จีคิว กลายเป็นนิตยสารผู้ชายแนวทั่วไปที่สามารถแข่งขันกับเอสไควร์ได้อย่างเต็มตัว.[7]

นอนนี มัวร์ ได้รับการว่าจ้างจากนิตยสารจีคิว ให้ดำรงตำแหน่งบรรณาธิการแฟชั่นใน ค.ศ. 1984 หลังจากที่เธอเคยดำรงตำแหน่งเดียวกันในนิตยสารมาดมัวแซล (Mademoiselle) และฮาร์เปอส์บะซาร์ มาก่อน จิม มัวร์ ผู้อำนวยการฝ่ายแฟชั่นของนิตยสารในขณะที่เธอถึงแก่อสัญกรรมใน ค.ศ. 2009 ได้กล่าวว่าการแต่งตั้งเธอถือเป็นเรื่องที่ไม่ปกติ โดยระบุว่า "เธอไม่ได้มาจากสายงานเสื้อผ้าบุรุษ ดังนั้นหลายคนจึงมองว่าเธอเป็นตัวเลือกที่แปลก แต่แท้จริงแล้วเธอคือคนที่เหมาะสมที่สุด" จิม มัวร์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่าเธอได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ของนิตยสารให้มีความหรูหราและเป็นทางการมากขึ้น โดยกล่าวว่า "เธอช่วยแต่งแต้มความสง่างามให้กับหน้ากระดาษ รวมถึงช่วยยกระดับการแต่งกายของผู้ชาย พร้อมทำให้รูปแบบเนื้อหามีความน่าสนใจ หลากหลาย และเข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้อ่านชาย"[8]

นิตยสารจีคิว มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับแนวคิดเรื่องเมโทรเซ็กชวลลิตี (metrosexuality) นักเขียนชื่อมาร์ก ซิมป์สัน เป็นผู้บัญญัติศัพท์คำนี้ขึ้นในบทความที่เขาเขียนให้กับหนังสือพิมพ์อังกฤษดิอินดีเพ็นเดนต์ ซึ่งเป็นบทความเกี่ยวกับการเยี่ยมชมงานนิทรรศการของจีคิว ในกรุงลอนดอน โดยเขาเขียนไว้ว่า "การส่งเสริมแนวคิดเมโทรเซ็กชวลลิตีถูกผลักดันโดยสื่อแฟชั่นบุรุษ ได้แก่ นิตยสารอย่างเดอะเฟซ จีคิว เอสไควร์ อารีนา และเอฟเอชเอ็ม ซึ่งเกิดขึ้นในคริสต์ทศวรรษ 1980 และยังคงเติบโตเรื่อยมา... พวกเขาเติมเต็มหน้านิตยสารด้วยภาพของชายหนุ่มผู้หลงใหลในตนเอง สวมใส่เสื้อผ้าและเครื่องประดับตามสมัยนิยม และกระตุ้นให้ชายหนุ่มคนอื่น ๆ มองพวกเขาด้วยความอิจฉาผสมความหลงใหล"[9][10] นิตยสารจีคิว ได้ขยายขอบเขตเนื้อหานอกเหนือจากประเด็นด้านครรลองชีวิต[11] โดยนิตยสารเดอะสเปกเทเตอร์ (The Spectator) ได้ขนานนามจีคิวว่าเป็น "คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของทุนนิยมตื่นรู้"[12]

ใน ค.ศ. 2016 จีคิว ได้เปิดตัวนิตยสารภาคแยกรายไตรมาสชื่อจีคิวสไตล์ (GQ Style) โดยมีวิล เวลช์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งบรรณาธิการฝ่ายสไตล์เป็นผู้ดูแลโครงการ ก่อนจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของนิตยสารในเวลาต่อมา[13]

ใน ค.ศ. 2018 นักเขียนเรเชล คาดซี กานซา ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ สาขาบทความเชิงสารคดี จากบทความที่เธอเขียนให้กับนิตยสารจีคิว ว่าด้วยเรื่องของดีแลน รูฟ (Dylann Roof) ผู้ก่อเหตุกราดยิงโบสถ์ในชาร์ลสตัน[14] ในเดือนกันยายนปีเดียวกันนั้น วิล เวลช์ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบรรณาธิการบริหารของจีคิว สืบต่อจากจิม เนลสัน ใน ค.ศ. 2020 จีคิวได้เปิดตัวร้านค้าออนไลน์และสินค้าชุดแรกของตนเอง ภายใต้ชื่อจีคิวช็อป (GQ Shop) โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดได้รับการออกแบบโดยบรรณาธิการและผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของเว็บไซต์จีคิว[15]

บุรุษแห่งปี

[แก้]

นิตยสารจีคิว ฉบับสหรัฐอเมริกา ได้จัดการมอบรางวัลบุรุษแห่งปี (Men of the Year) เป็นครั้งแรกใน ค.ศ. 1996 และตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับผู้ได้รับรางวัลเหล่านั้นในฉบับพิเศษ[16] ในฉบับสหราชอาณาจักร (British GQ) เริ่มจัดทำรางวัลประจำปีบุรุษแห่งปี ใน ค.ศ. 2009[17] ขณะที่จีคิวอินเดีย จัดทำในรูปแบบของตนเองขึ้นในปีถัดมาคือปี 2010[18] ต่อมา จีคิวฉบับสเปนและบราซิลได้เริ่มจัดทำรางวัลบุรุษแห่งปีในปี 2011[19][20] ส่วนจีคิวออสเตรเลีย ได้ริเริ่มการจัดทำดังกล่าวก่อนหน้าแล้วตั้งแต่ปี 2007[21]

ยอดการจำหน่าย

[แก้]

นิตยสารฉบับดังกล่าวรายงานว่ามีจำนวนผู้อ่านที่ชำระค่าสมาชิกโดยเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 934,000 ฉบับในครึ่งปีแรกของ ค.ศ. 2019[1] ลดลงร้อยละ 1.1 จาก 944,549 ฉบับในปี 2016 และลดลงร้อยละ 2.6 จาก 958,926 ฉบับในปี 2015[22]

ตามรายงานของสำนักตรวจสอบการจำหน่ายสิ่งพิมพ์แห่งสหราชอาณาจักร (Audit Bureau of Circulations: UK) นิตยสารบริติชจีคิว มีจำนวนการจำหน่ายเฉลี่ย 103,087 ฉบับในครึ่งปีแรกของ ค.ศ. 2019[23] ลดลงร้อยละ 6.3 จาก 110,063 ฉบับในครึ่งปีหลังของ ค.ศ. 2018[24] และลดลงร้อยละ 10.3 จาก 114,867 ฉบับในครึ่งปีหลังของ ค.ศ. 2013[25]


อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 Williams, Alex (November 7, 2019). "As Men Are Canceled, So Too Their Magazine Subscriptions". The New York Times. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ December 20, 2019. สืบค้นเมื่อ January 12, 2020.
  2. 1 2 3 Sterlacci, Francesca; Joanne Arbucklee (2009). The A to Z of the Fashion Industry. Lanham, MD: Scarecrow Press. p. 101. ISBN 978-0810870468. สืบค้นเมื่อ July 16, 2013.
  3. "Esquire | American magazine". Encyclopedia Britannica (ภาษาอังกฤษ). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ August 1, 2017. สืบค้นเมื่อ March 6, 2018.
  4. "History of Eire Magazine". DKC (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). May 21, 2015. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ March 6, 2018. สืบค้นเมื่อ March 6, 2018.
  5. "Magazine Data, page 140: Gentlemen's Quarterly". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ October 12, 2020. สืบค้นเมื่อ January 13, 2009.
  6. "GQ: American magazine". Encyclopædia Britannica (ภาษาอังกฤษ). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ August 22, 2017. สืบค้นเมื่อ August 22, 2017.
  7. "Condé buys a men's magazine". The New York Times. February 16, 1979. ISSN 0362-4331. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ December 22, 2019. สืบค้นเมื่อ December 22, 2019.
  8. Hevesi, Dennis (February 24, 2009). "Nonnie Moore, Fashion Editor at Magazines, Dies at 87". The New York Times. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ April 17, 2009. สืบค้นเมื่อ February 26, 2009.
  9. Simpson, Mark (November 15, 1994). "Here Come the Mirror Men". The Independent. London.
  10. Safire, William (December 7, 2003). "On Language; Metrosexual". The New York Times (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). ISSN 0362-4331. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ November 18, 2020. สืบค้นเมื่อ May 24, 2020.
  11. "The Creep with the Golden Tongue" (PDF). sabrinaerdely.com. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2017-02-09.
  12. Sixsmith, Ben (October 19, 2019). "GQ is a holy text of woke capital". The Spectator. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-01-06. สืบค้นเมื่อ 2024-01-06.
  13. "Inside the GQ Style Launch Party Photo Booth". GQ. May 17, 2016. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ June 9, 2019. สืบค้นเมื่อ June 9, 2019.
  14. Pulitzer-Preis für Weinstein-Enthüllungen เก็บถาวร เมษายน 20, 2013 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน orf.at, April 16, 2018, retrieved April 17, 2018. (German)
  15. Petrarca, Emilia (2018-09-13). "GQ's Editor-in-Chief Exits After 21 Years". The Cut (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ November 25, 2023. สืบค้นเมื่อ 2022-12-25.
  16. Larson, Lauren; Mooney, Jessie (November 19, 2015). "Watch Tracy Morgan and Donald Trump Welcome You to GQ's Men of the Year Issue". GQ. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ April 26, 2019. สืบค้นเมื่อ December 10, 2015.
  17. "GQ Men of the Year - Home". Gq (Uk). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ January 11, 2016. สืบค้นเมื่อ December 10, 2015.
  18. "How Deepika, Shahid and Akshay will save the world". GQ India. November 5, 2015. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ December 15, 2015. สืบค้นเมื่อ December 11, 2015.
  19. "Hombres GQ del año". Revista GQ. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ December 22, 2015. สืบค้นเมื่อ December 11, 2015.
  20. "GQ traz Men of the Year ao Brasil". Meio e Mensagem. November 16, 2011. สืบค้นเมื่อ May 11, 2024.
  21. "GQ Men of the Year Awards". Vogue Australia. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ November 8, 2016. สืบค้นเมื่อ December 10, 2015.
  22. Bloomgarden-Smoke, Kara (January 23, 2017). "What to watch: The future of men's magazines is in flux". Los Angeles Times. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ January 12, 2020. สืบค้นเมื่อ January 12, 2020.
  23. "GQ: January to June 2019 – Circulation (average per issue)". Audit Bureau of Circulations (UK). August 15, 2019. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ March 24, 2019. สืบค้นเมื่อ January 12, 2020.
  24. "GQ: July to December 2018 – Circulation (average per issue)". Audit Bureau of Circulations (UK). February 14, 2019. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ March 24, 2019. สืบค้นเมื่อ January 12, 2020.
  25. Plunkett, John (February 13, 2014). "FHM circulation drops below 100,000". The Guardian. London. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ July 10, 2017. สืบค้นเมื่อ January 12, 2020.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]